นักร้องฮิปฮอปชาวซุนหนี่แต่งเพลงสดุดีอาชูรอ: ใครว่า ซุนหนี่ จะร้องไห้เพื่ออิมามฮูเซนไม่ได้

2360

นักร้องฮิปฮอปเพื่ออิสลาม (Halal Hip Hop) ชาวอะฮลิซซุนนะฮ์ Jae Deen แต่งเพลง-“ใครว่า ซุนหนี่ จะร้องไห้เพื่ออิมามฮูเซน (อ)ไม่ได้ (Who says Sunnis also can’t cry for Imam Hussain? (AS) เพื่อสดุดีท่านอิมาม ฮูเซน (อ) และวีรกรรมแห่งกัรบาลา

เพลงแร็พ สรรเสริญวีรกรรมแห่งกัรบาลาของท่านอิมามฮูเซน พร้อมด้วยวงศ์วานแห่งท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) ดังกล่าว ได้รับการเผยแพร่ผ่านคลิปวิดิโอขนาดความยาว 2:30 นาที ลงเฟสบุ๊กเพจ Deen Squad ซึ่งมีผู้ติดตามกดไลค์จำนวนมากกว่า 5 แสนคน เมื่อเช้าวันนี้ (8 ตุลาคม) ซึ่งเนื้อเพลงถูกขับร้องโดย Jae Deen หนึ่งใน 2 นักร้องประจำเพจ จาก Ottawa เมืองหลวงของแคนาดา ภายในรถยนต์ส่วนตัว

อนึ่ง โศกนาฏกกรรม หรือ วีรกรรมแห่งกัรบาลา เป็นเหตุการณ์ในหน้าประวัติศาสตร์อิสลาม ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเดือนมุฮัรรอม (เดือนที่ 1 ตามปฏิทินอิสลาม) เมื่อปี ฮ.ศ. 61 ณ แผ่นดินทะเลทราย กัรบาลา (ประเทศอิรัก) เป็นโศกนาฏกรรมทางประวัติศาสตร์อิสลามที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) หลังจากการจากไปของท่านที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก และมีบันทึกอยู่ทั้งจากฝ่ายของซุนหนี่และชีอะฮ และโดยเฉพาะทางฝ่ายชีอะฮ เพราะมีความเชื่อเรื่องอิมาม 12 จากวงศ์วานแห่งศาสดา เป็นผู้นำประชาชาติหลังจากท่านศาสดา(ศ็อลฯ) และอิมามฮูเซน คือ อิมามลำดับที่ 3 ในจำนวนอิมามทั้ง 12 ท่าน

วีรกรรมแห่งกัรบาลา ถูกสำแดงขึ้นเมื่อคราที่ท่านอิมามฮูเซน (อฺ) ครอบครัว บุตรหลาน และสาวกของท่าน ได้เสียสละชีวิต เลือดเนื้อ และความผาสุกทางโลก จัดตั้งกองคาราวานแม้ด้วยกำลังอันน้อยนิด ลุกขึ้นโค่นล้มอำนาจ และต่อกรกับทรราช ในยุคสมัยนั้น เพื่อดำรงไว้ซึ่งสัจธรรม และหลักคำสอนอันบริสุทธิ์ของท่านตาของท่าน หรือ ท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) โดยต่อมาสาส์นแห่งวีรกรรมและวาทะกรรมอันเป็นอมตะนี้ ได้ถูกถ่ายทอดเรื่องราวจากรุ่นสู่รุ่น กระทั่งได้กลายมาเป็นต้นแบบแห่งการปฏิวัติของชนรุ่นหลัง รวมไปถึงเป็นแรงบันดาลใจให้แก่บรรดานักต่อสู้เพื่อเสรีภาพที่แท้จริง หลายๆ คน ทั้งที่เป็นมุสลิมและไม่ใช่มุสลิม (เช่น มหาตะมะ คานธี, เนลสัน แมนเดลา และ ฯลฯ) ด้วยเพราะ วีรกรรมนี้ได้สำแดงบทพิสูจน์ถึงสัจธรรมที่ว่า เลือดมีชัยเหนือคมดาบ หรือในภาษาบ้านเรา…ธรรมมะย่อมชนะอธรรม

Jae Deen – Rap For Imam Hussain (AS)

Who says Sunnis also can't cry for Imam Hussain? (AS)SHARE this POWERFUL rap and TAG your friends!!!! ❤ #DeenSquad #Ashoora #WhoisHussain

โพสต์โดย Deen Squad เมื่อ วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม 2016

 

คำแปลเนื้อร้อง
เพลง: Who says Sunnis also can’t cry for Imam Hussain? (AS)
โดย: Jae Deen

I dedicate this rap to Imam Hussein,
ผมอุทิศเพลงแร็พ บทนี้ให้อิมามฮูเซน

Muhammad’s grandson a man who was so brave,
หลานชายของมูฮัมมัด ผู้ห้าวหาญ

who stood for the peace and honor not the fame,
ผู้ซึ่งยืดหยัดเพื่อสันติภาพ และเกียรติยศ มิใช่เพื่อชื่อเสียง

I just learned about his life and really im ashamed,
ผมเพิ่งจะเรียนรู้เรื่องราวชีวิตของท่าน และผมมีความละอายเป็นอย่างมาก

that I didn’t learn sooner bout the Karbala story,
ละอายใจที่ผมไม่ได้รู้จักวีรกรรมแห่งกัรบาลาให้เร็วกว่านี้

and I’m Sunni but the truth I still can’t ignore it,
และผมเป็นซุนหนี่ แต่ความเป็นจริงคือ ผมไม่อาจเพิกเฉยกับเรื่องราวนี้ได้

Muslims can’t deny the facts, this is our history,
มุสลิม มิอาจปฏิเสธความจริง นี่คือประวัติศาสตร์ของเรา

Read about the Ahlul Bayt they suffered through the misery,
จงอ่านเกี่ยวกับอะฮลุนบัยตฺ พวกท่านทุกข์ทนขมขื่นทรมาน

Hussein is a martyr, Hussein is a leader,
ฮูเซน คือ ชะฮีด (ผู้สละชีพในหนทางแห่งพระเจ้าเพื่อความชอบธรรม)
ฮูเซน คือ ผู้นำ
Hussein is hero, Hussein fought the evil,
ฮูเซน คือ วีรบุรุษ
ฮูเซนต่อกรกับความชั่วร้าย

he made sacrifice on the 10th of Muharram,
ท่านสละชีพเพื่อผดุงไว้ซึ่งความชอบธรรม เมื่อวันที่ 10 เดือนมุฮัรรอม

Things were too political he realized the problem,
ทรราชบ่อนทำลายประชาชาติ และท่านตระหนักถึงภัยคุกคาม (ต่อคำสอนอันบริสุทธิ์ของท่านศาสดามุฮัมมัด ศ็อลฯ)

This is why we mourn during Yawm al-Ashura,
นี่คือสาเหตุที่เราต้องโศกศัลย์ ร่ำไห้ในวันอาชูรอ

you see, it all started when he headed for Kufa,
ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้น เมื่อท่านเดินทางมุ่งสู่เมืองกูฟะฮ์

we know, believed he was gunna succeed,
เราต่างเชื่อมันว่า ท่านจะประสบความสำเร็จ

through the oppressive brutality of the tryrant Yazeed,
กำจัดสิ้นซึ่งความกดขี่ขมเหงการปกครองของทรราช ยะซีด (ล.น)

I can’t imagine the bloodshed, and what he went through,
ผมไม่อาจจะจินตนาการถึงการนองเลือด และสิ่งต่างๆที่ท่านเผชิญพบ

Yazeed had 30,000 men Hussein had 72,
ยะซีด (ล.น) มี 30,000 นายทหาร ฮูเซนมี 72 ผู้ภักดี

Women and children one by one getting slaughtered,
สตรีและเด็กๆ ถูกกระทำอย่างโหดเหี้ยม ถูกฆ่า ถูกทารุณ ทีละคน

Hussein went 3 days with no food, no water,
ฮูเซน ผ่านพ้น 3 วัน โดยปราศจากน้ำและอาหาร

attacked from all angles yet he wouldn’t go run,
แม้ถูกโจมตีจากทั่วทุกสารทิศ แต่ท่านก็ไม่ไหวหวั่น

He was bleeding and had to suffer through the heat of the sun,
ฮูเซนหลั่งเลือด ทั้งยังต้องทนต่อความร้อนระอุของแสงอาทิตย์กลางทะเลทรายที่แผดเผา

and we’re ignorant, look what the whole ummahs become,
แต่เรานั้นกลับเพิกเฉย จงดูเถิดว่า ประชาชาติทั้งหมดได้กลายเป็นเช่นไร

This is HUSSEIN, The Prophet himself called him his son,
นี่คือ ฮูเซน ซึ่งท่านศาสดา ด้วยตัวท่านเองเรียกฮูเซนว่า “ลูกชาย”

imagine having no one to comfort you,
ลองนึกภาพ ในวันที่เราไม่เหลือใคร

and your whole family killed right in front of you,
และครอบครัวทั้งหมดถูกฆ่าตายอย่างทารุณต่อหน้าต่อหน้า

and being betrayed by people who supported you,
และคนที่เคยให้การสนับสนุน กลับทรยศหักหลัง

Hussein’s pain makes us weep thats the honest truth,
ความเจ็บปวดของฮูเซน ทำให้เราร่ำไห้ นั่นคือความสัจจริง

They didn’t stop cause he would pledge allegiance,
พวกเขาไม่ได้หยุด เพราะท่านให้การสวามิภักดิ์ (ต่อพระเจ้า)

from head to toe he was drastically bleeding,
ทั่วทั้งร่างกาย ท่านหลั่งเลือด พรั่งพรู

These were his final moments holding no grudge,
นี่คือช่วงสุดท้ายของชีวิต ดวงจิตของท่านคงเปี่ยมด้วยความบริสุทธิ์

he quenched his thirst with his tears and own blood,
ท่านดับความกระหาย ด้วยหยดเลือด และหยาดน้ำตา

it was coming close, he was left alone,
เมื่อใกล้จะสิ้นใจ ท่านไม่เหลือใครอีกแล้ว

they killed his baby son who was 6 months old,
ทรชนยังฆ่าลูกน้อยวัยทารก 6 เดือนของท่าน

it was evil, was Yazid’s army showed,
มันคือ ความชั่วร้าย สิ่งที่กองทัพยะซีดได้เผยออกมา

they had no control, acting like Firaun,
พวกมันหยิ่งผยอง ปฏิบัติตนเยี่ยง ฟิรอูน

Hussein stood for Justice, Yazid stood for Dunya,
ฮูเซนยืดหยัดเพื่อความยุติธรรม ทว่า ยะซีดยืนอยู่เพื่อกิเลศตัณหา

This battle was nothing but Haq VS Kufr,
สงครามครั้งนี้ มิใช่อื่นใด นอกเสียจากการต่อสู้ระหว่าง ธรรมะ และ อธรรม (สัจธรรม และ ความเท็จ)

Hussein fought till the end, having all his wounds,
ฮูเซน สู้จนลมหายใจสุดท้าย ด้วยบาดแผลฉกรรจ์ทั่วร่างกาย

even he knew his demise was coming soon,
ท่านรู้แจ้งเห็นจริง ความตายนี้ (คือ ภารกิจอันยิ่งใหญ่) กำลังมาเยือน

for the love of Ahlul Bayt we will cry,
ด้วยความรักที่มีต่อวงศ์วานแห่งศาสดา เราจะร่ำไห้

it was for Justice that Hussein chose to live by,
ฮูเซนดำรงชีวิตอยู่เพื่อความยุติธรรม

So the peasant Shimr then took out his weapon,
แล้วไอ้ทรชน ชิมรฺ (ล.น) ก็ชักอาวุธออกมา

then Hussein was beheaded,
จากนั้นฮูเซน จึงถูกเชือดคอ

Shia or Sunni doesn’t matter we remember him,
ชีอะฮ์ หรือ ซุนหนี่ ไม่สำคัญทั้งนั้น.. เราต่างร่วมรำลึกถึงท่านฮูเซน

Hussein won the battle cause he won through his legacy,
เลือดของฮูเซน มีชัยเหนือคมดาบ ฮูเซนชนะสงครามด้วยสาส์นที่ท่านทิ้งเอาไว้

most courageous in history he did it for his Lord,
ห้าวหาญที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์ ฮูเซนถูกทำชะฮีดเพื่อองค์ผู้อภิบาล

He was murdered but his words were way sharper than the sword,
แม้ถูกสังหาร ทว่าวาทะกรรมของท่านยังคงอยู่ และมันคมคายเสียยิ่งกว่าดาบที่เชือดเฉือน

Hussein is from me and I am from Hussein,
“ฮูเซนมาจากฉัน และฉันมาจากฮูเซน”

This is what the prophet said, so we show love for to his name,
ศาสดาว่าไว้ เราจึงสำแดงความรักให้ประจักษ์แก่ชื่อของท่าน

The Story of Karbala in our hearts forever,
วีรกรรมแห่งกัรบาลาจะคงอยู่ในดวงใจของเราตลอดกาล

For Sayedul Shabab Ahlul Jannah, Ya Hussein.
อุทิศแด่ท่าน หัวหน้าชายหนุ่มแห่งสรวงสวรรค์…ยาฮูเซน