“สาเหตุ” ที่ซาอุดิอาระเบียตั้งตัวเป็น “ปฏิปักษ์” กับอิหร่าน?

2497

การวางอุบายเกี่ยวกับศาสนาถือเป็นบทบาทสำคัญในการทำให้เกิดภาวะวิกฤตในตะวันออกกลางและเบี่ยงเบนออกจากประเด็นที่ควรให้สำคัญกว่าคือการช่วยเหลือปาเลสไตน์ดินแดนที่ถูกยึดครองไปโดยมิชอบธรรม

สหรัฐร่วมมือกับอิสราเอลสร้างกลอุบายเกี่ยวกับศาสนาเพื่อใช้ต่อต้านอิหร่าน เพราะอิหร่านคือประเทศที่หลักที่มีสโลแกนปลดปล่อยปาเลสไตน์พร้อมยังได้ประกาศว่าต้องการจะลบประเทศอิสราเอลออกจากแผนที่โลก อิหร่านเป็นประเทศที่สนับสนุนขบวนการต่อสู้ในเลบานอน เป็นกองกำลังที่ต่อสู้ที่ทำให้อิสราเอลพบกันความพ่ายแพ้ในปี 2000 จนต้องถอนตัวออกจากแผ่นดินทางตอนใต้ของเลบานอน อีกทั้งยังได้สกัดกั้นแผนการแทรกซึมของอิสราเอลในปี 2006  และอิหร่านยังได้ให้การสนับสนุนช่วยเหลือขบวนการต่อสู้อื่นๆใ นปาเลสไตน์อีกเช่นเดียวกัน

บางส่วนของประเทศอาหรับโดยเฉพาะซาอุดิอารเบียกลายเป็นประเทศเครื่องมือของสหรัฐและอิสราเอลในการสร้างอุบายและความขัดแย้งในศาสนาให้เกิดขึ้น และอ้างว่าเป็นความขัดแย้งระหว่างตนเองกับอิหร่าน และตนต้องการที่จะช่วยเหลือมุสลิมซุนนี่จากมุสลิมนิกายชีอะฮ์จึงได้ก่อสงครามในประเทศต่างๆขึ้นไม่ว่าจะเป็น ซีเรีย เยเมนหรือเลบานอนก็ตาม พวกเขาอ้างว่าไม่มีเป้าหมายอื่นใดนอกจากเป็นการช่วยเหลือมุสลิมนิกายซุนนี่จากเงื้อมมือมุสลิมนิกายชีอะฮ์ กลุ่มประเทศเหล่านี้พยายามที่จะเปลี่ยนความคิดประชาชนของประเทศตนเองและสร้างความเข้าใจผิดต่างๆ นานาโดยซ่อนเป้าหมายที่แท้จริงของพวกเขา

เป็นการเหมาะสมที่จะตั้งคำถามว่า ทำไมซาอุดิอารเบียจึงต้องทำสงครามกับอิหร่าน ซีเรียและขบวนการฮิซบุลลอฮ์ของเลบานอน? ขบวนการไอเอส อัลกออิดะฮ์ ที่มีแนวคิดวาฮาบีตักฟีรี ซึ่งเป็นศัตรูของขบวนการต่อสู้อื่นๆ และมีความสัมพันธ์กับประเทศอาหรับหลายๆ ประเทศในอ่าวเปอร์เซีย ทำลายสถานที่ทางศาสนาและวัตถุโบราณสำคัญที่มีความสัมพันธ์กับศาสนาเหล่านี้คือการกระทำของอิหร่าน ซีเรีย หรือเลบานอนกระนั้นหรือ?

ทำไมซาอุดิอาระเบียต้องการให้อิสราเอลเปิดศึกรบกันขบวนการฮิซบุลลอฮ์แห่งเลบานอนในปี 2008 อีกทั้งยังได้ประกาศที่จะเป็นนายทุนให้กับอิสราเอลเองในศึกครั้งนี้? มันคือความผิดกระนั้นหรือที่ขบวนการต่อสู้ฮิซบุลลอฮ์ต้องการที่จะช่วยเหลือมุสลิมปาเลสไตน์ที่เป็นมุสลิมซุนนี่? อิหร่านทำความผิดอันใดทำไมซาอุดิอารเบียจึงตั้งตนเป็นปฏิปักษ์ต่อพวกเขาอย่างแข็งขัน? หรือสาเหตุหลักของพวกเขาเป็นเพราะประเทศอิหร่านเป็นประเทศที่มีสโลแกนหลักหลังจากการปฏิวัติอิหร่านสำเร็จลงคือการปลดปล่อยประเทศปาเลสไตน์จากการถูกยึดครองโดยอิสราเอล และพยายามสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวในหมู่มวลพี่น้องมุสลิม หรือสาเหตุที่แท้จริงที่พวกเขาตั้งตัวเป็นปฏิปักษ์ต่ออิหร่านเพราะบางส่วนของผู้นำอาหรับไม่ต้องการที่จะให้เกิดการปลดปล่อยปาเลสไตน์ บางคนอาจไม่ได้เป็นตัวตั้งตัวตีหลักในการต่อสู้เพื่อปลดปล่อยปาเลสไตน์จึงไม่ต้องการให้อิหร่านเป็นตัวตีหลักสำคัญที่ชูธงประกาศปลดปล่อยปาเลสไตน์

บางส่วนของเหล่าประเทศอาหรับในแถบอ่าวเปอร์เซียมีความกังวลเกี่ยวกับการจัดประชุมแม้จะเป็นการประณามอาชญากรรมต่างๆ ของอิสราเอล ซึ่งจริงๆ แล้วพวกเขาไม่เคยคิดแม้แต่จะสู้กับอิสราเอลเลยแม้แต่ครั้งเดียวแต่ในขณะเดียวกันพวกเขาก็หมั่นพยายามที่จะสร้างความปั่นป่วนและบ่อนทำลายประเทศซีเรีย เยเมน และอิหร่าน ซึ่งมันคือข้อเท็จจริงที่แสดงให้เห็นว่าซาอุดิอารเบียและพันธมิตรอาหรับไม่เคยเป็นศัตรูกับอิสราเอล และไม่ว่าจะเป็นรายงานลับที่รั่วไหลออกมาจากสหรัฐหรืออิสราเอลเองหรือ Wikileaks ก็ยืนยันถึงข้อเท็จจริงอันนี้

บางส่วนของข้อเท็จจริงมีดังนี้

1.การเดินทางลับของเจ้าชาย บันดัร บิน สุลต่าน ยังแผ่นดินปาเลสไตน์ปัจจุบันโดนอิสราเอลยึดครองในวันที่ 12 พฤษพาคม ปี 2008 (ตามรายงานเว็ปไซต์ข่าว Fylka ของอิสราเอล)

2.พระราชบัญญัติฉบับที่ 5 ลงนามวันที่ 13 มิถุนายน ปี 1995 เกี่ยวกับการยกเลิกคว่ำบาตรในระดับ 2 และ 3 เหลือไว้เพียงแค่ระดับ 1

3.การพบปะกันระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดิอารเบียกับแดนนี่ อายาลูน ในระหว่างการประชุมความมั่นคงที่จัดขึ้นในเมือง มิวนิค ประเทศเยอรมนี ปี 2010

4.การพูดคุยเจรจาระหว่าง อามุส ยาดลิน กับ เตอรกี อัล ไฟซอล เกี่ยวกับอิหร่าน

5.การพบปะอย่างลับๆของอันวาร มาญิด อิชกี กับ หัวหน้าใหญ่ของกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอล

6.การเดินทางครั้งแรกของประธานาธิบดีอิสราเอลไปยังกาตาร์เมื่อปี 1996 ในพิธีเปิดศูนย์กลางการค้าของอิสราเอลในโดฮา

และยังมีอีกหลายๆ ครั้งที่ผู้นำประเทศอาหรับเข้าร่วมประชุมทั้งที่ประชุมลับและเปิดเผยโดยมีประเด็นมุ่งเน้นไปยังประเทศอิหร่าน และพูดคุยถึงวิธีการจัดการกับประเทศดังกล่าวมากกว่าประเด็นอื่นๆ แสดงให้เห็นว่าความขัดแย้งของซาอุดิอารเบียกับอิหร่านไม่ได้มีประเด็นความขัดแย้งทางศาสนาใดๆ เข้ามาเกี่ยวข้องเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเป็นข้ออ้างถึงการกดขี่ของมุสลิมนิกายชีอะฮ์ที่มีต่อมุสลิมนิกานซุนนี่ก็เช่นกัน แต่รากของความขัดแย้งเกิดจากที่ประเทศอิหร่านมีสโลแกนที่จะปลดปล่อยปาเลสไตน์และสร้างความเป็นอัหนึ่งอันเดียวกันในหมู่มวลมุสลิม เพราะความสามัคคีของประชาชาติมุสลิมและการปลดปล่อยปาเลสไตน์นั้นเป็นสิ่งที่ขัดกับนโยบายทางการเมืองและความต้องการของสหรัฐและอิสราเอล และทำให้อิสราเอลต้องตกอยู่ในภาวะอันตราย

อิสราเอลเป็นประเทศที่มีความกลัวว่าขบวนการฮิซบุลลอฮ์จะมีอำนาจที่เพิ่มขึ้น และบางส่วนของเหล่าประเทศอาหรับก็มีออกมาแสดงให้เห็นอย่างเปิดเผยว่าเขาคิดเช่นเดียวกันกับอิสราเอล พวกเขามีความกังวลแต่เพียงสิ่งต่างๆ ที่เป็นผลประโยชน์สำหรับพวกเขาซึ่งถ้าหากแม้จะแลกมาด้วยกับการแบ่งแยกดินแดนในภูมิภาคหรือปล้นมันมาพวกเขายินดีจะร่วมมือกับสหรัฐและอิสราเอล

 

อ้างอิง http://fa.alalam.ir/news/1793615