กองทัพอิหร่านกร้าว จะตอบโต้ทันทีต่อการรุกรานใดๆ จากสหรัฐฯ-อิสราเอล

"นี่ไม่ใช่สถานการณ์ที่ปธน.สหรัฐฯ สั่งปฏิบัติการ แล้วสองชั่วโมงต่อมาก็ทวีตว่าทุกอย่างจบแล้ว"

ป้ายโฆษณาที่ติดตั้งในจัตุรัสปาเลสไตน์ในกรุงเตหะราน เตือนกองทัพอิสราเอลและสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2026

กองทัพอิหร่านออกเตือนแข็งกร้าวว่า การรุกรานอิหร่านครั้งใหม่ไม่ว่าจากสหรัฐฯ หรืออิสราเอล จะถูกตอบโต้ “ทันทีและในเวลาเดียวกัน” โดยย้ำว่าประสบการณ์จากสงคราม 12 วันเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ได้เปลี่ยนกฎการปะทะและท่าทีทางทหารของเตหะรานไปโดยสิ้นเชิง

ตามรายงานของเพรสทีวี เมื่อ 29 ม.ค. พลจัตวา โมฮัมหมัด อักรามิเนีย โฆษกกองทัพอิหร่าน กล่าวในรายการโทรทัศน์ “To the Horizon of Palestine” ว่า กองทัพได้รับคำสั่งที่ชัดเจน หากฝ่ายตรงข้ามทำ “คำนวณผิดพลาด” ซ้ำอีก การตอบโต้จะเกิดขึ้นโดยไม่ปล่อยให้มีช่วงเวลาล่าช้า

“หากศัตรูกระทำการโง่เขลาอีกครั้ง และคำนวณผิดพลาดอีก เราจะตอบโต้ทันที แบบเรียลไทม์” อักรามิเนียกล่าว พร้อมย้ำว่า บทเรียนจากสงคราม 12 วันคือ การลังเลและการเปิดเวลาให้ศัตรู เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้โดยสิ้นเชิง การตอบโต้ต้องเกิดขึ้นทันที

สงคราม 12 วันในเดือนมิถุนายน เป็นการเผชิญหน้าโดยตรงระหว่างอิหร่านกับอิสราเอล โดยมีสหรัฐฯ เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งตามคำกล่าวของโฆษกกองทัพอิหร่าน ความล้มเหลวหลักของวอชิงตันและเทลอาวีฟ คือการประเมินศักยภาพ ความเป็นเอกภาพ และเจตจำนงของชาติอิหร่านผิดพลาดอย่างร้ายแรง

อักรามิเนียระบุว่า แผนยุทธศาสตร์ของฝ่ายตรงข้ามตั้งอยู่บนสมมติฐานว่า อิหร่านอ่อนแอลงหลังปฏิบัติการ “พายุอัลอักซอ” และการโจมตีทางทหารแบบสายฟ้าแลบจะจุดชนวนความโกลาหล ความไม่สงบภายใน และนำไปสู่การล่มสลายของสาธารณรัฐอิสลาม

“นี่คือความผิดพลาดหลักของสหรัฐฯ” เขากล่าว “พวกเขาเชื่อว่าการปฏิบัติการทางทหารอย่างรวดเร็วจะสร้างความปั่นป่วน และผลักดันระบบไปสู่ภาวะวิกฤต แต่สิ่งที่โลกเห็นกลับเป็นตรงกันข้าม”

โฆษกกองทัพอิหร่านย้ำว่า การตอบโต้การโจมตีของอิสราเอลในเดือนมิถุนายน เกิดขึ้นอย่างฉับไว ทำให้เป้าหมายของฝ่ายตรงข้ามล้มเหลว และเปลี่ยนปฏิบัติการช็อกให้กลายเป็นความพ่ายแพ้เชิงยุทธศาสตร์

“ไม่เพียงไม่มีความโกลาหลเกิดขึ้น แต่ความเป็นเอกภาพของชาติกลับแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม ชาวอเมริกันได้รับคำตอบของพวกเขาแล้วในสงครามนี้” เขากล่าว

อักรามิเนียยังพาดพิงถึงสหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ โดยอธิบายว่าวอชิงตันมีท่าทีคาดเดาไม่ได้ และยึดติดกับแนวคิดการบีบบังคับแบบล้าสมัย พร้อมกล่าวว่า ทรัมป์พยายามกดดันให้อิหร่านยอมจำนนในช่วงสงคราม 12 วัน แต่ต้องถอยหลังเมื่อเผชิญอำนาจการยับยั้งของอิหร่าน

เขาเตือนวอชิงตันว่า อย่าเข้าใจผิดว่าการโจมตีที่มีขอบเขตจำกัดหรือเป็นเพียงสัญลักษณ์นั้น สามารถเริ่มต้นและจบลงได้อย่างรวดเร็ว

“นี่ไม่ใช่สถานการณ์ที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สั่งการปฏิบัติการ แล้วสองชั่วโมงต่อมาก็ทวีตว่าทุกอย่างจบลงแล้ว” อักรามิเนียกล่าว พร้อมเตือนว่า การโจมตีแม้เพียงเชิงสัญลักษณ์ จะจุดไฟความขัดแย้งที่ลุกลามไปทั่วเอเชียตะวันตก

เขาระบุว่า แผนปฏิบัติการสำหรับทุกฉากทัศน์ถูกจัดเตรียมไว้แล้ว และการโจมตีแม้เพียงเล็กน้อย จะไม่ถูกปล่อยผ่าน พร้อมเตือนว่าขอบเขตของสงครามจะไม่จำกัดอยู่เพียงจุดเดียว แต่จะครอบคลุมตั้งแต่อิสราเอล ไปจนถึงประเทศที่เป็นที่ตั้งฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาค

โฆษกกองทัพอิหร่านย้ำว่า ฐานทัพสหรัฐฯ เรือบรรทุกเครื่องบิน และสินทรัพย์ทางทะเลทั้งหมด อยู่ในระยะการโจมตีของขีปนาวุธและโดรนอิหร่าน พร้อมกล่าวว่า สงคราม 12 วันได้ยกระดับความพร้อมรบของกองทัพในทุกเหล่าทัพอย่างมีนัยสำคัญ