เมื่อดินปืนหมดลง | เศษเสี้ยวจากจิตวิญญาณของ “บันทึกแห่งชัยชนะ” บนถนนเมืองกุม

[006 ✍️บันทึกเรื่องจริงจากคนไทยในอิหร่าน ยามสหรัฐ-อิสราเอลรุกรานอิหร่าน ปี 2026]
  • •• กลางดึกคืนหนึ่งของเดือนรอมฎอน ฮ.ศ. 1447 อากาศเย็นปลายฤดูหนาวยังอ้อยอิ่งเหนือเมืองกุม สามีของฉันกลับมาถึงบ้านเล็ก ๆ ของเรา ในหมู่บ้านนักศึกษาต่างชาติ พร้อมเรื่องเล่าหนึ่งที่ทำให้ฉันเงียบไปอยู่นาน

ในช่วงเวลานั้น บรรยากาศสงครามยังคงปกคลุมทั่วประเทศ ข่าวการลอบสังหารผู้นำสูงสุดอิหร่านยังสั่นสะเทือนผู้คน หลายคนจากภายนอกอาจจินตนาการว่าเมืองต่าง ๆ รวมถึงเมืองกุม คงเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้าม

ถนนมีชีวิตยิ่งกว่าที่เคย ผู้คนนับแสนออกจากบ้านเพื่อแสดงการสนับสนุนรัฐอิสลาม และประกาศจุดยืนต่อต้านการรุกรานของสหรัฐและอิสราเอล บางคนเดินเป็นกลุ่ม บางครอบครัวขับรถ บนถนนยาวเหยียดมีมอเตอร์ไซค์ประดับธง รถบางคันติดตั้งขีปนาวุธจำลองไว้ด้านบน เด็ก ๆ แต่งตัวเป็นทหารตัวจิ๋ว วัยรุ่นถือป้าย ผู้คนริมทางโบกธงและตะโกนตอบรับกันเป็นระยะ ดูราวกับขบวนพาเหรดที่ทอดยาวสุดสายตา

ตลอดสองข้างทางมีซุ้มเรียงราย บางแห่งแจกชา บางแห่งแจกอาหาร ขนม และเครื่องดื่มให้ผู้คนที่ออกมารวมตัว หลายซุ้มเปิดเพลงปลุกใจ บางซุ้มตั้งจอฉายวิดีโอที่เร้าอารมณ์ของฝูงชน คนแปลกหน้ายื่นถ้วยชาให้กัน เด็ก ๆ รับขนมด้วยรอยยิ้ม เสียงพูดคุย เสียงเพลง และเสียงเครื่องยนต์ผสานกันในลมหนาวของค่ำคืน มันไม่ใช่ภาพของเมืองที่กำลังหวาดกลัว แต่เป็นภาพของผู้คนที่ยืนหยัดอยู่เคียงข้างกัน

คืนนั้น สามีของฉันเรียกรถโดยสารผ่านแอปที่เรียกว่า “เอสแนป” คนขับเป็นชายวัยกลางคนมีหนวดหนา บุคลิกดูแปลกตาเล็กน้อย เขาแต่งตัวเหมือนศิลปินเปอร์เซียยุค70 เสื้อผ้ามีกลิ่นอายโบฮีเมียนปนร็อก ผมทรงเอลวิส มีคาแรกเตอร์ชัดเจนจนยากจะเดาว่าเป็นคนเช่นใด ลักษณะเขาไม่เหมือนคนเคร่งศาสนาเลย แต่บางครั้ง ความลึกของหัวใจมนุษย์ก็ไม่ปรากฏให้เห็นจากรูปลักษณ์ภายนอก

ระหว่างทาง รถแล่นผ่านถนนที่ยังคงเต็มไปด้วยผู้คน แม้จะดึกมากแล้ว สามีของฉันจึงถามเขาด้วยความชื่นชมปนสงสัย ทำไมผู้คนที่นี่ถึงดูไม่หวาดหวั่น ทั้งที่สถานการณ์ยังตึงเครียด แต่พวกเขากลับออกมาชุมนุมกันได้ทุกคืน โดยเฉพาะในเดือนรอมฎอน ซึ่งผู้คนถือศีลอดมาตลอดวัน ตั้งแต่รุ่งสางจนตะวันลับฟ้า ร่างกายย่อมอ่อนล้า จนค่ำคืนควรจะเป็นเวลาของการพักผ่อน

คนขับรถเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยประโยคสั้น ๆ “เพราะชาวอิหร่านเติบโตมากับวัฒนธรรมของอิมามฮูเซน (อ.)”

คำตอบนั้นเรียบง่าย แต่เหมือนมีประวัติศาสตร์ทั้งบทของโลกแห่งผู้ถูกกดขี่สะท้อนอยู่ภายใน ประวัติศาสตร์ที่สอนให้เข้าใจว่า ความจริงและศรัทธาบางครั้งต้องยืนอยู่ท่ามกลางความสูญเสีย และการยืนหยัดของมนุษย์ไม่ได้วัดจากชัยชนะทางทหารเสมอไป แต่จากความมั่นคงของหัวใจ

แต่ดูเหมือนเขาจะรู้สึกว่าคำตอบนั้นยังไม่เพียงพอ เขาจึงหันมาถามสามีของฉัน “คุณรู้จักสิ่งที่อยู่ภายในกระสุนหรือไม่?” …เขากำลังพูดถึง “ดินปืน”

ดินปืนคือสิ่งที่ทำให้อาวุธมีพลัง มันทำให้ปืนยิงได้ และทำให้ผู้คนเชื่อว่าอำนาจอยู่ในมือของผู้ถืออาวุธ แต่ดินปืนก็มีขีดจำกัดของมัน เมื่อมันหมดลง อาวุธก็กลายเป็นเพียงโลหะชิ้นหนึ่งเท่านั้น และในช่วงเวลานั้นเอง ความจริงของมนุษย์จึงเริ่มปรากฏ

คนขับรถยิ้มบางๆ ก่อนเอ่ยถึงบุคคลหนึ่งที่ชาวอิหร่านรู้จักดี—ชะฮีด ดร. ซัยยิด มุรตะฎอ ออวีนี ผู้ได้รับฉายา “سید شهیدان اهل قلم” (Sayyed‑e Shahidân‑e Ahl‑e Qalam) นายแห่งบรรดามรณสักขีผู้ถือปากกา ผู้รังสรรค์สารคดี “روایت فتح” (Revayat‑e Fath) หรือ “บันทึกแห่งชัยชนะ” วีรบุรุษผู้มิได้เพียงถ่ายภาพสงครามอิหร่าน–อิรัก แต่เปิดเลนส์ไปสู่เบื้องลึกของมนุษย์ เพื่อค้นหาว่าในยามที่โลกสั่นสะเทือน จิตวิญญาณยังคงกระซิบอะไรให้เราได้ยิน

แล้วเขาก็กล่าวประโยคหนึ่งของมรณสักขีหรือ “ชะฮีด”ผู้นั้นออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ: “…สำหรับพวกเรา สงครามเริ่มต้นขึ้น เมื่อดินปืนในกระสุนหมดลง…”

ในอิหร่าน คำพูดของชะฮีดไม่ได้เป็นเพียงวลีของผู้ที่จากไป หากเป็นมรดกทางจิตวิญญาณที่ผู้คนรับช่วงต่อ ถ้อยคำนั้นจึงไม่ใช่เพียงการอธิบายสงคราม แต่สะท้อนวิธีที่ชาวอิหร่านมองโลก มองประวัติศาสตร์ และมองการยืนหยัดของมนุษย์

เมื่อสามีของฉันเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง ฉันจึงเริ่มเข้าใจภาพของเมืองกุมในค่ำคืนแห่งสงครามเดือนรอมฎอน สำหรับประชาชาตินี้ การออกมายืนอยู่บนถนนอาจไม่ใช่เพียงการชุมนุมของผู้คน แต่มันคือการยืนยันถึงสิ่งหนึ่งที่ลึกซึ้งยิ่งไปกว่านั้นมาก

“ความเชื่อมั่น” ที่เริ่มต้นขึ้นในห้วงที่ดินปืนหมดลง ดังถ้อยคำของชะฮีดออวีนีที่ยังคงก้องกังวาลในจิตวิญญาณของพวกเขา…

“สำหรับพวกเรา สงครามเริ่มต้นขึ้นจากจุดที่ดินปืนในกระสุนหมดลง ที่ซึ่งอาวุธเงียบงัน และไฟของปืนใหญ่ค่อย ๆ มอดดับ เมื่อนั้นเอง สนามทดสอบศรัทธาและเจตจำนงของมนุษย์จึงเริ่มต้นขึ้น ในความเงียบอันหนักอึ้งหลังเสียงระเบิด มันไม่ใช่อำนาจของอาวุธอีกต่อไปที่กำหนดชะตากรรม แต่คือความมั่นคงแห่งหัวใจของบุรุษของพระเจ้า ที่เป็นผู้เขียนประวัติศาสตร์ ณ ที่แห่งนั้น บุรุษของพระเจ้ายืนหยัดด้วยมือเปล่า แต่ด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยมด้วยความเชื่อมั่น พวกเขายืนอยู่ต่อหน้าทั้งโลก และไม่ถอยหลัง”•••

___

🇹🇭🇮🇷Thai Voice for The True Promise

เสียงไทย ด้วยหัวใจมั่นใน “สัญญาที่สัจจริง