“อิหร่าน” ศัตรูหมายเลขหนึ่งของอิสราเอล

73

อดีตผู้อำนวยการหน่วยสืบราชการลับมอสสาดของอิสราเอล แสดงความวิตกกังวลต่อข้อตกลงทางเศรษฐกิจและการทหารที่รัฐบาลอิหร่านและจีนได้ร่วมลงนามว่าอาจสั่นคลอนความมั่นคงของอิสราเอล ระบุเม็ดเงินจำนวนมหาศาลที่จะหลั่งไหลเข้าสู่อิหร่าน จะทำให้ภาคเศรษฐกิจของประเทศมีเสถียรภาพมากขึ้น ซึ่งจะเป็นสิ่งค้ำจุนสาธารณรัฐอิสลาม และสนับสนุนความพยายามของพวกเขาในการท้าทายความมั่นคงของอิสราเอล

ข้อตกลงครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างจีน-อิหร่าน ครอบคลุมประเด็นด้านเศรษฐกิจและการทหาร โดยในด้านเศรษฐกิจอิหร่านจะส่งออกน้ำมันให้จีนในราคาพิเศษเป็นระยะเวลา 25 ปี ขณะที่จีนจะอัดฉีดเม็ดเงินจำนวนมหาศาล 12 ล้านล้านบาทสู่สาธารณะอิสลาม รวมถึงการขยายความร่วมมือในภาคธนาคาร การสื่อสาร โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ อาทิ ท่าเรือน้ำลึก และเครือข่ายทางรถไฟ

ด้านความมั่นคง จีนและอิหร่านจะขยายความร่วมมือทางการทหาร ซึ่งประกอบไปด้วยการฝึกซ้อมรบร่วมกัน ร่วมพัฒนาด้านอาวุธ รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง ภายใต้พันธกิจ “การต่อต้านการก่อการร้าย ยาเสพติด การค้ามนุษย์ และอาชญากรรมข้ามพรมแดน”

ต่อประเด็นดังกล่าว Danny Yatom อดีตผู้อำนวยการมอสสาด เปิดเผยว่าข้อตกลงนี้จะสร้างปัญหาอย่างหนักหน่วงให้แก่อิสราเอล โดยเฉพาะการพลิกฟื้นภาคเศรษฐกิจของอิหร่าน ซึ่งอาจเป็นตัวส่งเสริมภาคการลงทุนของอิหร่านในโครงการต่างๆ และอาจสร้างความสั่นคลอนต่อความมั่นคงของอิสราเอล
Yatom กล่าวว่า เมื่อจีนเริ่มอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่อิหร่านจะทำให้สถานการณ์ด้านการเงินของเตหะรานกระเตื้องขึ้น และเมื่อเป็นเช่นนั้นสาธารณรัฐอิสลามจะสามารถจัดสรรเงินทุนสนับสนุนให้แก่ขบวนการต่อสู้ต่างๆ ที่จะท้าทายความมั่นคงของอิสราเอล อาทิ ฮิสบุลลอฮ์ ฮามาส และอิสลามิคญิฮาดแห่งปาเลสไตน์
นอกจากนี้อดีตผอ.มอสสาดยังเปิดเผยต่อว่า “สาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านคือศัตรูหลักของเรา และอิสราเอลเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเขาและพันธมิตรทุกย่างก้าว เราจะไม่ยอมให้อิหร่านเข้าประชิดชายแดนด้านต่างๆ ของเรา และจะไม่ยอมให้พวกเขาเดินหน้าแผ่ขยายอิทธิพลเข้าสู่พื้นที่” พร้อมเน้นย้ำ “รัฐบาลยิวจะกดดันให้จีนตรวจสอบให้มั่นใจว่าข้อตกลงดังกล่าวกับอิหร่านนั้นจะไม่เป็นภัยคุกคามต่ออิสราเอล

source: farsnews