ฮิซบุลเลาะห์เลบานอน คือผู้ทำลายเหล่าผู้ก่อการร้าย

238

ในขณะที่โลกกำลังเผชิญกับการกระแพร่ระบาดของไวรัสมรณะโคโรน่า  และอีกหลายประเทศก็กำลังเผชิญกับปัญหาอื่น ๆเช่นกัน แต่กลับมีรัฐบาลบางประเทศ กำลังแสดงพฤติกรรมที่น่ารังกียจกับทฤษฎีการสมรู้ร่วมคิด

ฮิซบุลเลาะห์เลบานอนเป็นกลุ่มการเมืองและปีกหนึ่งของกองกำลังติดอาวุธในประเทศนี้ ได้รับการยอมรับจากรัฐบาลเลบานอนและประชาชนชาวเลบานอน   ฮิซบุลเลาะห์สามารถสร้างกำแพงป้องกันการคุกคามทางทหารของอิสราเอลตลอดประวัติศาสตร์หลังจากการจัดตั้งขึ้นมา  นอกจากนี้ยังมีบทบาทที่สำคัญยิ่งในสถานการณ์พิเศษที่สร้างขึ้นโดยการแพร่กระจายของกลุ่มก่อการร้ายวะฮาบีตักฟีรีย์ในภูมิภาค

แม้ว่าฮิซบุลเลาะห์เลบานอนจะได้รับการสนับสนุนจากสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน แต่ก็เป็นองค์กรที่มีความอิสระในการกำหนดนโยบายและเป็นองค์กรที่ถูกกฎหมายอย่างเป็นทางการในประเทศเลบานอน ด้วยกับอุดมการณ์ แนวทางทางการเมืองและศาสนาขององค์กร ที่เป็นไปในรูปแบบเดียวกันกับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ได้นำไปสู่การขยายความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสอง และแน่นอนที่สุดมันเกิดปฏิกิริยาด้านลบให้เห็นอยู่เสมอมาจากระบอบยิวไซออนิสต์ สหรัฐอเมริกา  ซาอุดิอาระเบียและแม้แต่รัฐบาลตะวันตกบางชาติ

ฮิซบุลเลาะห์เลบานอน นอกจากจะเป็นแนวหน้าของการต่อสู้กับระบอบยิวไซออนิสต์แล้ว  ยังมีบทบาทสำคัญในการทำลายกลุ่มก่อการร้าย ISIS ซึ่งได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางจากสหรัฐอเมริกา ซาอุดิอาระเบียและยิวไซออนิสต์

นอกเหนือจากการปกป้องและพิทักษ์เลบานอนแล้ว  ฮิซบุลเลาะห์ก็ยังมีการดำเนินภารกิจอื่น ๆอีกมากมาย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าองค์กรมีภารกิจที่หลากหลายในการให้บริการกับประชาชนในประเทศนี้

ปัจจุบันเลบานอนอยู่ในสถานการณ์การประท้วงเกี่ยวกับปัญหาทางเศรษฐกิจของประเทศ และรากเหง้าของการประท้วงเหล่านี้ก็เกิดมาจากการยั่วยุของตัวแทนจากต่างประเทศโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาและซาอุดิอาระเบีย  ในสถานการณ์โรคระบาดที่เกิดจากไวรัสโคโรนาในประเทศ  ทางฮิซบุลเลาะห์ได้นำความสามารถมาสู่ระดับแนวหน้าในการต่อสู้กับโคโรนาและสามารถช่วยเหลือรัฐบาลเลบานอนและประชาชนโดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างทางศาสนาหรือความไม่ลงรอยทางการเมือง

ทั้งนี้ ฮิซบุลเลาะห์เลบานอน ถูกสหรัฐอเมริกาขึ้นบัญชีกลุ่มก่อการร้ายมานานแล้ว  ในขณะที่สหรัฐอเมริกาเองก็เป็นแกนหลักที่สำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนองค์กรก่อการร้าย และเช่นกันระบอบการปกครองยิวไซออนิสต์และซาอุดิอาระเบียก็เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันกับสหรัฐอเมริกา

การแสดงความพึงพอใจของซาอุดิอาระเบียต่อการเคลื่อนไหวของรัฐบาลเยอรมันที่ประกาศให้ฮิซบุลเลาะห์เลบานอนเป็นกลุ่มผู้ก่อการร้ายนั้น มันเป็นสัญญาณที่ชี้ให้เห็นถึงความถูกต้องตามกฎหมายขององค์กรฮิซบุลเลาะห์  เนื่องจากการดำเนินการของฮิซบุลเลาะห์เลบานอนสามารถทำให้แผนการสมรู้ร่วมคิดหลายๆอย่างของซาอุดิอาระเบียในซีเรียและเลบานอนล้มเหลว และสามารถสกัดกั้นการแทรกแซงและการปลุกระดมของระบอบการปกครองของซาอุดีอาระเบียในภูมิภาคอีกด้วย

ระบอบยิวไซออนิสต์พอใจกับการกระทำของรัฐบาลเยอรมัน เป็นเรื่องปกติ   เพราะฮิซบุลเลาะห์เลบานอนเป็นศัตรูหลักของระบอบไซออนิสต์   และยังไม่มีปฏิกิริยาอื่นใดอีกนอกจากนี้ที่ถูกแสดงออกมาโดยระบอบการปกครองยิวไซออนิสต์    ทั้งนี้รัฐบาลเยอรมันได้ดำเนินการตามเป้าหมายของระบอบการปกครองยิวไซออนิสต์และสหรัฐอเมริกา ด้วยการจัด “ฮิซบุลเลาะห์เลบานอน” เป็นผู้ก่อการร้าย  ซึ่งการกระทำเช่นนี้ไม่อาจถือได้ว่ามันเป็นความต้องการของรัฐบาลแมร์เคิล( Merkel)  แต่น่าจะมาจากแรงกดดันอย่างหนักจากสหรัฐอเมริกาและระบอบการปกครองยิวไซออนิสต์ซึ่งนำไปสู่การตัดสินใจดังกล่าว  และการตัดสินใจครั้งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่ารัฐบาล แมร์เคิล แห่งเยอรมนี มีความอ่อนแอในความเป็นอิสระทางการเมือง

เราไม่อาจที่จะเพิกเฉย ปฏิเสธสถานะและบทบาทสำคัญของฮิซบุลเลาะห์เลบานอนในการต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้ายในภูมิภาคโดยเฉพาะกลุ่มก่อการร้าย ISIS  ได้ ?!  ยุโรปเป็นหนี้บุญคุณ ฮิซบุลเลาะห์เลบานอน  เพราะหากพวกเขาไม่ได้เข้าไปในซีเรีย  กลุ่มก่อการร้ายก็จะสามารถยึดอำนาจได้ทั้งในซีเรียและอิรัก และจากนั้นก็จะก่อความไม่สงบไปสู่ยุโรป เหมือนกับการกระทำของผู้ก่อการร้ายจำนวนหนึ่งที่เกิดขึ้นในบางประเทศในยุโรป  แต่ตอนนี้ ISIS อ่อนแอลงในภูมิภาค การปฏิบัติการของผู้ก่อการร้ายก็ไม่ค่อยได้เกิดขึ้นในประเทศยุโรป

เป็นที่ชัดเจนว่า  การตัดสินใจของรัฐบาลเยอรมันที่ประกาศให้ฮิซบุลเลาะห์เลบานอนเป็นผู้ก่อการร้าย ไม่เพียงแต่พลังขององค์กรฮิซบุลเลาะห์ จะไม่ถูกลดทอนลง  แต่มันกลับยิ่งกล้าแข็งขึ้น และยังแสดงให้เห็นถึงความอ่อนแอในด้านนโยบายและยุทธวิธีที่หลากหลายของประเทศตะวันตกในการรับมือกับการก่อการร้ายต่อสายตาประชาคมโลก

source: akharinkhabar