“เกาหลีเหนือ” ไม่ใช่ “อิรัก”

787

“หากอเมริกายังไม่หยุดความต้องการที่จะโจมตีเกาหลีเหนือ แน่นอนว่าจะต้องเกิดการสูญเสียกองทหาร รวมทั้งประชาชนเป็นล้านๆคน และจะเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามนิวเคลียร์ รวมทั้งเป็นสาเหตุของการล่มสลายทางเศรษฐกิจโลกระหว่างประเทศแน่นอน”

โดนัลด์ ทรัมพ์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เขาไม่ทราบหรือว่าการตัดสินใจที่จะส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน เพื่อโจมตีเกาหลีเหนือ จะส่งผลทำให้เกิดภัยพิบัติอันใหญ่หลวง แน่นอนว่าผลกระทบของการโจมตีนี้จะส่งผลไปยังทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรฐกิจระหว่างประเทศ หรือการสูญเสียของประชากรในภูมิภาคโดยเฉพาะในแถบภูมิภาคเกาหลี ผลที่ตามมานี้จะก่อให้เกิดการสูญเสียอย่างมโหฬารและเป็นไปได้ยากมากที่สหรัฐฯ จะสามารถชดเชยจากการตัดสินใจต่อการกระทำอันนี้ได้

แนวคิดของรัฐบาลเกาหลีเหนือเกิดจากการการรวมของแนวคิดมาร์กซิสและแนวคิดคอมมิวนิสต์ของเหมา เจ๋อ ตุง และเป็นแนวคิดที่ตั้งอยู่ในรัฐธรรมนูญของเกาหลีเหนือในปัจจุบัน อย่าลืมว่าเกาหลีเหนือเคยเป็นดินแดนของญี่ปุ่นก่อนการล่มสลายของจักรวรรดิญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่สอง แต่หลังจากการล่มสลายของจักรวรรดิญี่ปุ่น เกาหลีเหนือจึงถูกยึดครองโดยผู้ชนะในสงครามโลกครั้งที่สองนั่นคือ สหภาพโซเวียตในอดีต ในขณะเดียวกันเกาหลีใต้ก็ถูกแบ่งให้กับสหรัฐ จากเหตุการณ์ข้างต้นจึงนำไปสู่ช่วงสงครามเย็น ต่อมา คิมอิลซุง ปู่ของคิมจองอึน ผู้ปกครองของเกาหลีเหนือในปัจจุบัน จึงเป็นผู้ริเริ่มแนวคิดการปกครองแบบเผด็จการที่ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนในรูปแบบคอมมิวนิสต์ในช่วงต้นของการปกครอง

ดังนั้น “เกาหลีเหนือ” จึงไม่ใช่ “อิรัก” เพราะเหตุใดเราจึงกล่าวเช่นนี้กับสหรัฐที่ต้องการจะล้มผู้นำเกาหลีหนือเหมือนที่สหรัฐได้ทำการล้ม ซัดดัม ฮุสเซน ผู้นำของอิรักในอดีต อย่างง่ายดาย

  • หน่วยปฏิบัติการพิเศษของเกาหลีเหนือประมาณอย่างน้อยสามหมื่นคนที่คอยคุ้มกันผู้นำของพวกเขาอย่างแน่นหนา ต่างกับซัดดัมในขณะที่กองทัพสหรัฐบุกมายังอิรัก สิ่งที่ซัดดัมเตรียมพร้อมคือการหลบหนี เพียงอย่างเดียว
  • เกาหลีเหนือมีอุโมงค์ลับใต้ดินที่สามารถนำกำลังพร้อมเข้าสู่เกาหลีใต้ได้ตลอดเวลา
  • เกาหลีเหนือมีหัวขีปนาวุธนิวเคลียร์อยู่แล้วอย่างน้อย 20 ลูก และคลังแสงอาวุธที่เก็บไว้ในภูเขาอย่างมากมายมหาศาล

ชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้กล่าวถึงความพร้อมของเกาหลีเหนือในเอกสารสีขาวที่ส่งไปยังเกาหลีใต้ เมื่อปี 2016 ว่า “เกาหลีเหนือมีความพร้อมทางด้านความเป็นผู้นำของคิมจองอึน ความกล้าหาญของกองกำลังประชาชนและทหาร” ในเดือนเมษายนปี 1969 ลินดอน บี. จอห์นสัน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ ได้ส่งกองกำลังสหรัฐอย่างมากมายไปยังสมรภูมิเวียดนาม เครื่องบินลาดตระเวนของสหรัฐได้มุ่งหน้าไปยังทะเลญี่ปุ่น แต่ถูกกองกำลังเกาหลีเหนือสอยร่วงไปและลูกเรือ 31 คนทั้งหมดบนเครื่องบินเสียชีวิตทันที เมื่อกองทัพสหรัฐได้ถอนตัวออกจากเวียดนาม หน่วยสืบราชการลับของทหารเกาหลีเหนือก็ได้ลักลอบสังหารทหารอเมริกันอีกครั้งเป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นคำเตือนคำขู่ของเกาหลีเหนือที่มีต่อสหรัฐ

“ คิม อิล ซุง ปู่ของ คิม จอง อึน”

แท ยอง โฮ อดีตอุปทูตเกาหลีเหนือ ได้ให้สัมภาษณ์กับช่องโทรทัศน์ บีบีซี ว่า “เราได้ย้ำว่าไม่ควรกระตุ้นความตึงเครียดต่อเกาหลีเหนือ เพราะระบบการปกครองที่เคร่งครัดและความพร้อมในแสนยานุภาพทางทหารของเกาหลีเหนือจะส่งผลกระทบต่อความตึงเครียดในภูมิภาคอย่างใหญ่โต และจะเกิดการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ในที่สุด”

“ แท ยอง โฮ อดีตอุปทูตเกาหลีเหนือประจำสหราชอาณาจักร”

ปัจจุบัน มีขีปนาวุธพิสัยกลางและพิสัยใกล้ของเกาหลีเหนือที่ได้ถูกติดตั้งไว้ โดยหันเป้าหมายไปยังเกาหลีใต้และญี่ปุ่นที่เป็นพันธมิตรกับสหรัฐ หากเกิดการละเมิดใดๆก็ตามที่เกิดขึ้นโดยสหรัฐ และล่าสุดเกาหลีเหนือได้ติดตั้งขีปนาวุธพิสัยกลางที่ได้ตั้งเป้าหมายไปที่ เกาะกวม ของสหรัฐ แน่นอนว่าหากเกิดความตึงเครียดขึ้นในภูมิภาคนี้และการละเมิดหรือรุกรานโดยสหรัฐ เกาหลีเหนือก็พร้อมที่จะทำการปล่อยขีปนาวุธดังกล่าวได้ตลอดเวลา

จากข้อมูลดังกล่าว หากสหรัฐยังมีความทะเยอทะยานที่จะโจมตีเกาหลีเหนือ แน่นอนว่าจะส่งผลให้เกิดสงครามลูกโซ่ที่จะเกิดขึ้นไปต่อเนื่อง โดยเฉพาะพลเรือนในเกาหลีกว่า 2 ล้านคนต้องล้มตาย และทหารของสหรัฐ กว่า 5 หมื่นนายที่จะต้องจบชีวิตในสงครามนี้ โดยเฉพาะเยาวชนชาวอเมริกันจำนวนมากที่เป็นทหารในศึกครั้งนี้ และจากสงครามนี้จะก่อให้เกิดภัยพิบัติทางเศรษฐกิจโลกที่จะล้มละลายอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าหากเกาหลีเหนือโดนโจมตี จีนที่เป็นหนึ่งในมหาอำนานจทางเศรฐกิจและกำลังทหารก็จะเข้าร่วมสงคราม ต่อมาก็จะเกิดสงครามในระดับภูมิภาค อาวุธเคมีและอาวุธนิวเคลียร์ก็จะถูกงัดออกมาใช้โดยขั้วมหาอำนาจ ก่อให้เกิดสงครามโลกครั้งที่สามในที่สุด

ที่มา : http://www.mashreghnews.ir/news/711292/ابعاد-اقدام-تلافی-جویانه-کره-شمالی-در-صورت-حماقت-ترامپ-چیست