แค่ถล่มไอซิส…หรือสหรัฐกำลังทำอะไรมากกว่านั้นในซีเรีย??

1623

บทความ 2014-09-24, 11:50:20
ขอบคุณบทความดีๆ โดย Chalee Na Roied
ที่มา https://www.facebook.com/chalee.naroied/posts/346895075469978

เมื่อวานนี้ โฆษกทำเนียบขาว ออกมาแถลงการใช้ปฏิบัติการทางอากาศ ในดินแดนซีเรีย ของสหรัฐ และยอมรับว่า รมต.ต่างประเทศ สหรัฐ ไม่ได้แจ้งทางรัฐบาลซีเรียล่วงหน้า ถึงปฏิบัติการดังกล่าว (แต่กลุ่มที่รู้ล่วงหน้า ว่าจะมีการใช้ปฏบัติการทางอากาศ กลับเป็นกลุ่ม ISIL ที่สหรัฐอ้างว่า กำลังจะโจมตี)

ก่อนหน้านั้นเราอาจจะเคยได้ยิน อดีตนายพลสี่ดาว เวสลี่ คล๊าค ที่เคยออกมาเปิดเผยว่า กลาโหมสหรัฐวางแผนที่จะทำสงครามโจมตี 7 ประเทศ ภายในระยะเวลา 5 ปี ได้แก่ อิรัก ลิเบีย เลบานอน ซูดาน โซมาเลียซีเรีย และอิหร่าน

แต่ในระยะเวลา 6 ปีช่วงหลัง จนกระทั่งถึงปัจจุบัน สหรัฐอเมริกาใช้ปฏิบัติการทางอากาศโจมตี 7 ประเทศ ไปเรียบร้อยแล้วครับ ที่เพิ่มขึ้นมาก็คือ อัฟกานิสถาน ปากีสถาน เยเมน และล่าสุดก็คือ.. “ซีเรีย”

ในห้วงเวลาเดียวกัน ทางอิสราเอล ได้ใช้จรวดแพรตทริออต ยิงเครื่องบินรบของซีเรีย 2 ลำในบริเวณ เทือกเขาโกลัน ซึ่งเป็นดินแดนของซีเรีย แต่อิสราเอลได้ยึดครองตั้งแต่ปี 1967 โดยอ้างว่าเครื่องบินรบ 2 ลำได้รุกล้ำเข้าไปยังน่านฟ้าอิสราเอล ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี ที่อิสราเอล ยิงเครื่องบินรบ ของซีเรียในบริเวณดินแดนดังกล่าว ซึ่งถือเป็นการจงใจยั่วยุ ข่มขู่คุกคามรัฐบาลซีเรียอย่างชัดเจน เพราะดินแดนที่อ้างว่า ซีเรียรุกล้ำน่านฟ้าดังกล่าวนั้น แท้จริงแล้วเป็นของซีเรีย

มาดูท่าทีของรัสเซียดูบ้างนะครับ ทางวลาดิเมียร์ ปูติน ได้ต่อสายพูดคุยกับ เลขาธิการยูเอ็น เพื่อหาทางยุติปฏิบัติการดังกล่าว และได้ออกมาแสดงความเห็น ในนามรัฐบาลรัสเซียว่า “การใช้ปฏิบัติการทางอากาศ กับกลุ่ม IS ในดินแดนซีเรีย “ไม่ควร” กระทำโดยปราศจาก การได้รับอนุญาติ จากรัฐบาลซีเรีย”

ทีนี้มาพิจารณาดูนะครับว่า ปฏิบัติการดังกล่าว ใครได้ประโยชน์บ้าง?

ถ้าทุกคนจำได้ เมื่อครั้งที่อิสราเอล ทำสงครามกับชาวปาเลสไตน์ ในฉนวนกาซา ภายหลังการลงนามหยุดยิง นอกจากอิสราเอลได้ลงนามขายน้ำมันและก๊าซบริเวณชายฝั่งฉนวนกาซา ให้กับจอร์แดนแล้ว และยังเป็นสนามทดลอง โดรนรุ่นใหม่ก็คือ รุ่น เฮอร์เมส 450 (Hermes 450 drone) ของบริษัทเอลบิต และอิสราเอลแอโรว์สเปซ เพราะผ่านสนามรบ “Combat- proven” มาเรียบร้อย ซึ่งภายหลังการหยุดยิง ก็ได้นำอากาศดังกล่าว เอามาจัดแสดง ในนิทรรศการ “Israel Unmanned Systems 2014” จนยอดขายในเดือนสิงหาคมพุ่งทะยานขึ้นจำนวนมาก และมีการสั่งซื้อโดรนจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยทางการอังกฤษเป็น ลูกค้ารายแรกที่ต้องการสั่งซื้อ

สถานการณ์ในซีเรียที่ผ่านมา เป็นครั้งแรกของการใช้ สำหรับการเปิดตัว เครื่องบินรบรุ่นที่ 5 ซึ่งเป็นรุ่นใหม่ล่าสุด และแพงที่สุดในกองทัพอากาศสหรัฐ คือ F- 22 ซึ่งสร้างขึ้นเพียง 188 ลำเท่านั้น และกำลังได้รับการรับรอง “Combat- proven” จากสมรภูมิในซีเรีย ซึ่งภายหลังปฏิบัติการดังกล่าวทาง “CENTCOM” ก็ได้เผยแพร่คลิ๊ปปฏิบัติการดังกล่าว ออกมาสู่สาธารณะชนเป็นครั้งแรก

ทุกสมรภูมิล้วนมีเจ้าภาพ หรือบริษัทผลิตอาวุธ ที่พร้อมสนับสนุนอาวุธรุ่นใหม่ๆ อากาศยานรุ่นใหม่ๆ เอามาทดสอบในสนามรบ เพราะถ้าเครื่องบินรบ และตลอดจนอาวุธ ได้ผ่านการใช้งานในสนามรบมาแล้ว จะได้รับการรับรองที่เรียกว่า “Combat proven” นั่นเอง ซึ่งทางสื่อรัสเซียก็รายงานตรงกันว่า สมรภูมิซีเรีย คือการเปิดตัวครั้งแรกของ เครื่องบินรบรุ่นใหม่ล่าสุด ที่แพงที่สุดในในยุคนี้ ที่กำลังประจำการในกองทัพอากาศสหรัฐ

เครื่องบินรบรุ่นดังกล่าว ที่เข้าประจำการ ในกองทัพอากาศสหรัฐ ภายใต้โครงการจัดหา กับบริษัทล็อคฮีด มาร์ติน อุตสาหกรรมเทคโนโลยีทางทหาร ยักษ์ใหญ่ในสหรัฐ ด้วยในวงเงิน 67,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยโครงการนี้ จัดสร้างเพียง188 ลำเท่านั้น ถ้าคิดเป็นมูลค่าตกลำละ 356.38ล้านดอลลาร์ คิดเป็น

เงินไทย ลำละประมาณ10,600ล้านบาท (F-16 ราคาประมาณ 600ล้านบาท)

ถามว่าคุ้มค่าหรือไม่? สำหรับการโครงการจัดหาเครื่องบินรบรุ่นดังกล่าว และคุ้มค่าหรือไม่กับ การใช้เครื่องบินรบรุ่นดังกล่าว มาเปิดตัวและใช้งานเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เข้าประจำการในปี 2006?

ก่อนหน้านั้น เจ้าหน้าที่ด้านนโยบายของ กลาโหมสหรัฐ ได้ทักท้วงว่า ปฏิบัติการโจมตีกลุ่ม ISIL ไม่ถึงขั้นต้องใช้เครื่องบินรบที่เป็นเทคโนโลยีแพงระดับนี้(High end) เพราะเครื่องบินรุ่นเก่าๆ ที่เข้าประจำการในกองทัพอากาศสหรัฐ ก็สามารถปฏิบัติภาระกิจได้

ถ้ามองในแง่จิตวิทยา ถือว่าคุ้มค่า เพราะตราบใดที่ กองทัพสหรัฐได้แสดง ออกถึงแสนยานุภาพทางทหาร ให้เป็นที่ยำเกรงกับ บรรดาชาติมหาอำนาจ ที่เป็นคู่แข่งทางเศรษฐกิจอย่าง จีน และรัสเซีย ตลอดจนพันธมิตรของ จีน และรัสเซียได้เห็น เพราะสมรภูมิซีเรีย ไม่เหมือนลิเบีย เพราะซีเรียมีระบบป้องกันภัยทางอากาศ ที่รัสเซียให้การสนับสนุน ถ้าสามารถทะลุลวงระบบดังกล่าวเข้าไปได้ ก็รับประกันได้ว่า “petrodollar” จะได้รับการคุ้มครองนั่นเอง

ถ้าใครนึกถึง F-22 Raptor ใครที่ชอบดูภาพยนตร์ ก็ให้นึกถึงภาพยนตร์เรื่อง “Transformer 2” นะครับตัวละครที่ชื่อ Starscream อย่างที่เคยบอกไปนั่นแหละครับ กลาโหมสหรัฐและวงการภาพยนตร์ฮอลลีวูด มีผลประโยชน์ร่วมกัน เพราะวงการภาพยนตร์ฮอลลีวูด เป็นโฆษณาชั้นดีในการเปิดตัว เครื่องบินรบรุ่นใหม่ๆที่จะเข้าประจำการ ไม่ต่างอะไรกับ การโฆษณาขายรถยนตร์นั่นเอง

 

 

F-22 ที่ประจำการ ไม่เหมือนในภาพยนตร์ เพราะกลายร่างไม่ได้ แต่กำลังเล่นบทตัวร้าย เหมือนในภาพยนตร์หรือไม่? ท่านก็พิจารณา สมรภูมิที่เกิดขึ้นใน “ซีเรีย” ในเวลานี้ เปรียบเทียบดูก็แล้วกันนะครับ…

*** Chalee Na Roied ได้เขียนบทความชิ้นนี้ลงเผยแพร่ในหน้า Facebook ส่วนตัว  https://www.facebook.com/chalee.naroied ซึ่งกองบก.เอบีนิวส์ทูเดย์เห็นว่าเป็นบทวิเคราะห์ที่น่าสนใจ จึงนำมาเผยแพร่แก่ผู้อ่าน โดยตั้งชื่อเรื่องใหม่ และกองบก.ขอขอบพระคุณผู้เขียนบทความไว้ ณ ที่นี้