ตะวันออกกลาง…ที่ถูกชาติมหาอำนาจอ้างเรื่องศาสนา หลอกให้ฆ่ากันเอง

1728

โดย Chalee Na Roied ที่มา https://www.facebook.com/chalee.naroied

ผม ไม่ได้พูดถึง สงครามกลางเมืองในซีเรีย มานานนะครับ ผมจะพยามเอาเรื่องเดิมๆ มาทบทวนสำหรับคนที่เพิ่งเข้ามาแอด อาจะตามยังไม่ทัน (คนเก่าๆ ก็อ่านผ่านๆนะครับ)

โดยส่วนตัวแล้วเชื่อว่า สงครามในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซีเรีย น่าจะเป็นอีกประเทศหนึ่ง ที่มหาอำนาจจะต้องจดจำ ไม่ต่างจากสมัยสงครามเวียดนาม

ตลอดระยะเวลามากกว่า 3 ปีที่ผ่านมา สหรัฐและพันธมิตร ใช้สงครามตัวแทน(proxy war) โดยการให้บรรดา ซีไอเอ มอสสาด MI6 หน่วยข่าวกรองของตุรกี ซาอุดิอาระเบียและพันธมิตรสหรัฐอื่นๆ สนับสนุน เครือข่ายก่อการร้าย อัลเคด้า เพื่อโค่นล้มรัฐบาลของนาย บาร์ชา อัล อัสสาด ซึ่งสังเวยชีวิตผู้บริสุทธิ์จำนวนมาก แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ นอกจากนี้ยัง พยายามสร้างสถานการณ์(false flag) เพื่อโยนความผิด ไปให้รัฐบาลอัสสาด เรื่องการใช้อาวุธเคมี สังหารพลเรือนของตนจนมีผู้เสียชีวิตมากกว่า1,400 ทั้งนี้เพื่อจะได้ส่งกองกำลังนาโต และทหารสหรัฐเข้าแทรกแซงสงครามกลางเมือง ตามที่เคยใช้ในภูมิภาคอื่น แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ http://www.independent.co.uk/voices/comment/mi6-the-cia-and-turkeys-rogue-game-in-syria-9256551.html

สิ่ง ที่ได้เรียนรู้จากสงครามที่เกิดขึ้นในซีเรียก็คือ ชาวซีเรียส่วนใหญ่สนับสนุน รัฐบาลอัสสาด เพราะเห็นว่าทำเพื่อประเทศ ไม่ยอมเป็นหุ่นเชิดของตะวันตกนั่นเอง จากผลการเลือกตั้งที่ นายอัสสาด ชนะอย่างท่วมท้นกว่า 90% ท่ามกลางกลางถูกขัดขวาง การเลือกตั้งจาก เครือข่ายอัลเคด้า ที่ชาติตะวันตกและพันธมิตรพยายามขัดขวาง และทำทุกวิถีทาง เพื่อไม่ให้ผู้อพยพขาวซีเรีย ข้ามแดนเข้ามาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง เพราะรู้ว่าผลการเลือกตั้ง ที่แสดงออกถึงความต้องการของชาวซีเรีย จะตบหน้าสหรัฐและพันธมิตร ที่กล่าวหารัฐบาล บาร์ชา อัล อัสสาด ว่าเป็นเผด็จการนั่นเอง http://www.presstv.ir/detail/2014/06/10/366301/obamas-syria-policy-vetoed-by-assad-win/

สงครามกลางเมือง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รัสเซียถึงขั้นเอาเรือรบของตนเอง ไปจอดไว้ที่ชายฝั่งของซีเรีย เพื่อให้ความช่วยเหลือของ รัฐบาลอัสสาด เพราะรัสเซียเอง ก็ไม่ต้องการเสียพันธมิตร ในตะวันออกกลางไปอีก สงครามกลางเมืองในซีเรีย จึงเปรียบเสมือนสงครามตัวแทนระหว่าง มหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลก ที่ยึดโยงกับสหรัฐและยุโรป ที่ผูกโยงกับ”pretodollar” และทาง รัสเซีย จีน อิหร่าน ซีเรีย ที่ค้าขายน้ำมันกันด้วยสกุลเงินหยวน(PetroYuan) โดยอ้างอิงจากทองคำนั่นเอง http://www.golemxiv.co.uk/2014/01/from-petrodollar-to-petroyuan-the-coming-proxy-wars/

เพราะ ชาติมหาอำนาจ เขารู้มานานแล้วว่า สหรัฐอเมริกา ที่อ้างว่ามีทองคำสำรองเป็นอันดับหนึ่งของโลกนั้น ไม่ได้มีทองคำอยู่แล้วนั่นเอง คนที่เปิดเผยเรื่องนี้ก็คือ อดีต ประธานไอเอ็มเอฟคนก่อน ซึ่งก็คือ โดมินิค สเตราซ์คานท์ ที่ถูกข้อหาล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งภายหลังหลังเขาก็พ้นข้อกล่าวหาดังกล่าว เพราะไปเปิดเผยเรื่องนี้กับ ผู้นำรัสเซียว่า รัฐบาลสหรัฐไม่มีทองคำ ที่ตัวเองอ้างว่า เก็บไว้ที่ ฟอร์ต น็อกซ์ เพราะไอเอ็มเอฟ เคยเรียกร้องให้ชำระหนี้เงินกู้ในรูปของทองคำ แต่ถูกสหรัฐปฏิเสธ มันก็เลยเป็นที่มาของข้อกล่าวหาดังกล่าว http://www.businessinsider.com/the-latest-dominique-strauss-kahn-theory-its-all-about-gold-2011-6

ตอน นี้เหลือเพียง 2 ประเทศเท่านั้น ที่ยังค้าขายน้ำมันในสกุลเงินอื่น นอกจากดอลลาร์ คือ ซีเรีย และอิหร่าน ถ้าจีน และรัสเซีย เสียพันธมิตรหลักเหล่านี้ไป เศรษฐกิจจีนและรัสเซีย ก็ถึงทางตันครับ เพราะสหรัฐจะสามารถพิมพ์เงินดอลลาร์ออกมาได้เรื่อยๆ โดยที่เงินเหล่านี้ยังสามารถใช้ได้ และขณะเดียวกัน ถ้าสหรัฐและพันธมิตร ปล่อยให้ อิหร่าน และซีเรีย ซื้อขายแลกเปลี่ยนน้ำมันในสกุลเงินอื่น ประเทศผู้ค้าน้ำมันอื่นๆ เช่น เวเนซุเอล่า ก็จะเข้ามาร่วมด้วย และรวมกับกลุ่มประเทศที่เรียกว่า BRICS เมื่อทุกประเทศทั่วโลก เริ่มทยอยเทขายเงินดอลลาร์ เงินเหล่านี้ก็จะไหลกลับไปยัง สหรัฐอเมริกา ทำให้เกิดอัตราเงินเฟ้อ และดอกเบี้ยทะยานสูงขึ้น และนั่นคือ หายนะทางเศรษฐกิจสหรัฐนั่นเอง และธนาคารกลางสหรัฐ จะไม่สามารถพิมพ์ออกมา กระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐได้อีกต่อไป ซึ่งเราจะได้เห็นนโยบายปรับลดการกระตุ้นเศรษฐกิจลงทุกเดือน (QE tapering) ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปีที่แล้ว ก็แก้ปัญหาเงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ยนั่นแหละครับ
http://www.dailykos.com/story/2013/09/09/1237500/-The-PetroDollar-Why-Syria#

เพราะฉะนั้นเบื้องหลังที่แท้จริง ของการบุกอิรักในปี 2001 ก็เพราะอิรัก ประกาศขายน้ำมันในสกุลเงินยูโร ซึ่งสหรัฐยอมไม่ได้ แต่การที่บุกประเทศอื่น ก็กลัวว่าจะละเมิดกฎหมายของสหประชาชาติ เลยต้องมีการอ้างเรื่อง ครอบครองอาวุธเคมี http://www.globalpolicy.org/component/content/article/173/30447.html

และ ในปี 2010 ทาง กัดดาฟี ของลิเบียก็ประกาศว่า จะค้าขายน้ำมัน โดยการใช้ทองคำเป็นการแลกเปลี่ยน ผลที่ตามมาก็คือ กัดดาฟี ถูกตาหน้าจากสื่อตะวันตกว่าเป็นผู้นำเผด็จการ และในที่สุดก็ถูกชาติตะวันตกโจมตี http://rt.com/news/economy-oil-gold-libya/

แล้ว ท่านคิดดูนะครับว่า ตอนนี้ทาง รัสเซีย และจีนก็ประกาศ ซื้อขายก๊าซระหว่างกันโดยตรง และประกาศเทขายเงินสกุลดอลลาร์ อะไรจะเกิดขึ้น? แต่เรายังไม่เห็นว่า ทำไมสหรัฐยังไม่ตัดสินใจโจมตี ไม่ต้องไปเสียเวลาคิดมากครับ เพราะจีนและรัสเซีย มีหัวรบนิวเคลียร์นั่นเอง รัฐบาลสหรัฐจึงไม่กล้าบุ่มบ่าม แต่ก็พยายามจะจุดชนวนสงครามให้ได้ http://www.presstv.ir/detail/2014/06/18/367518/us-beating-nuclear-war-drums/

เพราะ ฉะนั้นสิ่งที่เราได้เห็น ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คือ การปิดล้อมมหาอำนาจทั้งคู่ ทาเศรษฐกิจทุกเส้นทาง ที่เชื่อมต่อกับทางเดินของน้ำมัน โดยพยายามครอบงำ บรรดาประเทศที่รายล้อม จีน และรัสเซียดึงประเทศเหล่านี้ มาอยู่ภายใต้การควบคุมให้ได้นั่นเอง ถ้าประเทศไหนปฏิเสธ ผลที่ตามมาก็คือ สงครามกลางเมืองหรือความวุ่นวาย

เพราะ ฉะนั้นวิกฤติการณ์ในยูเครน และในบางมณฑลของจีน คือ ซินเจียง ที่เวลานี้จีนเองกำลังเผชิญกับ กลุ่มชาวจีนที่เป็นชาวมุสลิม ในบริเวณพรมแดนไกล้กับ ปากีสถานกำลังจะถูกจุดชนวนขึ้น ซึ่งสาเหตุจริงๆไม่ใช่เรื่องศาสนาครับ แต่เป็นเรื่องของ ข้อตกลงทางเศรษฐกิจระหว่าง จีนกับปากีสถาน ข้อตกลงที่ว่าก็คือ ท่อส่งน้ำมันยากเมือท่าขนาดใหญ่ Gwadar ของปากีสถาน ซึ่งมีท่อส่งน้ำมันจากอิหร่าน และแอฟริกา และจากตะวันออกกลาง ไม่ว่าจะเป็นทางบก หรือทางรถไฟ ผ่านปากีสถานมายังจีนแผ่นดินใหญ่ บริเวณมณฑลซินเจียง ซึ่งถือเป็นหัวใจหลัก ทางเศรษฐกิจของจีนนั่นเอง http://rt.com/op-edge/pakistan-terrorism-separatism-economy-272/

เชื่อ ไหมครับว่า ภายหลังข้อตกลงระหว่างจีนกับ ปากีสถานไม่ถึง6 เดือน ดินแดนแถบนี้ ก็ถูกจุดชนวนเรื่องเครือข่ายก่อการร้าย ขึ้นทันทีในบริเวณพรมแดนของปากีสถาน ซึ่งกลุ่มที่ให้ทุนสนับสนุน ก็มาจากกลุ่มเดียวกันที่สนับสนุน เว็บประชาไทยของไทย คือ NED และ USAID นั่นเอง และสหรัฐก็ใช้โดรน สังหารผู้คนในละแวกนี้ ซึ่งมีเรือนที่บริสุทธิ์เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ดังที่ปรากฎเป็นข่าวไม่เว้นแต่ละวัน ซึ่งเราก็เองก็อาจจะเข้าใจว่า เป็นเครือข่าย ก่อการร้าย อัลเคด้า http://www.latimes.com/world/asia/la-fg-drone-bases-20140216-story.html

จริงๆ ก็ไม่ใช่เรื่อง เครือข่ายอัลเคด้าอะไรหรอกครับ แต่เป็นเรื่องของผลประโยชน์ ทางเศรษฐกิจสหรัฐล้วนๆ ที่ต้องการตัดเส้นทางลำเลียงน้ำมันของจีน บังคับให้จีนยังต้องซื้อน้ำมัน จากพันธมิตรสหรัฐคือ ซาอุดิอาระเบีย ในรูปสกุลเงินดอลลาร์ เศรษฐกิจจีนจะได้ไม่แซงหน้าสหรัฐนั่นเอง http://www.globalresearch.ca/destroying-a-nation-state-us-saudi-funded-terrorists-sowing-chaos-in-pakistan/5323295

เพราะ ฉะนั้นนี่ คือ ย่างก้าวที่เราเองยังต้องระวัง เพราะเมื่อไหร่ก็ตาม ที่เราหันหลังให้สหรัฐ และหันหน้าไปทางจีน โดยเฉพาะการลงทุนเส้นทางรถไฟจากตอนเหนือลงไปยังภาคใต้ ผ่านสามจังหวัดภาคใต้ของไทย ซึ่งแม้กระทั่งการขุดคอคลอดกระ บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งทั้งสองโครงการแน่นอนครับ จีนพร้อมให้การสนับสนุน เพราะจีนเองก็ได้ประโยชน์จาก โครงการดังกล่าวเช่นกัน แต่เราก็ต้องระมัดระวัง มิตรที่ไม่ค่อยจริงใจ อย่างสหรัฐไว้ให้ดี เพราะเขาพร้อมที่จะสนับสนุน คนไทยบางกลุ่ม ที่ยังเคลื่อนไหว ให้ออกมาสร้างความวุ่นวายเพื่อทำลายเสถียรภาพ ทำลายเศรษฐกิจของประเทศได้เช่นเดียวกัน http://www.bangkokpost.com/business/news/415840/thailand-looks-to-new-china-trade

ตอน นี้คนไทยต้องเข้าใจนะครับ เรากำลังอยู่ท่ามกลาง สงครามเศรษฐกิจ สงครามค่าเงิน ที่พร้อมประทุเป็นการเผชิญหน้ากันทางทหาร ของบรรดาชาติมหาอำนาจได้ทุกเวลา ที่เศรษฐกิจโลกเดินมาถึงทางตัน และประเทศเล็กๆอย่างเรา การที่จะเอาตัวรอดได้ ก็คือการ “รู้จักพึ่งตัวเอง” อย่ามัวแต่ไปหวังพึ่งพาการลงทุน จากต่างประเทศ เพราะยังเอาแน่นอนอะไรไม่ได้ ถ้าหันไปอีกทาง ภัยคุกคามจากฝ่ายตรงข้าม ก็จะตามมาในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง

ประเทศ มหาอำนาจ เขาก็ต้องทำเพื่อผลประโยชน์ของพวกเขา ไม่มีใครที่จะหยิบยื่นมิตรไมตรีให้เราจริงๆ หรอกครับ เพราะถ้าเราก้าวพลาด แม้เพียงก้าวเดียว บ้านเราเองก็อาจจะอยู่ในสภาพไม่ต่างจาก ซีเรีย และอิรัก ตลอดจนประเทศตะวันออกกลางอื่น ที่มีแค่หยดเลือดและคราบน้ำตาของ พี่น้องร่วมชาติ ที่ถูกชาติมหาอำนาจ อ้างเรื่องศาสนา หลอกให้เข่นฆ่ากันเอง

*** Chalee Na Roied ได้เขียนบทความชิ้นนี้ลงเผยแพร่ในหน้า Facebook ส่วนตัว https://www.facebook.com/chalee.naroied ซึ่งกองบก.เอบีนิวส์ทูเดย์เห็นว่าเป็นบทวิเคราะห์ที่น่าสนใจ จึงนำมาเผยแพร่แก่ผู้อ่าน โดยตั้งชื่อว่า “ตะวันออกกลาง…ที่ถูกชาติมหาอำนาจอ้างเรื่องศาสนา หลอกให้ฆ่ากันเอง” และกองบก.ขอขอบพระคุณผู้เขียนบทความไว้ ณ ที่นี้