เปิดเบื้องลึกเป้าหมายซ่อนเร้น ISIL บุกอิรัก เปิดทางไอ้กัน“ถล่ม”อิหร่าน

2007

 

โดย Chalee Na Roied ที่มา https://www.facebook.com/chalee.naroied

*** Chalee Na Roied ได้เขียนบทความชิ้นนี้ลงเผยแพร่ในหน้า Facebook ส่วนตัว https://www.facebook.com/chalee.naroied ซึ่งกองบก.เอบีนิวส์ทูเดย์เห็นว่าเป็นบทวิเคราะห์ที่น่าสนใจ จึงนำมาเผยแพร่แก่ผู้อ่าน โดยตั้งชื่อใหม่ว่า “เปิดเบื้องลึกเป้าหมายซ่อนเร้น ISIL บุกอิรัก เปิดทางไอ้กันถล่มอิหร่าน” และกองบก.ขอขอบพระคุณผู้เขียนบทความไว้ ณ ที่นี้


ใคร สนใจสถานการณ์ในอิรักล่าสุด ที่เครือข่ายก่อการร้าย อัลเคด้าที่เชื่อมโยงกับ ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรีย ก็เข้าไปอ่านบทวิเคราะห์ของ อ.ทนง นะครับ เพราะท่านเคยโพสต์เรื่องนี้ไปแล้ว

ผมมีบางประเด็นมาเพิ่มเติม เอาเป็นว่าเรื่องนี้ หน่วยงานด้านการข่าว ของ สหรัฐ อิสราเอล และน่าจะทราบดีครับ และเผลอๆงานนี้ ด้วยความร่วมมือของ หน่วยงานด้านการข่าวของ ซาอุดิอาระเบีย ตุรกี และการ์ตา และเรื่องนี้มีวาระแอบแฝงตามมา ว่าด้วยเรื่องของสงครามศาสนา แต่เปลี่ยนแปลงยุทธวิธี ก่อนหน้านั้น อาศัยการก่อการร้ายใน สหรัฐเช่น เหตุการณ์ 9/11 เพื่อสร้างความชอบธรรม ในการทำสงครามต่อต้านการก่อร้าย

แต่ ครั้งนี้ใช้ ชาวอิรัก เป็นเหยื่อสังเวย และมุ่งประเด็นความขัดแย้งไปที่ สงครามศาสนาเพื่อที่จะอ้างความชอบธรรม ให้ตัวเองส่งทหาร เรือบรรทุกเครื่องบิน เข้าไปช่วยฝ่ายรัฐบาลอิรัก คือ “สนับสนุนทั้งสองฝ่ายนั่นเอง” http://www.presstv.ir/detail/2014/06/14/366867/us-allies-behind-isil-crimes-in-iraq/

จริงๆก็คือการสร้างอุปสงค์ขึ้นมาเอง ด้วยการให้ ซีไอเอ ซึ่งสนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายใน ซีเรีย อยู่เบื้องหลังกลุ่ม ISIS เพื่อที่มีอุปทาน สามารถส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน ส่งทหารเข้าไปยังอ่าวเปอร์เซียร์อีกครั้ง http://www.theguardian.com/world/2014/jun/14/aircraft-carrier-iraq-isis-strike-persian-gulf

รัฐบาล อิรักเวลานี้ เป็นรัฐบาลหุ่นเชิดของ วอชิงตันอยู่แล้ว แม้จะเกิดสงครามกลางเมืองขึ้นอีกครั้ง สามารถใช้กองกำลังทหาร และโดรนที่ประจำการ ในภูมิภาคเหล่านั้นได้ แต่การเคลื่อนย้าย เรือบรรทุกเครื่องบินเข้าไปในบริเวณ อ่าวเปอร์เซียร์ เป้าหมายน่าจะใหญ่กว่าและเป็น “อิหร่าน” นั่นเอง

สอดคล้องกับความเห็นของ ดร.พอลล์ เครก โรเบิร์ต อดีต ผู้ช่วย รมต.คลังสหรัฐ และคอลัมนิสต์ หนังสือพิมพ์หลายๆสำนัก ที่จับตานโยบายด้านการต่างประเทศสหรัฐ ในสงครามภูมิภาคตะวันออกกลางมาตลอด ตั้งแต่การตัดสินใจผิดพลาดในสงคราม อิรัก ตั้งสมัย ปธน.บุช จนกระทั่งปัจจุบัน ยังจบไม่ลง แต่กำลังจะเดินหน้าความผิดพลาด เป็นครั้งที่ 2 กับ อิหร่านและซีเรีย สองพันธมิตรของ รัสเซีย และจีน ที่เหลืออยู่เวลานี้ http://www.globalresearch.ca/america-s-next-war-iran/25216

เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นมีพิรุธหลายอย่างครับ กองกำลัง ISIS ประมาณ 1,000 คน ขณะที่บุกยึดเมือง โมซุล เมืองใหญ่อันดับสอง ที่กองกำลังทหารอิรัก ประจำการอยู่มากกว่า 30,000 คน แต่กองกำลังอิรัก กลับหนีและทิ้งอาวุธที่ทันสมัย ที่ได้รับจากสหรัฐ ทั้งนี้รวมถึงเฮลิคอปเตอร์แบบ แบล็คฮอร์ค ทำให้กองกำลัง ISIS บุกยึด

เพราะฉะนั้นงานนี้ อิหร่านน่าจะรู้ทันและอยู่นิ่งเฉยไม่ได้แล้ว เพราะรู้เป้าหมายที่แท้จริง ของแผนการในครั้งนี้ก็อย่าแปลกใจครับว่า ตอนนี้รีบส่งทหารถึง 2,000นาย ไปยังกรุงแบกแดด เพื่อช่วยเหลือรัฐบาลอิรัก เพราะถ้าอิรักโดน บุกยึดเมื่อไหร่ คิวต่อไปอิหร่านแน่นอนครับ http://www.theguardian.com/world/2014/jun/14/iran-iraq-isis-fight-militants-nouri-maliki

iragmap

เรา ต้องอ่านเกมส์ให้ออกนะครับ และอย่าไปหลงประเด็น ที่สื่อตะวันตกพยายาม ประโคมข่าวสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในอิรัก ว่าเป็นสงครามศาสนาระหว่าง ชีอะห์กับ ซุนนีนะครับ เพราะสงครามศาสนา ที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง ล้วนถูกจุดขึ้นมาทำลาย ประเทศมุสลิมเหล่านี้ทั้งนั้น เหมือนกับที่บ้านเรา ขยายประเด็น สองมาตรฐานและ อ้างเรื่อง ไพร่กับอำมาตย์นั่นแหละครับ เพราะสามารถจุดชนวนความขัดแย้ง เพื่อทำลายสถาบันและ ความสามัคคีของคนในชาติ เพื่อจุดชนวนสงครามกลางเมืองได้ http://www.independent.co.uk/voices/iraq-crisis-capture-of-mosul-ushers-in-the-birth-of-a-sunni-caliphate-9530600.html

เป้า หมายที่แท้จริงของปฏิบัติการครั้งนี้ “ไม่ใช่” อิรัก แต่เป็น อิหร่านนั่นเอง สมัยนี้ชาติมหาอำนาจ เขาจะไม่ส่งทหารเข้าไปบุกยึดแบบหน้าด้านๆ เพราะกลัวจะถูกชาวโลกประณาม แต่แอบสนับสนุนอาวุธ และฝึกการรบให้ โดยบรรดาสายลับ เข้าไปแทนลักษณะที่เรียกว่า สงครามตัวแทน(proxy war) บรรดางานใต้ดิน ก็ให้บรรดาสายลับหรือ ซีไอเอ อยู่เบื้องหลัง ส่วนงานบนดินรัฐบาล ก็อ้างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อสนับสนุนอาวุธยุทโธปกรณ์ เข้าไปช่วยเหลือฝ่ายรัฐบาล ที่เป็นหุ่นเชิดของตนนั่นเอง

ก็อย่าแปลกใจว่า ทำไมจู่ๆอิหร่าน ถึงต้องส่งทหารเข้าไปยังกรุงแบกแดด ทั้งๆที่รู้ทั้งรู้ว่า รัฐบาลอิรักในปัจจุบันนั้นเป็นหุ่นเชิดของ รัฐบาลวอชิงตัน บารัค โอบามา ก็ยังไม่ตัดสินใจที่จะ เข้าไปช่วยเหลือ และทั้งๆที่ทหารอเมริกันที่ประจำการ อยู่ในบริเวณนั้น “เว้นแต่” ช่วงหลังไม่ได้ประโยชน์อะไรแล้ว จึงต้องหาทางโค่นล้ม เพื่อหาหุ่นเชิดคนใหม่ที่ยังชี้นิวสั่งได้ขึ้นมาแทน และแม้รัฐบาลสหรัฐ จะออกมาปฏิเสธ ว่าไม่ได้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้ก็ยากที่ มหาอำนาจอย่างจีน รัสเซีย และอิหร่านจะเชื่อครับ เพราะเครือข่ายอัลเคด้า ที่กำลังเคลื่อนไหวในซีเรีย กับ ISIS เป็นกลุ่มเดียวกัน สหรัฐ นาโต ติดอาวุธและสนับสนุนทั้งสองฝ่าย http://www.globalresearch.ca/the-destruction-and-political-fragmentation-of-iraq-towards-the-creation-of-a-us-sponsored-islamist-caliphate/5386998

เพราะ ฉะนั้นสำหรับงานนี้ ผู้ชนะก็คือ อุตสาหกรรมทหารในสหรัฐ และบรรดาเจ้าของธนาคาร”ชาวยิว” ที่ให้รัฐบาลสหรัฐยืมเงิน ในการทำสงครามที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น จากการสร้างสถานการณ์ขึ้นมาเอง แต่ผลกระทบที่ตามมาก็คือ ประชาชนผู้บริสุทธิ์ใน อิรัก และซีเรีย อิหร่าน อีกหลายล้านคน ต้องตกเป็นเหยื่อ http://www.globalresearch.ca/how-the-us-is-arming-both-sides-of-the-iraqi-conflict/5386926

และ จับตาให้ดีครับเพราะ ซีเรีย อิรัก และอิหร่าน คือ 3 ใน 7 ประเทศที่สหรัฐต้องทำลายให้ได้ ภายในระยะเวลา 5 ปี นับตั้งแต่ปี 2003 เพื่อรักษาค่าเงินดอลลาร์(petrodollar) แต่นี่เลยกำหนดมาเกือบ 7 ปี ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐที่ขึ้นอยู่กับสงคราม ก็เลยไม่มีท่าทีที่จะฟื้น และร่อแร่มาจนปัจจุบัน ถ้ารัฐบาลสหรัฐไม่ทำลายประเทศเหล่านี้ ที่ปฏิเสธเงินดอลลาร์ และเป็นพันธมิตรกับ จีน และรัสเซีย สหรัฐก็ต้องเผชิญกับสงครามกลางเมือง เพราะค่าเงินดอลลาร์และเศรษฐกิจสหรัฐล่มสลาย http://leaksource.info/2012/12/08/retired-4-star-general-wesley-clark-7-countries-in-5-years/

นี่แหละครับ คือสิ่งที่ผมเคยเล่าให้พวกท่านฟัง ไปก่อนหน้านั้น ว่าผมเห็นทหารอิหร่าน ถูกยิงเป็นไบไม้ร่วงและมีลางสังหรณ์ใจว่า “สงครามศาสนาระหว่าง อิหร่านและอิสราเอล” กำลังจะเริ่มต้นขึ้น