ไขความลับ “จุดสีแดง”บนร่างกายของนักกีฬาโอลิมปิกในริโอ 2016

1141

alarabiya – จุดสีแดงบนตัวของนักกีฬาบางคนจากประเทศต่าง ๆ ที่เข้าร่วมในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกริโอ 2016 สร้างดึงดูดความสนใจและ เป็นคำถามที่เกิดขึ้นมากมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า มันคืออะไร? แล้วมีไว้ทำไม

จุดสีแดงที่เห็น คือ การใช้ศาสตร์บำบัดด้วยแพทย์แผนจีนที่เรียกกันว่า “ครอบแก้ว” โดยแพทย์จะใช้ความร้อนขับไล่อากาศภายในถ้วยออกจนเกิดสูญญากาศ ก่อนจะรีบวางบริเวณจุดเส้นลมปราณบนร่างกาย ถ้วยแก้วจะดูดกล้ามเนื้อขึ้นเพื่อกระตุ้นเลือดลมตรงบริเวณที่ครอบแก้ว ทำให้บริเวณนั้นปรากฏรอยแดงจ้ำๆ หรือบางครั้งออกสีอมม่วงเข้ม การบำบัดโรคด้วยวิธีนี้สามารถช่วยในเรื่องระบบการไหลเวียนของเลือด เลือดลมเดินสะดวกมากขึ้น ช่วยกำจัดของเสียออกจากร่างกาย และลดอาการอุดกั้นของเลือด

ครอบแก้วของฮีโร่ โอลิมปิกริโอ 2016

สัญลักษณ์ของการครอบแก้ว ปรากฏตัวครั้งแรกในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกริโอ 2016 บนร่างของ Alexander Nader ผู้เล่นทีมชาติอเมริกันในวันแรกของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกริโอ 2016 ซึ่งเขาเป็นสมาชิกคนหนึ่งของทีมชายนักกีฬาประเภทม้าหูของอเมริกา The pommel horse

นอกจากนั้น Michael Phelps นักว่ายน้ำชาวเยอรมันที่ได้รับรางวัลเหรียญทองในการแข่งขันครั้งนี้ ก็ได้พบจุดสีแดงของการครอบแก้วบนร่างของเขาในการแข่งขันครั้งนี้ด้วย

ดูเหมือนว่า การครอบแก้วจะเป็นที่นิยมของบรรดานักกีฬาที่เข้าร่วมในโอลิมปิกริโอ 2016 ได้กลายเป็น เพื่อช่วยในเรื่องระบบการไหลเวียนของเลือด กล้ามเนื้อและคล้ายเส้นเอ็นให้เบาตัว

ไม่เพียงแต่นักกีฬาเท่านั้นที่ใช้ในการครอบแก้ว แต่ยังมีดาราฮอลลีวู้ดชื่อดังก็ได้ทำการกรอกเลือดด้วย

เมื่อหลายปีก่อน เจนนิเฟอร์ นักแสดงอเมริกันได้ทำการครอบแก้วและอนุญาตให้มีการถ่ายภาพของเขาด้วยในขณะที่กำลังทำการการครอบแก้ว ที่สามารถเห็นจุดสีแดงเต็มปรากฏบนร่างกายของเขา นอกจากนั้น วิคตอเรียเบ็คแฮม ผู้คว้าเหรียญรางวัลอย่างมากมายก็ยังทำการครอบแก้วอีกด้วย

การครอบแก้ว หรือ Cupping Therapy เป็นส่วนหนึ่งของทางใหม่สำหรับการการแพทย์ยุคปัจจุบัน โดยจะมีการวางถ้วยแก้วใสบนร่างกายในลักษณะที่สามารถดูดซับเลือดได้ ซึ่งวิธีการรักษาทางการแพทย์เช่นนี้จะสามารถช่วยให้ที่มีการหมุนของกระแสเลือดและขับสารพิษออกจากร่างกายอันเนื่องจากการสะสมของสารเคมี

การครอบแก้วมีสองประเภท ประเภทที่หนึ่งคือการครอบแก้วในลักษณะแบบชุ่มชื้น โดยจะมีเลือดไหลออกมา ซึ่งในประเภทนี้มักจะทำบนอวัยวะที่เหนือเอวขึ้นมา โดยสามารถที่จะทำให้เกิดการหมุ่นเวียนของกระแสเลือดในการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงใหม่ ซึ่งวิธีนี้จะใช้มีดคมในการกรีดแผ่นหลัง จากนั้นก็จะวางถ้วยแก้วบนนั้นเพื่อดูดเลือด

แต่ในการครอบแก้วแบบแห้ง จะไม่ใช้ใบมีด แต่จะใช้ ถ้วยแก้วอุ่นวางไว้บนผิวหนังซึ่งมันจะมีผลกระทบกับผิวและจะจางหายไปตามกาลเวลาอย่างรวดเร็วซึ่ง ประเภทนี้กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักกีฬา และจะใช้ถ้วยร้อนวางบนผิวเป็นระยะเวลาแค่ 5 ถึง 10 นาทีเท่านั้น

การครอบแก้วในการแพทย์โบราณ
จีน อียิปต์โบราณ และวัฒนธรรมของตะวันออกกลางจะใช้วิธีการนี้ในการรักษาตัวเมื่อประมาณ 1,550 ปีก่อนคริสต์ศักราช และก่อนที่จะใช้มีการใช้สารเคมีอย่างแพร่หลายและเครื่องมือการแพทย์ที่ทันสมัย ซึ่งจะมีการใช้วิธีนี้ในการรักษา

แต่แพทย์ปัจจุบันยังไม่ยอมรับผลของการรักษาด้วยวิธีนี้ ประชาชนอเมริกาที่เป็นโรคมะเร็งกล่าวว่า วิธีการนี้ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ใดๆที่จะช่วยในการรักษาโรคมะเร็งหรือโรคอื่น ๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แต่ผลการวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร PloS ONE ที่มีนักวิจัยจีนและนักวิจัยชาวออสเตรเลียประมาณ 135 ได้ร่วมกันทำวิจัยเกี่ยวกับการครอบแก้ว

ซึ่งผลการวิจัยได้มีการตีพิมพ์ใน 1992-2010 ให้ข้อสรุปที่ว่าถ้าการครอบแก้วได้มีการบูรณาการอยางสมบูรณ์แบบที่ควบคู่ด้วยการรักษาสุขภาพการกินยา หรือเครื่องมือแพทย์ทีทันสมัยแล้ว อาจมีผลต่อการรักษาโรคบางอย่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ยังกล่าวว่า การครอบแก้วนั้นจะช่วยในการรักษาความดันโลหิตสูง ไมเกรน โรคผิวหนังเช่นกลากเกลื้อนและยังสามารถรักษาโรคบางชนิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในสังคมอเมริกา มีการออกมาเตือนและให้คำแนะนำแก่ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์หรือมีประจำเดือนให้ละเว้นในการครอบแก้ว