ผู้นำสูงสุดอิหร่านย้อนอดีตเหตุการณ์อิมามโคมัยนีกลับถึงสนามบิน

1437

สิ่งที่จะเล่าและนำเสนอให้กับพวกท่านทั้งหลายได้รับฟังในที่นี้ เป็นเรื่องเล่าจากท่านอิมามคาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านคนปัจจุบัน ต่อเหตุการณ์ครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์แห่งการปฏิวัติอิสลาม นั้นคือช่วงเวลาที่ท่านอิมามโคมัยนี (รฎ) กลับคืนสู่มาตุภูมิ เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ค.ศ 1979

ตามคำประกาศของ มุฟัตตะห์ หนึ่งในสมาชิกของสภาปฏิวัติ เปิดเผยว่า ในวันที่ 12 บะห์มัน เวลา 9:00 น ท่านอิมามโคมัยนี (รฎ) จะมาถึงยังสนามบิน

วันแห่งการรอคอยได้มาถึง สิ่งที่เกิดขึ้นในสนามบินนั้น มันเป็นความรู้สึกหลากหลายที่แตกต่างกันไป บ้างมีความดีใจอย่างเหลือล้น บ้างมีความวิตกกังวล ….

บ้างมีความกลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อท่านอิมามโคมัยนี(รฎ)

แต่เสียงประกาศจากผ่านลำโพงของสนามบินดังขึ้นเป็นระยะ ซึ่งภายในสนามบินเต็มไปด้วยพี่น้องประชาชนที่แห่กันมาต้อนรับการกลับมาของท่านอิมามโคมัยนี (รฎ) อย่างยิ่งใหญ่ ทุกคนล้วนจ้องไปยังประตูหลักของสนามบิน ทว่า ท่านอิมามโคมัยนี (รฎ) ได้ออกจากสนามบินอีกประตูหนึ่ง

“ครั้งแรกที่ได้เห็นใบหน้าของท่าน ได้เห็นความมุ่งมั่น ความปรารถนาอันแรงกล้า ที่ฉายออกมาให้เห็นบนใบหน้าของท่านอย่างสง่างาม และไม่พบเห็นความเหนื่อยล้าเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง และความหวาดวิตักกังวลใดๆ เลยจากใบหน้าของท่านแต่อย่างใด …….”

นักข่าวนับร้อยเข้ามาทางประตูหลักของสนามบิน ลานสนามบินเต็มไปด้วยพี่น้องประชาชนที่หลั่งไหลเข้ามาหาท่าน

“ รู้สึกถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นแก่ท่านอิมามโคมัยนี (รฎ) จึงตะโกนขอร้องให้ประชาชนออกห่างจากอิมามสักช่วงหนึ่ง เพื่อความปลอดภัยของท่านอิมาม ข้าพเจ้าและสหายผู้ใกล้ชิดอีกจำนวนหนึ่งได้ช่วยกันสกัดกั้นล้อมท่านอิมาม เพื่อกันไม่ให้ผู้คนเข้ามาประชิดตัวท่านอิมามได้ ”

จากนั้น ท่านอิมามได้มายืนตรงจุดที่จัดเตรียมไว้ และได้กล่าวเพียงแค่ไม่กี่ประโยค ว่า “สิ่งที่หัวใจมีความหวาดวิตกก่อนหน้านี้มันได้หายไปหมดสิ้นแล้ว จะมีเพียงแต่ความสงบมั่นเท่านั้นที่ได้มาแทนที่”

ซึ่งคำพูดครั้งนี้ของท่านอิมาม นับว่าเป็นประโยคที่สองที่สร้างความมั่นใจให้กับตัวข้าพเจ้า …

หลังจากออกจากสนามบิน และได้ขึ้นรถที่ได้เตรียมไว้ “ เมื่อผ่านยังท้องถนน บรรดาพี่น้องประชาชน ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ ชายและหญิง ล้วนแล้วแห่กันมาต้อนรับท่านอย่างเนืองแน่น มีการยืนดอกไม้ให้ท่าน มีการร้องคำขวัญแสดงความยินดีที่ท่านได้กลับมา ประชาชนล้วนแล้วมีความสุขเป็นอย่างมาก….”

รถของท่านอิมามได้แล่นเข้าสุสาน เบเฮชตี้ซะห์รอ หลังจากเสร็จสิ้นพิธี ณ. สุสานเบเฮชตี้ซะห์รอ แล้ว ท่านอิมามพร้อมกับซัยยิดอะห์มัด โคมัยนี (บุตรชายของท่าน) ได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ไป …..ต่อมาได้ลงจอด ณ ลานของของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเตหะราน ซึ่งคณะแพทย์พยาบาลคิดว่า มีการนำส่งผู้ป่วยอาการสาหัส จึงรีบรุดหน้าไปยังเฮลิคอปเตอร์ แต่เมื่อเห็นท่านอิมามเดินออกมาจากเฮลิคอปเตอร์ ก็พากันฉงน…… จากนั้น มีนายแพทย์คนหนึ่งได้เตรียมรถพิเศษให้กับท่าน ซึ่งท่านอิมามโคมัยนี (รฎ) ได้ขึ้นรถและออกจากโรงพยาบาล

สิ่งที่หวาดวิตกกังวลอยู่เสมอ คือ เกรงกลัวการลอบสังหารท่านอิมามโคมัยนี (รฎ) จะเกิดขึ้นจริงตามคำขู่ของ นายทหารบัคเตียร์ แต่ทว่า “ ข้าพเจ้าได้เห็นประชาชนพากันยืนแถวล้อมวงท่านอิมามโคมัยนี เสมือนกับเป็นการสร้างเกราะกำบังให้กับท่านอย่างแน่นหนา …. โดยในความเป็นจริงแล้วเสมือนเป็นการเอาชีวิตของมนุษย์เป็นเกราะป้องกันท่าน และจากจุดนี้เองทำให้แผนการร้ายต่างๆของบัคเตียร์ที่จะลงมือสังหารท่านอิมามโคมัยนี (รฎ) ล้มเหลว ……

ในท้ายสุดก็สามารถล้มระบอบชาห์ ได้สำเร็จและสามารถสถาปนารัฐอิสลามได้อย่างมีเกียรติ จนถึงวันนี้ วันแห่งการฉลองครบรอบปี ที่ 36 แห่งชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์ของการปฏิวัติอิสลาม

 

 

886821_886

image_650_365 886823_377 886822_143
http://www.mashreghnews.ir/fa/news/385514/خاطره-آیت-الله-خامنه‌ای-از-روز-ورود-امام-به-میهن