การบังคับบุคคลให้สูญหายและการขังเดี่ยว ดูเหมือนเป็นขั้นตอนที่เหมาะสมกับชาวปาเลสไตน์??

ดิรอร อบูซีซี ชายคนหนึ่งที่ไม่มีประเทศและไม่มีพรรค ต้องเผชิญกับชะตากรรมอันโหดร้ายที่หน่วยสืบราชการลับของอิสราเอลกระทำกับเขา โดยอ้างว่าวิศวกรพลเรือนผู้นี้เป็นผู้คิดค้นโครงการสร้างขีปนาวุธให้กับฮามาส

948
(ภาพ) ดิรอร อบูซีซี วิศวกรชาวปาเลสไตน์ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้คิดค้นโครงการจรวดของฮามาสและฝึกซ้อมนักรบในกาซ่า เข้าร่วมการพิจารณาคดีในเมือง Beersheba ทางใต้ของอิสราเอล เมื่อ 16 มิถุนายน 2011

ซีแอทเทิล – เดือนที่แล้ว คณะตุลาการอิสราเอลได้พิพากษาจำคุก ดิรอร อบูซีซี วิศวกรพลเรือนวัย 46 ปี เป็นเวลา 21 ปี เนื่องจากช่วยเหลือโครงการจรวดของฮามาส กระบวนการนี้ใช้เวลาสอบสวนถึงสี่ปีนี้เริ่มต้นด้วยการลักพาตัวอบูซีซีอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน บนรถไฟขบวนหนึ่งที่มุ่งหน้าไปเมืองเคียฟ เมื่อปลายฤดูหนาวเดือนกุมภาพันธ์ปี 2011 ในยูเครน

มอสสาด หน่วยงานลับของอิสราเอล และหน่วยงานความมั่นคงของยูเครนได้ร่วมมือกันจับตัวอบูซีซี หลังจากการสอบสวน เขาถูกส่งขึ้นเครื่องบินไปเข้าคุกในอิสราเอล รายงานข่าวบางแห่งถึงขนาดอ้างว่าเขาถูกให้ยาและให้อยู่ในโลงศพ แล้วถูกขนส่งไปยังอิสราเอลในฐาน “ศพ”

ตอนที่เรื่องนี้เปิดเผยออกไป การส่งตัวผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายด้วยวิธีพิเศษไปยังสถานที่ทรมานลับของซีไอเอเป็นข่าวใหญ่ ถึงแม้ว่าการลักพาตัวอบูซีซีจะไม่ถูกรายงานในข่าวนั้น แต่มันก็เป็นหนึ่งในการลักพาตัวนอกระบบกฎหมายที่ดำเนินการโดยอิสราเอล แบบเดียวกับที่ย้อนกลับไปถึงสมัยของ Adolf Eichmann ผู้นำนาซีที่ถูกพบว่ายังมีชีวิตอยู่ในอาร์เจนติน่าหลายสิบปีหลังสงครามสิ้นสุดลง มอสสาดทีมใหญ่ที่นำโดย Rafi Eitan ได้ลักพาตัว Eichmann และนำตัวเขาบินมายังอิสราเอลโดย El Al หนังสือพิมพ์ The Guardian รายงานเมื่อปี 2012 ว่า “เขาถูกนำตัวผ่านออกมาในฐานะพนักงานที่ป่วยคนหนึ่งของสายการบิน แต่งตัวในชุดเครื่องแบบของ El Al และนั่งในชั้นเฟิร์สคลาส”

ผมเป็นนักข่าวนอกยูเครนคนแรกที่รายงานเรื่องอบูซีซีถูกลักพาตัวโดยระบุชื่อของเขา นักข่าวอิสราเอลไม่สามารถรายงานข่าวนี้ได้เพราะกรณีที่เกี่ยวกับความมั่นคงมักจะอยู่ภายใต้การตรวจสอบของทหารหรือถูกสั่งห้ามไม่ให้รายงานชื่อของผู้ต้องสงสัย

เขาถูกตั้งข้อหาคิดค้นโครงการสร้างขีปนาวุธให้ฮามาส หน่วยงานด้านความมั่นคงของอิสราเอล หรือ Shin Bet และการดำเนินคดีได้สร้างเรื่องของอบูซีซีให้เป็นการปฏิบัติงานแบบ West Point(โรงเรียนฝึกสอนทหาร) ฉบับกาซ่า เพื่อสร้างผู้ก่อการร้าย ภายใต้การดูแลของมุฮัมมัด ดีฟ ผู้นำกองพลน้อยก็อซซัม ปีกทางการทหารของฮามาส รายงานข่าวอื่นๆ อ้างว่าเขาเป็นผู้ปฏิบัติการคนสำคัญเกี่ยวกับการจับตัวและคุมขังพลทหาร Gilad Shalit

ตลอดช่วงเวลาของการดำเนินการทางกฎหมายสี่ปีนี้ Tal Linoy ทนายความของอบูซีซี ที่ผมได้สัมภาษณ์อย่างเจาะลึกเพื่อเขียนบทความนี้กล่าวว่า หลักฐานเดียวที่ถูกนำเสนอก็คือข้ออ้างว่าเป็นคำสารภาพของลูกความของเขา ซึ่งได้มาอย่างผิดกฎหมายและภายใต้การทรมานตามมาตรฐานของ Shabak ที่มักจะใช้เป็นประจำในกรณีเกี่ยวกับความมั่นคงเช่นนี้ รัฐไม่เคยนำเสนอหลักฐานที่เป็นอิสระใดๆ เลย

ภายใต้กฎหมายความมั่นคงของอิสราเอล ในขั้นตอนเบื้องต้นของคดี รัฐอาจปฏิเสธไม่ให้ทนายฝ่ายจำเลยเข้าถึงหลักฐานได้ ถ้าคิดว่าหลักฐานนั้นมีความอ่อนไหวมากจนการเผยแพร่มันออกไปอาจเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐได้ ถึงแม้ทนายฝ่ายจำเลยจะได้รับอนุญาตทางทฤษฎีในการดูหลักฐานเหล่านั้น แต่หน่วยงานด้านความมั่นคงจะไม่ถือเป็นเนื้อหา เมื่อมีหลักฐานลับ ผู้พิพากษาจะทบทวนตามลำพัง และทำการตัดสินใจโดยไม่มีการนำเข้ามาจากฝ่ายจำเลย โดยทั่วไปแล้วผู้พิพากษาจะไม่ล้มเลิกการดำเนินคดีและอนุญาตให้เข้าถึงสาระสำคัญของทนายฝ่ายจำเลย

Linoy ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลหลายครั้งเพื่อให้อย่างน้อยมีการสรุปหลักฐานที่ได้มาจากเขา หลังจากที่การดำเนินคดีมีความสับสนทางกฎหมายอย่างมาก ในที่สุดเขาได้เสนอคดีของรัฐในแบบที่ถูกตัดทอน ลดเอกสารต้นฉบับ หรือหลักฐานแรกออกไป เขาบอกกับ MintPress ว่า เขาถูกห้ามไม่ให้เปิดเผยสิ่งที่เขาได้รู้มา ถึงแม้ว่าเขาสามารถจะพูดได้ว่า ข้อหาของลูกความของเขาในฐานะประชาชนนั้นไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเหตุผลที่แท้จริงในการจับกุมเขาเลย

ทฤษฎีที่เชื่อถือได้อย่างหนึ่งของคดีนี้ ที่แหล่งข่าวที่มีความรู้หลายคนได้ยืนยันก็คือ ฮามาสพยายามจะแก้แค้นอบูซีซีที่ปฏิเสธไม่ให้ความร่วมมือต่อไป ข่าวรั่วไหลออกมาว่า พวกเขา “จัดเตรียมการ” เพื่อให้มอสสาดรู้ว่าอบูซีซีมีบทบาทสำคัญในการจับและควบคุมตัว Gilad Shalit ทหารของกองกำลัง IDF ในการรุกข้ามชายแดนเข้ามา และถูกฮามาสจับตัวไว้เป็นเวลาห้าปี จนกระทั่งมีการเจรจาแลกเปลี่ยนตัวนักโทษกับอิสราเอล ฮามาสรู้ว่าอิสราเอลจะต้องจับบุคคลสำคัญเช่นนั้น และทำให้ชีวิตของเขาตกยากลำบาก ซึ่งเป็นสิ่งที่ได้เกิดขึ้นจริงๆ

ถ้ามอสสาดถูกฮามาสหลอกให้เชื่อว่า อบูซีซีรู้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับที่อยู่ของ Shalit ก็มีเหตุผลที่มันจะไม่ต้องการให้โลกรู้ถึงความผิดพลาดเช่นนั้น แวดวงด้านความมั่นคงของอิสราเอลอยากที่จะให้โลกมองว่ามันน่าเกรงขามและเป็นสุดยอดในด้านเทคโนโลยีและการปฏิบัติงาน คดีนี้ไม่ได้ทำให้มอสสาดก้าวไปข้างหน้าอย่างดีที่สุดได้ ทางที่ดีที่สุดที่จะปกปิด “งานง่ายๆ” ชิ้นนี้ก็คือ การนำตัวอบูซีซีไปให้ไกลเป็นเวลานานๆ และจัดการไม่ให้มีใครภายในอิสราเอลสามารถบอกเล่าเรื่องจริงได้

ความชำนาญด้ายวิศวกรรมของอบูซีซีดึงดูดความสนใจของฮามาส

ดิราร อบูซีซีได้พบกับเวโรนิก้า ภรรยาของเขาในยูเครน ที่ซึ่งเขาได้ปริญญาเอกทางด้านวิศวกรรมการไฟฟ้าจากวิทยาลัยเทคนิคแห่งหนึ่งในยูเครนในช่วง 1990s หลังจากเรียนจบ เขาและครอบครัวย้ายไปอยู่จอร์แดนในฐานะผู้ลี้ภัย เขาใช้เวลาสามเดือนไปกับความพยายามทำงานเป็นวิศวกรอยู่ที่นั่น ในปี 1999 เขาเห็นประกาศรับสมัครงานตำแหน่งหนึ่งที่โรงไฟฟ้ากาซ่า เขาสมัคร สัมภาษณ์ และได้รับเข้าทำงานในตำแหน่งนั้น

เงินเดือนที่เขาได้รับทำให้เขาสามารถดูแลครอบครัวที่กำลังเติบโตขึ้นของเขาได้ (เขาและภรรยามีลูกหกคน) และดูแลพ่อแม่ที่สูงวัยซึ่งอาศัยอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยในจอร์แดน เขาเป็นคนเดียวในครอบครัวที่สามารถช่วยเหลือพ่อแม่ของเขาได้ในสภาพนี้

(ภาพ) รูปถ่ายลูกๆ ของอบูซีซีในกาซ่า
(ภาพ) รูปถ่ายลูกๆ ของอบูซีซีในกาซ่า

เขาทำงานได้ดี เขาพบว่าเขาสามารถจัดรูปแบบเทคโนโลยีแสงอาทิตย์ของโรงไฟฟ้านี้ได้ เพื่อที่เขาจะสามารถใช้ระบบของอียิปต์ได้ แทนที่จะใช้สายไฟฟ้าของอิสราเอล สิ่งนี้จะทำให้ฝ่ายบริหารพลังงานของกาซ่าประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่า 200 ล้านดอลล่าร์ต่อปี แต่มันทำให้เขาเป็นที่รักเพียงน้อยนิดในสายตาของอิสราเอล ที่อยากจะให้ทุกสิ่งทุกอย่างในกาซ่าต้องพึ่งพาอิสราเอล

ในบรรดาข้อหาที่ Shabak ยกขึ้นมาให้แก่วิศวกรผู้นี้ก็คือ เขาเรียนที่โครงการวิศวกรรมทางทหารแห่งหนึ่งในยูเครนขณะเรียนปริญญาเอก อิสราเอลอ้างว่า ในช่วงนี้เองที่เขาทำงานให้ฮามาสด้วยการเรียนรู้ทักษะที่จะเป็นประโยชน์กับขบวนการอิสลาม

ก่อนถึงปี 2000 อบูซีซีไม่เคยไปกาซ่าเลยในชีวิตของเขา ช่วงปี 1990s เขาเดินทางโดยตรงจากจอร์แดน ที่ที่เขาใช้ชีวิต ไปยังยูเครนเพื่อเรียนปริญญาเอก เมื่อเขาเรียนจบ เขาไม่ได้เดินทางไปกาซ่าโดยตรง แต่เขากลับมาที่บ้านของเขาในจอร์แดน เรื่องนี้เป็นข้อพิสูจน์อีกข้อหนึ่งว่ากาซ่าเป็นจุดหมายปลายทางในการประกอบอาชีพแห่งหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่สถานที่ในอุดมการณ์

เมื่อกล่าวถึงข้ออ้างเรื่องความชำนาญพิเศษด้านเทคโนโลยีขีปนาวุธ ใครก็ตามที่มีพื้นฐานด้านวิศวกรรมจะสามารถยืนยันได้ว่า วิทยาการด้านจรวด (เช่น วิศวกรรมการบิน) แทบจะไม่มีอะไรคาบเกี่ยวกันเลยกับวิศวกรรมการไฟฟ้า ดังนั้นแนวคิดที่ว่าอบูซีซีสามารถจะเป็นผู้คิดค้นที่อยู่เบื้องหลังโครงการจรวดทั้งหมดของฮามาสนั้นจึงเป็นเรื่องที่ห่างไกล
กล่าวกันว่า มันเป็นธรรมชาติของขบวนการอย่างฮามาส ที่ต้องการจะพัฒนาเทคโนโลยีอาวุธของตน จะต้องหันไปหาใครก็ตามที่มีความรู้ความชำนาญด้านเทคโนโลยีใดๆ ที่สามารถให้คำปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ได้ มันจึงเป็นเรื่องที่เข้าใจกันได้ว่าฮามาสจะดึงตัวอบูซีซีมาทำงานด้วย การใช้ชีวิตภายใต้การปกครองของฮามาสในกาซ่า ชาวบ้านมีทางเลือกน้อยนอกจากต้องปฏิบัติตามคำสั่ง Linoy บอกกับ MintPress ว่า ระหว่างช่วงที่อบูซีซีไม่ค่อยให้ความร่วมมือกับฮามาสนั้น ตัวแทนของฮามาสขู่เขาว่า “คนที่มีลูกๆ เหมือนคุณควรจะกลัวแทนพวกเขา”

การต้านทานของอบูซีซียังหนักแน่น Linoy บอกว่า ระหว่างปี 2000 ที่เขาไปถึงกาซ่า จนถึงปี 2010 ลูกความของเขาพยายามจะหนีออกจากกาซ่าไม่น้อยกว่าสี่ครั้ง ครั้งแรกในปี 2006 หลังจากที่ฮามาสก่อการจลาจลที่ส่งผลให้มันได้ควบคุมดินแดนแห่งนี้ ความไม่มั่นคงที่เกิดขึ้นทำให้อบูซีซีคิดว่าเขาและครอบครัวคงจะไม่มีอนาคตที่นั่น

เขาขอวีซ่าหลายต่อหลายครั้งและยื่นคำร้องต่อรัฐบาลต่างๆ และตัวแทนสหประชาชาติเพื่อช่วยเหลือในการอพยพ เขาได้ติดต่อกับชาวอิสราเอล ชาวจอร์แดน (เขาเกิดในค่ายผู้ลี้ภัยในจอร์แดน) คณะบริหารปาเลสไตน์ และสหประชาชาติ ครั้งหนึ่ง เขาได้ไปทำฮัจญ์ที่ซาอุดิอารเบีย ด้วยหวังว่าเขาจะสามารถอยู่ที่นั่นได้กับพี่ชายของเขาที่ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น แต่ซาอุดี้ฯ ได้ส่งตัวเขากลับบ้าน ในที่สุดเขาก็ได้หนังสือเดินทางจากคณะปกครองปาเลสไตน์ ด้วยความช่วยเหลือจากนักข่าวและเจ้าหน้าที่องค์กรอิสระที่เขาได้รู้จักผ่านการทำงานที่โรงไฟฟ้าแห่งนั้น

หลังจากความพยายามครั้งที่สาม เขาถูกจับกุมและคุมขังโดยฮามาสเป็นเวลาหกวัน พวกเขากล่าวหาว่าเขาเป็นสายลับของอิสราเอล โดยอ้างว่าเขาพยายามที่จะให้ได้รับความช่วยเหลือจากอิสราเอลเพื่อออกจากกาซ่า Linoy กล่าวว่า อบูซีซีบอกเขาว่าเขาถูกฮามาสทรมานระหว่างการกักขัง แต่ช่วงนั้นเองที่เขาได้รับเอกสารการเดินทางจากคณะปกครองปาเลสไตน์ และผู้คุมของเขาก็ได้รู้ว่าไม่สามารถขัดขวางเขาจากการเดินทางได้

สองสัปดาห์หลังจากที่เขาได้รับการปล่อยตัว เขาพยายามหนีออกจากกาซ่าเป็นครั้งที่สี่ เขาหนีไปยังอียิปต์ แล้วเดินทางต่อไปยังจอร์แดน ที่ที่พ่อของเขาอาศัยอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ (ทั้งคู่เป็นคนไร้รัฐ)

หน่วยข่าวกรองจอร์แดนสมรู้ร่วมคิดกับมอสสาดในการควบคุมตัวอบูซีซี

เมื่อเขาไปถึงกรุงอัมมาน ดิรอร อบูซีซีถูกจับกุมโดยหน่วยสืบราชการลับของจอร์แดน ที่สันนิษฐานว่าน่าจะได้รับการแจ้งเตือนถึงการมาปรากฏตัวของอบูซีซีโดยมอสสาด เมื่อพิจารณาถึงความร่วมมือด้านความมั่นคงอย่างใกล้ชิดยิ่งระหว่างอิสราเอลกับจอร์แดนแล้ว ก็มีความเนไปได้ที่จอร์แดนจะเตือนมอสสาดให้รู้ถึงความสามารถด้านวิศวกรรมของกาซ่า แต่ในฐานะรัฐอาหรับแถวหน้า จอร์แดนจะไม่ส่งมอบอบูซีซีให้กับอิสราเอลโดยตรง เนื่องจากกลัวว่าจะถูกมองว่าให้ความร่วมมือกับ “รัฐยิว” มากเกินไป นั่นจึงน่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้จอร์แดนอนุญาตให้เขาบินไปยูเครน

(ภาพ) อบูซีซีหลังจากน้ำหนักลดไป 50 ปอนด์ ระหว่างการถูกคุมขัง (หนึ่งในสามของน้ำหนักร่างกายเดิมของเขา) ก่อนที่เขาจะถูกลักพาตัว
(ภาพ) อบูซีซีหลังจากน้ำหนักลดไป 50 ปอนด์ ระหว่างการถูกคุมขัง (หนึ่งในสามของน้ำหนักร่างกายเดิมของเขา) ก่อนที่เขาจะถูกลักพาตัว

แต่เมื่อเขาได้ขึ้นเครื่องไปยังกรุงเคียฟ เขาถูกติดตามโดยเจ้าหน้าที่ความมั่นคงของจอร์แดนที่ต้องการให้แน่ใจว่าเขาไปถึงที่นั่น ยูเซฟ พี่ชายของอบูซีซี บอกกับ MintPress
หนึ่งในเรื่องแรกๆ ที่ดิรอร อบูซีซีทำเมื่อไปถึงก็คือ การยื่นคำร้องต่อฝ่ายบริหารยูเครนเพื่อขอสถานะผู้ลี้ภัย ซึ่งเขาได้สถานะนั้นเนื่องจากแต่งงานกับพลเมืองยูเครน สิ่งหนึ่งในความโหดร้ายหลายอย่างในคดีของเขาก็คือ แม้ยูเครนจะให้สถานะนั้นแก่เขาแล้ว แต่ต่อมาหน่วยงานด้านความมั่นคงของยูเครนก็ได้หักหลังเขาให้กับมอสสาด และเขาถูกจำคุกในอิสราเอล

หลังจากยื่นคำร้องขอลี้ภัย อบูซีซีก็วางแผนที่จะไปหาพี่ชายของเขา ที่เป็นนักบัญชีอาศัยอยู่ในเบลเยียม ผู้ซึ่งไม่ได้พบกันมาเป็นเวลา 15 ปี การขึ้นรถไฟขบวนนั้นน่าจะสิ้นสุดลงด้วยการได้พบกับพี่ชาย แต่เมื่อรถไฟไปถึง ดิรอรไม่ได้อยู่บนรถขบวนนั้น ดังนั้น การหายตัวไปอย่างลึกลับของเขาจึงได้เริ่มต้นขึ้น และไปปรากฏตัวอีกครั้งสิบวันต่อมาในคุกแห่งหนึ่งของอิสราเอล

ข่าวเล็กๆ บนหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งของยูเครนที่รายงานการหายตัวไปของชาวปาเลสไตน์คนหนึ่งที่นั่น สะดุดความสนใจของแหล่งข่าวชาวอิสราเอลคนหนึ่งผู้ซึ่งได้ช่วยผมติดตามร่องรอยดิรอร อบูซีซี มาถึงอิสราเอล ด้วยความช่วยเหลือของ HaMoked องค์กรอิสระเพื่อสิทธิมนุษยชนของอิสราเอล แม้จะมีคำสั่งให้ปิดข่าวและการตรวจสอบทางทหาร แต่แหล่งข่าวของผมก็สามารถยืนยันชื่อของนักโทษคนนั้นและให้รายละเอียดบางส่วนเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ นั่นทำให้ผมสามารถรายงานข่าวการถูกลักพาตัวเขาโดยอิสราเอลได้เป็นครั้งแรก

อบูซีซีถูกลงโทษด้วยการขังเดี่ยวสองปีครึ่ง

ดิรอร อบูซีซี ถูกสอบสวนโดย Shabak เป็นเวลาสิบวันหลังจากที่เขามาถึงอิสราเอล เขาไม่มีทนาย ครอบครัวของเขาไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน ภรรยาของเขาบินจากกาซ่าไปยูเครนเพื่อพยายามค้นหาเขา

หลังจากนั้น เขาถูกส่งไปอยู่ในเรือนจำทั่วไป สัปดาห์ต่อมาเขาถูกย้ายไปยังคุกขังเดี่ยว ซึ่งเขาต้องอยู่ที่นั่นเป็นเวลาสองปีครึ่ง เมื่อทนายความของเขา Tal Linoy คัดค้านมาตรการเข้มงวดนี้หลายครั้ง เขาได้รับคำตอบว่าสิ่งนี้มีความจำเป็นเพราะลูกความของเขาเป็นอันตรายร้ายแรงต่อรัฐ Linoy ได้ถามผู้คุมของเขาว่า “ถ้าอบูซีซีเป็นวิศวกรทางด้านจรวดอย่างที่คุณอ้าง เขาจะสามารถทำอันตรายอิสราเอลได้อย่างไรด้วยการนั่งอยู่ในห้องขัง? เขาจะสอนผู้ต้องขังคนอื่นๆ ให้รู้จักวิธีสร้างขีปนาวุธก็อซซัมที่ดีขึ้นอย่างนั้นหรือ?”

Shabak สั่งให้ขยายเวลาการขังเดี่ยวของเขาไปอีกหกเดือนเป็นเวลาสี่ครั้ง ผู้พิพากษาเห็นด้วยทั้งสี่ครั้ง ในที่สุด อบูซีซีต้องเผชิญกับภาวะวิกฤติส่วนตัวและความกดดันอย่างหนัก ถ้าอบูซีซีไม่ทำอะไรสักอย่างเขาอาจจะไม่ได้พบผู้ต้องขังคนอื่นๆ หรือได้รับการเยี่ยมจากครอบครัวอีกเลย เขาจึงใช้วิธีการที่นักโทษชาวปาเลสไตน์คนอื่นๆ ใช้เพื่อประท้วงการปฏิบัติต่อพวกเขา นั่นก็คือ เขาเริ่มอดอาหารประท้วง

เป็นเวลา 12 วันที่เขาไม่ยอมรับประทานอาหาร ต้องรู้ไว้ว่า นี่คือผู้ชายที่มีปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงมาก มีทั้งโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง ปัญหาการไหลเวียนโลหิต โรคโลหิตจาง โรคหอบหืด เจ็บหลังรุนแรง และโรคนิ่ว ซึ่งได้รับการปฏิบัติอย่างย่ำแย่จากเจ้าหน้าที่เรือนจำ ระหว่างการจำคุก เขาน้ำหนักลดไปหนึ่งในสาม เมื่อถึงวันที่สิบสอง อิสราเอลเข้าใจว่าเขาจริงจังและจึงได้ยอมผ่อนปรน อบูซีซีถูกย้ายจากคุกขังเดี่ยวกลับไปยังเรือนจำทั่วไป

แต่ Shabak มีกลเม็ดอีกมาก มันได้ย้ายอบูซีซีจาก Beersheba ที่ห่างจากสำนักงานทนายความของเขาในเทลอาวีฟ 90 นาทีไปยัง Mizpeh Ramon เรือนจำไกลสุดทางภาคใต้ในอิสราเอล ที่ต้องใช้เวลาขับรถจากเทลอาวีฟสามชั่วโมง ตอนนี้ แทนที่จะได้ประชุมสัปดาห์ละหลายครั้ง Linoy ทำได้เพียงครั้งเดียว มันเป็นอีกวิธีหนึ่งในการละเมิดสิทธิการรับคำปรึกษาของนักโทษ และทำความขัดข้องให้กับนักโทษ ครอบครัวของเขา และทนายความของเขา

(ภาพ) มาเรีย อบูซีซี หยุดที่หน้ารูปพ่อของเธอ ดิรอร อบูซีซี ระหว่างการชุมนุมแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวเพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวเขาจากคุกของอิสราเอล หน้าสำนักงานใหญ่ UNRWA ในกาซ่าซิตี้ เมื่อ 22 มีนาคม 2011 กลุ่มสิทธิมนุษยชนปาเลสไตน์กลุ่มหนึ่งเปิดเผยรายละเอียดใหม่เกี่ยวกับอบูซีซี ที่หายตัวไปจากรถไฟขบวนหนึ่งของยูเครน และปรากฏตัวอีกครั้งในเรือนจำอิสราเอล โดยกล่าวว่า เขาถูกสายลับอิสราเอลพาตัวไปจากตู้นอนของเขา สวมฮู้ดและใส่กุญแจมือ ถูกบังคับขึ้นเครื่องบินและนำตัวไปยังอิสราเอล
(ภาพ) มาเรีย อบูซีซี หยุดที่หน้ารูปพ่อของเธอ ดิรอร อบูซีซี ระหว่างการชุมนุมแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวเพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวเขาจากคุกของอิสราเอล หน้าสำนักงานใหญ่ UNRWA ในกาซ่าซิตี้ เมื่อ 22 มีนาคม 2011 กลุ่มสิทธิมนุษยชนปาเลสไตน์กลุ่มหนึ่งเปิดเผยรายละเอียดใหม่เกี่ยวกับอบูซีซี ที่หายตัวไปจากรถไฟขบวนหนึ่งของยูเครน และปรากฏตัวอีกครั้งในเรือนจำอิสราเอล โดยกล่าวว่า เขาถูกสายลับอิสราเอลพาตัวไปจากตู้นอนของเขา สวมฮู้ดและใส่กุญแจมือ ถูกบังคับขึ้นเครื่องบินและนำตัวไปยังอิสราเอล

หน่วยงานด้านความมั่นคงแสดงความเผด็จการในอีกวิธีหนึ่งที่สำคัญ คือแทนที่จะได้พบกับทนายความของเขาแบบเผชิญหน้าเหมือนนักโทษคนอื่นๆ พวกเขากลับใช้กระจกกั้นแยกทั้งสองคน ซึ่งหมายความว่า Linoy ไม่อาจจะร่วมพิจารณาเอกสารทางกฎหมายกับลูกความของเขาได้อย่างแท้จริง เมื่อไม่สามารถได้เห็นหรือศึกษาเอกสารเช่นนั้น อบูซีซีก็ไม่อาจที่จะมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพในการทำการแก้ต่างตามกฎหมาย

เพื่อความรอบคอบของกระบวนการทางกฎหมาย ผู้ที่เกี่ยวข้องในการแก้ต่างไม่ได้รับอนุญาตให้กล่าวถึง “ยูเครน” เนื่องจากเกรงว่ามันจะเป็นการทำลายความสัมพันธ์ต่างประเทศของอิสราเอล (แม้ว่าคดีนี้จะถูกรายงานออกไปอย่างกว้างขวางทั้งที่นั่นและรอบโลก) และจำเลยไม่สามารถกล่าวถึงสายลับที่ลักพาตัวเขามาด้วยการเอ่ยชื่อ และไม่สามารถบรรยายลักษณะของพวกเขาด้วย นี่ไม่ใช่การพิจารณาคดีที่เป็นอิสระ แต่เป็นการถูกควบคุมตัวด้วยความเต็มใจโดยฝ่ายความมั่นคง

ยิ่งกว่านั้น รัฐนี้ยังปฏิเสธไม่ให้สมาชิกครอบครัวคนใดเข้าเยี่ยมอบูซีซี เขาไม่ได้พบกับภรรยาของเขาหรือลูกๆ ทั้งหกคนมาเป็นเวลามากกว่าสี่ปีแล้ว เมื่อ Linoy เสนอที่จะพาลูกๆ ของลูกความของเขามาเยี่ยมที่เรือนจำโดยลำพัง เจ้าหน้าที่ก็ปฏิเสธ เขากล่าวตลิดตลกกับ MintPress ว่า เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเชื่อว่าเขาจะสอนวิธีทำจรวดให้กับลูกๆ ของเขา เจ้าหน้าที่ปฏิเสธท่าทีทางด้านมนุษยธรรมทุกอย่างในแบบเดียวกัน เขาจะได้รับการเยี่ยมจากทนายของเขาและสภากาชาดระหว่างประเทศเท่านั้น

ไม่มีการต่อรอง

เป็นเวลาหลายปี ที่การดำเนินคดีได้แขวนการต่อรองคำรับสารภาพเอาไว้ให้ดิรอร อบูซีซี ว่า จะให้เขายอมรับผิดและยอมรับการตัดสินโทษ 20-25 ปี เป็นเวลาหลายปีที่เขาปฏิเสธข้อเสนอนั้น ทั้งที่นักโทษคดีความมั่นคงน้อยคนนักที่จะอดทนได้นานขนาดนั้น แต่แล้ว ในที่สุด ไม่มีใครเข้าสู่การพิจารณาคดีในศาล เพราะไม่มีใครชนะในการพิจารณาคดีเรื่องเหล่านี้ ไพ่ถูกจัดไว้แล้ว รัฐเป็นฝ่ายชนะเสมอ

นักโทษที่ถูกกล่าวต้องพบกับตัวเลือกว่าจะยอมรับข้อตกลงให้รับสารภาพโดยติดคุกไม่กี่ปี หรือว่าจะเข้าสู่การพิจารณาคดีในชั้นศาลและต้องติดคุกหลายสิบปีหรือตลอดชีวิต นั่นคือในกรณีที่ผู้มีอำนาจหน้าที่จะพิจารณาคดีพวกเขา พวกเขาไม่ต้องทำก็ได้ พวกเขาสามารถเก็บนักโทษไว้ในคุกนานเท่าที่พวกเขาต้องการโดยไม่มีการพิจารณาคดี อบูซีซีอยู่ในคุกมาสี่ปี และไม่เคยได้รับการพิจารณาคดี

Tal Linoy ทนายความอบูซีซี กล่าวว่า เกือบตลอดทั้งกระบวนการทางกฎหมาย ผู้พิพากษาไม่มีความเป็นมิตรกับลูกความของเขาเลย ทุกคำตัดสินไม่เป็นผลดีต่อเขา เขาบอกว่า ผู้พิพากษาถือการส่วนตัวว่าอบูซีซีทำให้พวกเขาต้องทำงานพิเศษด้วยการต่อต้านข้อตกลงรับสารภาพที่หลีกเลี่ยงไม่ได้นั้น มันชัดเจนสำหรับทนายความของเขาแล้วว่า ถึงแม้เขาจะปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำความผิดในข้อหาที่ถูกตั้งขึ้น แต่ถ้าเขาไม่ยอมรับสารภาพว่ากระทำความผิด โทษของเขาก็น่าจะยาวนานกว่าสิ่งที่ถูกเสนอมา

เมื่อในที่สุดอบูซีซียอมรับข้อตกลง Linoy โต้แย้งว่ามันควรจะน้อยกว่า 21 ปี ตามที่รัฐเสนอ Linoy ได้นำตัวศาสตราจารย์ Robert Schmucker หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าของโลกด้านเทคโนโลยีขีปณาวุธในการต่อสู้แบบกองโจรของโลกที่สามมาด้วย เพื่อโต้แย้งว่าถ้าหากอบูซีซีให้ความช่วยเหลือใดๆ แก่ฮามาส เขาก็ทำได้อย่างจำกัด

ในความเห็นแบบผู้เชี่ยวชาญของเขาระบุว่า “คุณภาพความรู้(ของอบูซีซี) ดูเหมือนจะต่ำมาก กิจกรรมที่กล่าวถึงเหล่านี้เป็นมือสมัครเล่นมาก… มันน่าสงสัยว่าความช่วยเหลือของเขาจะมีผลอะไรบ้าง…” ภาพวาดนี้คือภาพที่อบูซีซีวาดให้ทีมสอบสวนของ Shabak ซึ่งแสดงให้เห็นว่าถ้าเขาไม่เป็นนักวาดภาพยอดแย่ เขาก็รู้เรื่องเกี่ยวกับจรวดมากพอๆ กับ Gary Trudeau

(ภาพ) ภาพวาดจรวดที่อบูซีซี ผู้ถูกอิสราเอลกล่าวหาว่าคิดค้นโครงการจรวดให้ฮามาส วาดให้ทีมสอบสวนของ Shabak
(ภาพ) ภาพวาดจรวดที่อบูซีซี ผู้ถูกอิสราเอลกล่าวหาว่าคิดค้นโครงการจรวดให้ฮามาส วาดให้ทีมสอบสวนของ Shabak

เขายังได้ยืนยันระหว่าง “การสารภาพ” ของเขาว่า เขาสั่งสม “ความรู้” เกี่ยวกับจรวดจากอินเทอร์เน็ต จากยูทูบ เขาต้องเรียนรู้ด้วยวิธีนั้น เพราะเขาไม่ได้มีความรู้โดยตรงด้วยตัวเอง ขณะที่ Ynet รายงานเมื่อปี 2011 ว่าเขาบอกกับทีมสอบสวนว่า

“ผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการระเบิดเลย ผมคำนวณแรงดันและความร้อนโดยใช้กฎของแบร์นูลลี(Bernoulli Principle) ผมดาวน์โหลดสูตรนี้มาจากอินเทอร์เน็ต ไม่ใช่จากเว็บไซต์หนึ่งเว็บไซต์ใดโดยเฉพาะ ผมสืบค้นข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตแล้วก็พบมัน… ผมก๊อปปี้ลงในหน้าโปรแกรม Excel และบันทึกตัวเลข และคำนวณตามสูตรนั้น”

กฎของแบร์นูลลีไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับการระเบิด และไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับ “ความร้อน” เลย มันเกี่ยวข้องกับหลักการบิน มันยังน่าสงสัยอย่างยิ่งอีกด้วยว่า วิศวกรด้านจรวดที่แท้จริงจะใช้โปรแกรม Excel ในการคำนวณระดับการยกสำหรับจรวดหรือไม่

Linoy ยังได้เตือนความจำคณะผู้พิพากษาด้วยว่า บ้านของครอบครัวอบูซีซีในกาซ่าถูกทำลายระหว่างปฏิบัติการ Operation Protective Edge สงครามกับกาซ่าเมื่อฤดูร้อนปีที่แล้ว ภรรยาและลูกหกคนของเขาต้องไร้ที่อยู่อาศัย ทุกวันนี้ พวกเขาต้องย้ายจากบ้านหลังหนึ่งไปยังอีกหลังหนึ่งเพื่ออาศัยอยู่ชั่วคราวกับครอบครัวที่จะรับพวกเขาไว้ พวกเขาอยู่ได้ด้วยค่าครองชีพที่กระทรวงกิจการนักโทษของคณะปกครองปาเลสไตน์มอบให้แก่นักโทษชาวปาเลสไตน์ทุกคนที่อยู่ในคุกอิสราเอล เขาโต้แย้งว่า เรื่องนี้สมควรที่จะได้รับการพิจารณาจากผู้พิพากษา

ในบรรดาผู้พิพากษาทั้งสามคน Linoy ระบุว่าคนหนึ่งดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าผู้พิพากษาทหารของ IDF คนที่สองเป็นยิวออร์โธดอกซ์ ซึ่งมักจะบ่งบอกว่าเป็นผู้ที่มีความนิยมทางการเมืองแบบขวาจัด เสียงข้างมากนี้รับรองได้ว่าจะทำให้ฝ่ายความมั่นคงเบาใจได้ คณะผู้พิพากษาปฏิเสธข้อโต้แย้งของ Linoy อบูซีซีจะต้องรับโทษ 21 ปี เขาจะต้องรับโทษเต็มระยะเวลา เพราะจะไม่มีทัณฑ์บนในคดีความมั่นคง

อบูซีซีจะไม่ได้พบลูกๆ ของเขาจนกว่าพวกเขาจะโตเป็นผู้ใหญ่และแต่งงานมีลูกๆ ของตัวเองแล้ว และเขาจะต้องรับโทษในเรือนจำแห่งหนึ่งที่ห่างไกลที่สุดของอิสราเอล ห่างไกลหลายชั่วโมงจากครอบครัวของเขาในกาซ่า

ทนายของเขาเชื่อว่า คดีของเขาจะได้รับความสนใจในแบบแปลกๆ ทั้งจากฮามาสและอิสราเอล จรวดของฮามาสเป็นหนามในฝั่งของอิสราเอลที่ทำให้มีสัญญาณเตือนครั้งใหญ่เมื่อมันถูกปล่อยลงทางภาคใต้ของอิสราเอล การจับกุมผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังโครงการจรวดนี้ ทำให้นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูสามารถกล่าวอ้างได้ว่ามีชัยชนะครั้งใหญ่ต่อภัยอันตรายนี้ แน่นอน การจับกุมชายคนหนึ่ง ที่ถึงแม้จะอ้างว่าเป็นคนสำคัญ จะไม่เป็นการกำจัดภัยคุกคามนี้ไปได้ แต่ข้อความที่นายกรัฐมนตรีส่งผลประชาชนไม่ได้หมายความว่ามันจะเป็นจริงหรือเที่ยงตรงเสมอไป แค่ทำให้อุ่นใจ อย่างน้อยก็ในระยะสั้นๆ เมื่อถึงเวลาที่ผู้ลงคะแนนเสียงชาวอิสราเอลได้รู้ว่าการจับกุมอบูซีซีไม่ได้ทำให้อะไรเปลี่ยนแปลง เขาก็น่าจะลืมไปแล้วว่าเคยมีอบูซีซี

สำหรับฮามาส การจับกุมอบูซีซีเป็นไปตามวัตถุประสงค์เบื้องต้นอย่างหนึ่ง ความจริงเกี่ยวกับโครงการจรวดของมันก็คือ มันน่าสงสาร ศาสตราจารย์ Schmucker กล่าวว่า ฮามาสไม่สามารถสร้างจรวดใดๆ ในกาซ่าที่มีระยะยิงไกลกว่า 8 ไมล์ จรวดที่พวกเขายิงด้วยระยะไกลกว่านั้นต้องถูกลักลอบนำเข้ามาจากที่อื่น หรือกล่าวได้ว่า ฮามาสไม่สามารถสร้างจรวดทันสมัยประเภทที่อิสราเอลอ้างว่าอบูซีซีสร้างขึ้นได้ มันอาจจะประกอบชิ้นส่วนต่างๆ ของขีปณาวุธพิสัยไกลที่ผลิตขึ้นในที่อื่น เช่น อิหร่านเป็นต้น แต่การทำเช่นนี้ไม่จำเป็นจะต้องใช้อบูซีซี เพราะการประกอบเป็นเรื่องที่ไม่สลับซับซ้อน โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับการผลิตจากภาพร่าง

ถึงกระนั้น ฮามาสก็สามารถโต้แย้งการกล่าวอ้างของอิสราเอลได้ว่า มันมีโครงการผลิตจรวดขนาดใหญ่ภายในกาซ่า มันสามารถโต้แย้งได้ว่ากลุ่มต้านทานของปาเลสไตน์กลุ่มนี้มีศักยภาพในการโจมตีใจกลางของอิสราเอลได้ก็เพราะมีวิศวกรที่ชาญฉลาดด้านจรวดที่ทำงานกับฮามาส

อบูซีซีถูกตัดออกจากการแลกเปลี่ยนนักโทษสองครั้ง

มีการแลกเปลี่ยนตัวนักโทษครั้งใหญ่สองครั้งระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์นับตั้งแต่ดิรอร อบูซีซีถูกจับกุม เขาไม่ถูกรวมอยู่ในทั้งสองครั้งนั้น อิสราเอลอ้างในตอนนั้นว่า เพราะนักโทษที่ถูกพิจารณาคดีความผิดอาญาของพวกเขาแล้วเท่านั้นที่จะมีสิทธิ์ได้รับการปล่อยตัว เมื่อภรรยาของอบูซีซีมาที่กระทรวงกิจการนักโทษเพื่อถามว่า ทำไมฮามาสจึงไม่โน้มน้าวให้รวมอบูซีซีเข้าในรายชื่อนักโทษแลกเปลี่ยนด้วย พวกเขาอ้างว่ารายชื่อเหล่านั้นถูกจัดเตรียมโดยอิสราเอล
หลังจากการแลกเปลี่ยนครั้งแรก ผมติดต่อ Gershon Baskin ผู้เจรจาฝ่ายอิสราเอลที่เข้าเจรจาข้อตกลงกับฮามาส ผมถามว่า เขาจะถามฮามาสแทนอบูซีซีไหม Baskin ไม่เคยตอบ

อบูซีซีไม่มีสัญชาติ ไม่มีพรรคการเมือง ไม่มีเพื่อน ไม่มีมิตร เขาไม่ใช่ทั้งฟาตาห์และฮามาส ไม่มีใครสนใจคนที่ไม่ให้ความจงรักภักดี ไม่ว่าจะอยู่ในหรือนอกเรือนจำ Shabak รับรู้เรื่องนี้ดีและใช้ประโยชน์จากมัน มันรู้ว่ามันสามารถล่วงละเมิดนักโทษเช่นนี้ได้ตามต้องการ และจะไม่มีใครส่งเสียงหรือยื่นมือเข้ามาช่วย

มีข่าวลือว่าเจ้าหน้าที่เยอรมันกำลังเป็นตัวกลางในการเจรจาเรื่องการแลกเปลี่ยนนักโทษครั้งที่สามกับฮามาส มันจะเป็นการนำร่างของทหาร IDF สองคนที่เสียชีวิตในสงครามเมื่อฤดูร้อนปีที่แล้วกับทหารอิสราเอลที่มีชีวิตอยู่สองคนที่เข้าไปในกาซ่าในช่วงปีที่ผ่านมากลับบ้าน อบูซีซีจะไม่ได้อยู่ในกลุ่มนักโทษปาเลสไตน์ที่ถูกปล่อยตัว

สิ่งเดียวที่อาจจะเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ได้ก็คือการกระจายข่าวออกไป ทำให้เกิดการขุ่นเคืองอิสราเอลในสื่อต่างประเทศจากการปฏิบัติไม่ดีกับผู้ชายคนนี้ ถ้าเนื้อเรื่องถูกบอกเล่าออกไปมากพอ ถ้าภาพลักษณ์ของอิสราเอลถูกทำลายมากพอ มันอาจจะกระตุ้นให้เกิดการยืดหยุ่นได้บ้างและมีการตอบสนองในทางที่ดีขึ้น

หลังจากอ่านเรื่อง Truthout ฉบับดั้งเดิมของผมเกี่ยวกับคดีนี้ Gabriel Gatehouse ได้นำมันไปสร้างเป็นสารคดี 30 นาทีของ BBC เขาเดินทางไปยูเครน กาซ่า และอิสราเอล และได้สัมภาษณ์บุคคลสำคัญทั้งหมดในคดีนี้ การรายงานข่าวเช่นนั้นมากยิ่งขึ้น อาจจะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของอบูซีซีได้

———

Source : http://www.mintpressnews.com/palestinian-engineer-kidnapped-by-israeli-mossad-in-ukraine/208526/

By Richard Silverstein

แปล กองบก.เอบีนิวส์ทูเดย์