ทัศนะคติที่มีต่อสตรี: อิสลาม VS ตะวันตก | ผู้นำสูงสุดรัฐอิสลามอิหร่าน

82

ในการกล่าวอ้างถึง ทัศนคติซึ่งดูถูกเหยียดหยามสตรีเพศของอารยธรรมตะวันตก ในฐานะเครื่องมือรูปแบบหนึ่ง อิหม่ามคาเมเนอีได้ทำการพินิจพิเคราะห์วาทกรรมของตะวันตก และอิสลามในประเด็นดังกล่าวในสุนทรพจน์เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2556 และ 11 กรกฎาคม 2555

หลักการสำคัญสองประการเบื้องหลังการอภิปรายของตะวันตกในประเด็นเกี่ยวกับสตรี:

มีการนำเอามุมมองทางการเมือง และทัศนคติที่มีการคิดคำนวณแล้ว มาใช้ในวาทกรรมของตะวันตกที่มีต่อสตรี กล่าวคือ มันมีการคิดคำนวณอย่างรอบคอบอยู่เบื้องหลัง ในวันที่แนวคิดและวาทกรรมที่มีต่อสตรี เริ่มพัฒนาขึ้นในตะวันตก แน่นอนว่า นี่ไม่ได้มาจากข้อเท็จจริง [ตามที่มีปรากฎทั่วไป อาทิ ในสื่อกระแสหลัก] และสิ่งที่ข้าพเจ้ากล่าวนั้น ไม่ได้มาจากข้อมูลที่แม่นยำ หากทว่ามีสัญญาณที่แจ้งชัด ซึ่งสนับสนุนการตีความนี้ นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นของยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา (Renaissance) ในตะวันตก และการเกิดขึ้นของลัทธิอุตสาหกรรม และการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ในตะวันตก วาทกรรมนี้ค่อยๆบรรลุการเติบโต จนกระทั่งมาถึงจุดสูงสุดของมันในยุคสมัยของเรา แน่นอน หากอัลลอฮ์(..)ทรงประสงค์ จุดสูงสุดนี้มาพร้อมกับความเสื่อมโทรม รวมถึงความอับยศ และการล่มสลาย [ของมันด้วย]

วาทกรรมตะวันตกในประเด็นเกี่ยวกับสตรีมีหลากหลายมิติ อย่างไรก็ดี มีสองมิติที่แตกต่างกัน หนึ่งในนั้น คือ วาทกรรมนี้ต้องการมอบอัตลักษณ์ความเป็นชายให้แก่สตรี กล่าวคือ มันต้องการทำให้ผู้หญิงแสดงพฤติกรรมเหมือนผู้ชาย นี่คือมิติที่สำคัญของวาทกรรมนี้ มิติอีกประการหนึ่งคือ มันต้องการให้สตรีปูพื้นฐานไปสู่การดื่มด่ำความใคร่ของบุรุษ ไม่ว่าจะเป็นความใคร่ในการมองดูผู้หญิง หรือความใคร่ในแบบอื่น ที่นอกเหนือไปจากนี้ นี่เป็นอีกมิติหนึ่งของวาทกรรมตะวันตกในประเด็นเกี่ยวกับสตรี [ขณะที่]ประเด็นในเรื่องสตรีนิยม และอื่น ๆที่คล้ายเคียงกันซึ่งได้รับความนิยมในโลกปัจจุบันนั้น อันที่จริงแล้วเป็นผลผลิตจากวาทกรรมตะวันตกนี้ สิ่งเหล่านี้เป็นผลพวงจากสิ่งที่วาทกรรมตะวันตกได้สร้างขึ้น

  1. การทำให้ผู้หญิงเหมือนผู้ชาย

พวกเขาต้องการมอบอัตลักษณ์ความเป็นชายให้แก่ผู้หญิง กล่าวคือ พวกเขาพยายามทำให้ผู้หญิงทำงานต่างๆที่เหมาะสมกับลักษณะทางกายภาพ และสติปัญญาของผู้ชายมากกว่า พวกเขาถือว่าการที่ผู้หญิงสามารถทำเช่นนั้นได้ คือ แหล่งที่มาแห่งเกียรติยศ และต้องการอธิบายมันในฐานะเป็นข้อได้เปรียบซึ่งนำไปสู่การให้เกียรติผู้หญิง เราได้นำเอามุมมองอย่างเฉยเมย [passive outlook] มาใช้ ณ ที่นี้ เราถูกลวงหลอก [ชวนเชื่อ] โดยแนวคิดนี้ และเราก็ยอมรับมัน โดยไม่เต็มใจและไม่รู้ตัว อย่างที่คุณเห็น ทุกวันนี้เราภาคภูมิใจที่มีผู้หญิงจำนวนมาก [ปรากฎอยู่] ในตำแหน่งผู้บริหารบางตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม อย่าเข้าใจผิดในสิ่งที่ข้าพเจ้าได้กล่าวถึง ข้าพเจ้าไม่มีปัญหากับแนวคิดว่าด้วยการมอบตำแหน่งผู้บริหารแก่บรรดาสตรี กล่าวคือ ข้าพเจ้าไม่ได้ห้ามผู้หญิงจากการทำสิ่งนี้ และข้าพเจ้าก็ไม่ปฏิเสธสิทธิ์อันนี้ ข้าพเจ้าไม่คิดว่าเป็นเรื่องผิด – รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรองประธานาธิบดีของเราเป็นสตรี และสตรีก็มีตำแหน่งอยู่ในภาคส่วนต่างๆ ในทัศนะของข้าพเจ้า ไม่มีอะไรผิดปกติกับเรื่องนี้ สิ่งที่ไม่ถูกต้อง คือการภาคภูมิใจในเรื่องนี้ การโอ้อวดประเด็นนี้ในโลก และการกล่าวว่า ดูสิเรามีผู้หญิงจำนวนมากในตำแหน่งผู้บริหาร” นี่คือสิ่งที่เหมือนกับการเป็นผู้ถูกลวงหลอก [ชวนเชื่อ] และเฉยเมย นี่ไม่ใช่แหล่งที่มาแห่งเกียรติยศ

พิจารณาจากกรณีของสุภาพสตรีที่มีคุณสมบัติเฉพาะบางประการ สตรีผู้ซึ่งได้พัฒนาความสามารถของเธอ และมีความเหมาะสมกับตำแหน่งเฉพาะ เธอสามารถได้รับอนุญาตให้ดำรงตำแหน่งนี้ได้ เพราะมันไม่ผิดกฎหมาย แต่ถ้าเราภูมิใจที่มีเจ้าหน้าที่หญิงจำนวนมากที่รับผิดชอบงานบริหาร นี่ถือว่าผิด หากเรารู้สึกภาคภูมิใจที่มีผู้หญิงที่มีสติปัญญาและการศึกษาจำนวนมาก นี่เป็นเรื่องดีและก็ไม่เป็นไร ถ้าเราบอกว่า เรามีผู้หญิงจำนวนมากที่ทำงานในพื้นที่ทางวัฒนธรรม และการเมืองก็ไม่เป็นไร ถ้าเราบอกว่าเรามีผู้หญิงมูจาฮิดจำนวนมากในพื้นที่ต่างๆ ที่พร้อมจะพลีชีพ นี่เป็นเรื่องดี ถ้าเราบอกว่าเรามีผู้หญิงจำนวนมากที่เคลื่อนไหวอยู่ในเวทีการเมืองและการปฏิวัติ และเป็นผู้เขียนและกล่าวสุนทรพจน์ นี่เป็นเรื่องดี

การที่เราภูมิใจในสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ดี แต่การภูมิใจที่มีรัฐมนตรีหญิง ส.ส. เจ้าหน้าที่และผู้จัดการในองค์กรการเงินจำนวนมากเท่านั้นเท่านี้ เช่นนี้ถือเป็นเรื่องผิด ซึ่งมันบ่งชี้ถึงการใช้มุมมองที่เฉยเมย ในการเผชิญหน้ากับศัตรู – เราควรมอบความไว้วางใจไปยังผู้หญิง ด้วยอาชีพที่เหมาะสมกับผู้ชายกระนั้นหรือ?

มิใช่เช่นนั้น – ตำแหน่ง อัตลักษณ์ และคุณลักษณะของผู้หญิงนั้นสูงส่งและควรค่าแก่การนับถือ อัตลักษณ์นี้ เหนือกว่าอัตลักษณ์ของบุรุษในบางแง่มุม หากเราใช้มุมมองที่ครอบคลุม เราจะเห็นว่าผู้ชายและผู้หญิง ไม่มีความแตกต่างกัน มีการประทานเอกสิทธิ์บางอย่างแก่สตรี และเอกสิทธิ์บางอย่างที่ต่างออกไปแก่บุรุษ และสิ่งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะทางธรรมชาติ ที่อัลเลาะฮ์ (ซ.บ) ผู้ทรงสูงส่ง ทรงประทานให้แก่พวกเขาอัลลอฮ์(ซ.บ) ผู้ทรงสูงส่งได้กำหนดลักษณะบางอย่างให้กับแต่ละเพศ แต่ละเพศได้รับประโยชน์จากคุณสมบัติที่โดดเด่นบางประการ ดังนั้นจึงไม่มีความแตกต่าง เมื่อคำนึงถึงคุณสมบัติของความเป็นมนุษย์

พวกเขาไม่มีความแตกต่างกัน ในแง่ของเอกสิทธิ์ที่อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงมอบให้แก่มนุษยชาติ เช่นสิทธิมนุษยชน สิทธิทางสังคม คุณค่าทางจิตวิญญาณ และความสมบูรณ์แบบทางจิตวิญญาณ กล่าวคือผู้ชายสามารถกลายเป็นดั่ง อิมามอะลี อิบนิอบีฏอลิบ (.) ได้ และผู้หญิงก็สามารถพัฒนาเป็นดั่งท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ อัซซะฮ์รอ (.) ได้ ผู้ชายสามารถกลายเป็นดั่ง นบีอีซา/ พระเยซู (.) และผู้หญิงก็สามารถเป็นเช่น ท่านหญิงมัรยัม/ แมรี่ (.) ได้ พวกเขาไม่ได้แตกต่างจากกันและกัน

ด้วยเหตุนี้ ทัศนคติดังกล่าว จึงเป็นมุมมองที่ถูกต้อง – สำหรับการทำความรู้จักสตรีในแบบที่พวกเธอเป็น ทั้งในความเป็นหญิง และในความเป็นเพศหญิงอย่างแท้จริง – โดยคำนึงถึงเพศสภาพของพวกเธอและเราควรเห็นว่า ค่านิยมใดที่สามารถช่วยให้ผู้หญิงแต่ละคน หรือชุมชนของผู้หญิงสามารถบรรลุการเติบโต และการก้าวไปสู่ความสูงส่งทางด้านจิตวิญญาณได้ ทัศนะคตินี้เป็นทัศนคติที่ถูกต้อง เราไม่ควรใช้มุมมองแบบเฉยเมย ในการเผชิญกับทัศนะคติแบบตะวันตก แต่น่าเสียดายที่เราทำเช่นนั้น

  1. การใช้ผู้หญิงเป็นเครื่องมือในการสนองความต้องการทางเพศของผู้ชาย

สำหรับมิติที่สองของวาทกรรมตะวันตก ซึ่งผู้หญิงถูกสร้างขึ้น เพื่อปูพื้นฐานไปสู่การดื่มด่ำความสุข[ความใคร่] ของบุรุษนั้น ได้จู่โจมประเทศอิสลามที่ไร้การป้องกันดั่งเช่นอุทกภัย โดยมีจุดประสงค์เพื่อช่วยให้ผู้ชายดื่มด่ำกับความสุขทางเพศได้อย่างง่ายดาย และสิ่งนี้ดำเนินการโดยตะวันตก มันโจมตีประเทศของเราด้วย สำหรับความสุข ณ ที่นี้ ข้าพเจ้าไม่ได้หมายถึงความสุขทางวิญญาณ ความสุขทางด้านจิตใจ และวิทยาศาสตร์ คนสองคนอาจนั่งด้วยกัน และมีความสุขกับการพูดคุย หรือเพิ่มพูนความรู้ซึ่งกันและกัน (เป็นความสุขอีกรูปแบบหนึ่ง) แต่นี่ไม่ใช่กรณี ตามที่[ข้าพเจ้า]หมายถึงความสุขของชาวตะวันตก

โชคดี ที่การปฏิวัติเกิดขึ้น และได้ป้องกันปัญหานี้ได้ในขอบเขตที่มากพอสมควร สิ่งนี้ควรได้รับการป้องกัน เพราะนี่เป็นอันตรายที่ยิ่งใหญ่ และเป็นหายนะที่ใหญ่ยิ่ง ประเด็นฮิญาบเป็นหนึ่งในเงื่อนไขเบื้องต้นสำหรับปัญหานี้ วิธีที่เราควรแต่งกายและวิธีที่ชายและหญิงควรมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน เป็นหนึ่งในเงื่อนไขเบื้องต้นสำหรับปัญหานี้ สิ่งเหล่านี้ควรถูกนำมาจัดการ เพื่อให้หายนะครั้งใหญ่นี้ สำหรับทั้งชายและหญิงสามารถป้องกันได้

การอภิปรายของตะวันตกที่มีต่อผู้หญิง ได้สร้างก้นหุบเหวที่ลึก และอันตรายสำหรับอารยธรรมตะวันตก

วันนี้ มีการพูดถึงประเด็นนี้อย่างละเอียดทั่วโลก ข้าพเจ้าทราบ และเคยอ่านในบทความหนังสือพิมพ์ และหนังสือหลายเล่ม ที่ปัญญาชนตะวันตก เริ่มรู้สึกกลัว และทุกข์ใจอันเนื่องมาจากสภาพเงื่อนไขนี้ พวกเขาพูดถูก แต่พวกเขาเข้าใจเรื่องนี้สายไป

ปัญหาเกี่ยวกับการกระตุ้นส่งเสริมให้ผู้คนหลงระเริงในตัณหา – ซึ่งรอบล้อมสตรีเพศ มิใช่สิ่งที่มีความสำคัญเพียงเล็กน้อย ทุกวันนี้ คุณจะเห็นว่าสถานการณ์เลวร้ายลงเรื่อยมาในโลก ด้วย [วิกฤต]ปัญหาต่างๆเช่น การรักร่วมเพศ และการแต่งงานระหว่างคนสองคนที่มีเพศเดียวกัน สิ่งเหล่านี้เป็นหุบเหวแห่งหายนะที่ยิ่งใหญ่ ลึก และอันตรายสำหรับอารยธรรมตะวันตก และสำหรับผู้ที่กำลังบริหารอารยธรรมนี้ นี่เป็นหน้าผาที่ผิดปกติ และมันจะถอนรากถอนโคนพวกเขาในทางที่เป็นไปได้ ซึ่งพวกเขาอยู่ระหว่างทางแห่งการทำลายล้าง

ในทัศนะของข้าพเจ้า พวกเขาจะไม่สามารถป้องกันสิ่งนี้ได้ เพราะปัญหาของพวกเขาอยู่ไกลเกินกว่าสิ่งเหล่านี้ ไม่กี่ปีที่ผ่านมา – ประมาณเจ็ด แปด [หรือ] สิบปีที่แล้ว – ข้าพเจ้าอ่านในหนังสือพิมพ์ต่างประเทศว่า ชาวอเมริกันกำลังพยายามสร้างภาพยนตร์จากหนังสือของนักเขียนนวนิยายคนนั้น คนนี้ ที่เขียนเกี่ยวกับครอบครัว พวกเขาต้องการทำสิ่งนี้ เพื่อให้พวกเขาสามารถดึงดูดการสร้างภาพยนตร์ วงการภาพยนตร์ และสิ่งอื่น ๆ มาสู่ประเด็นปัญหาเหล่านี้ได้ พวกเขาได้ทำ และกำลังทำบางอย่าง[เพื่อแก้ไขปัญหา] แต่ความพยายามเหล่านี้เป็นเสมือนกระแสน้ำบาง ๆ ที่มาต่อกรกับน้ำท่วมใหญ่ ซึ่งพัดกระหน่ำพวกเขา เพราะสิ่งที่พวกเขาทำมันขึ้นมาเอง และมันจะยังคงจู่โจมพวกเขา แน่นอนว่าเรามีภูมิคุ้มกันจากเหตุการณ์นี้ อันเนื่องมาจากฮิญาบและสิ่งอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกัน แต่เราไม่ควรประมาทปัญหานี้ และเราควรพิจารณามันเป็นประเด็นที่มีความสำคัญมาก [11 พฤษภาคม 2556]

การอ้างสิทธิเสรีภาพของผู้หญิง โดยตะวันตก คือ การหลอกลวง

เมื่อคำนึงถึงมุมมองของอิสลามที่มีต่อสตรี มีประเด็นสำคัญ ที่ข้าพเจ้าอยากจะอภิปรายถึง; มุมมองของอิสลามนี้ ตรงข้ามกับมุมมองแบบตะวันตกที่มีต่อสตรี มุมมองของชาวตะวันตกที่มีต่อสตรี คือ การดูถูกผู้หญิง (ทว่า)พวกเขาเรียกสิ่งนี้ว่า “เสรีภาพ” แต่แท้จริงแล้ว นี่ไม่ใช่ตัวแทนของเสรีภาพ ในช่วงสอง-สามทศวรรษที่ผ่านมา ชาวตะวันตกได้เลือกชื่อที่สวยหรูสำหรับการก่ออาชญากรรมต่อมวลมนุษยชาติ

เมื่อใดก็ตาม ที่พวกเขาก่อคดีฆาตกรรม เมื่อใดก็ตามที่พวกเขาปล้นสะดมภ์ประเทศใดประเทศหนึ่งเมื่อใดก็ตามที่พวกเขากดขี่ผู้คน เมื่อใดก็ตามที่พวกเขายึดแหล่งความมั่งคั่งของชาติอื่น เมื่อใดก็ตามที่พวกเขาทำสงครามกับประเทศต่างๆ หรือเมื่อใดก็ตามที่พวกเขาก่ออาชญากรรมอื่น ๆ พวกเขาจะเลือกชื่อที่หลอกลวงและสวยหรู สำหรับการกระทำของพวกเขา [เป็นการกลบเกลื่อน]: ชื่อที่สวยหรู อาทิ การปลดปล่อยไปสู่เสรีภาพ สิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย และสิ่งอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกัน การอธิบายทัศนคติของชาวตะวันตกที่มีต่อสตรี [ในนาม]ว่า “เสรีภาพ” เป็นเรื่องหลอกลวง: เพราะมันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเสรีภาพ

เสาหลักสำคัญของวัฒนธรรมตะวันตก คือ ผู้หญิงควรถูกนำเสนอทางสังคมในฐานะสินค้า ซึ่งเป็นวัตถุหนึ่ง ที่ผู้ชายจะได้รับประโยชน์จากมัน ตัวอย่างเช่น การส่งเสริมเสื้อผ้าที่ไม่สุภาพ [ไร้ยางอาย] เป็นขั้นตอนหนึ่งในทิศทางนี้ ในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา หรือมากกว่านั้น ความรุนแรงต่อผู้หญิงในตะวันตกมีเพิ่มมากขึ้น: ไม่มีความรุนแรงลดลงเมื่อคำนึงถึงเรื่องนี้

เสรีภาพทางเพศ และพฤติกรรมทางเพศอย่างไรหลักการในตะวันตก ไม่ขัดขวางความต้องการทางเพศ ที่เป็นเรื่องธรรมชาติ และเป็นสัญชาตญาณ ในอดีต พวกเขาเคยส่งเสริมแนวคิดที่ว่า ชายและหญิงควรได้รับอนุญาตให้มีความสัมพันธ์อย่างเสรีต่อกันและกัน เพื่อลดทอนความต้องการทางเพศ [อย่างไรก็ตาม] ในเวลาต่อมา เห็นได้ชัดว่า แนวคิดนี้ส่งผลลัพธ์ตรงกันข้าม ยิ่งพวกเขาปล่อยให้ชายและหญิงมีความสัมพันธ์ทางเพศอย่างเสรีมากเท่าไหร่ สถานการณ์ความต้องการทางเพศก็ยิ่งมีเพิ่มมากขึ้นเท่านั้นทุกวันนี้ ชาวตะวันตกไม่รู้สึกละอายที่จะส่งเสริมการรักร่วมเพศ ในฐานะคุณค่าทางศีลธรรม ซึ่งทำให้มนุษย์ผู้มีเกียรติ ต้องอับอาย แต่ชาวตะวันตกกลับไม่รู้สึกละอาย มุมมองของผู้หญิงแบบตะวันตกนั้นวิปริตบกพร่อง ชักนำให้หลงผิด และผิดพลาด

ศาสนาอิสลามพิจารณาผู้หญิง ในฐานะมนุษย์ที่มีเกียรติ ผู้ชายและผู้หญิงมีลักษณะเหมือนกันในความเป็นมนุษย์ มนุษย์เป็นมนุษย์ก่อนที่จะเป็นชายหรือหญิง ผู้คนมีความเท่าเทียมกันเท่าที่ธรรมชาติของมนุษย์เกี่ยวข้อง นั่นคือมุมมองของอิสลาม อัลเลาะฮ์ ผู้ทรงสูงส่ง (ซ.บ.) ได้ประทานลักษณะทางกายภาพบางประการแก่ชายและหญิง ทั้งชายและหญิงมีบทบาทในการสร้างสรรค์ การเติบโต และการยกระดับไปสู่ความสูงส่งของมนุษยชาติ และในวิถีแห่งประวัติศาสตร์ อย่างไรก็ดี บทบาทของผู้หญิงมีความสำคัญมากกว่าของผู้ชาย หน้าที่ที่สำคัญที่สุดของมนุษยชาติ คือการช่วยให้มนุษย์มีชีวิตรอดผ่านการสืบพันธุ์ ในเรื่องนี้ บทบาทของผู้หญิงนั้นไม่อาจเทียบได้กับบทบาทของผู้ชาย ด้วยเหตุนี้สภาพแวดล้อมภายในบ้านจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมากนี่คือเหตุผลที่ครอบครัวมีความสำคัญ นี่คือเหตุผลที่การกำหนดขอบเขต [ข้อบังคับ] อันเกี่ยวข้องกับสัญชาตญาณทางเพศของมนุษย์จึงมีความสำคัญ – นี่คือมุมมองที่ควรนำมาปรับใช้ในเรื่องอิสลามและชะรีอะ ตะวันตกซึ่งหลงไปจากเส้นทางอันชอบธรรม เรียกสิ่งเหล่านี้ว่า “ข้อจำกัด ” ในขณะที่พวกเขากลับระบุว่า ความเป็นทาสของผู้หญิง อย่างหลงผิดนั้น คือ “เสรีภาพ” – สิ่งเหล่านี้เป็นแผนการที่ตะวันตกดำเนินการ

วัฒนธรรมตะวันตกนำไปสู่การล่มสลายของค่านิยมสถาบันครอบครัว ปัจจุบัน ปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งของโลกตะวันตก คือความแตกแยกของสภาพแวดล้อมในครอบครัว และจำนวนเด็กกำพร้าที่เพิ่มมากขึ้น! ตะวันตกกำลังทุกข์ทรมานจากผลกระทบจากการละเลยคุณค่าของครอบครัว และจะต้องทนทุกข์ทรมานมากยิ่งขึ้น: พัฒนาการทางสังคมเหล่านี้ ก่อตัวขึ้นตามกาลเวลา ชาวตะวันตกจะได้รับความเสียหายเป็นอย่างมากจากปัญหานี้ และอารยธรรมที่ฉูดฉาด ซึ่งเป็นวัตถุนิยมของตะวันตกจะล่มสลายไปตามความผิดพลาดของปัญหานี้

มุมมองของอิสลามที่มีต่อสตรี เป็นมุมมองที่มีเกี่ยรติ ซึ่งช่วยให้เธอพัฒนา และมอบความเป็นอิสระแก่อัตลักษณ์ของสตรี

มุมมองของอิสลามที่มีต่อสตรี นำไปสู่การได้มาซึ่ง ศักดิ์ศรี เกียรติ ความเจริญ และอัตลักษณ์ที่เป็นอิสระสำหรับสตรี นี่คือคำยืนยันของเรา และเราสามารถพิสูจน์มันได้ด้วยหลักฐานที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

ในสภาพแวดล้อมแบบอิสลาม ผู้หญิงคนหนึ่งบรรลุการพัฒนาทางด้านวิชาการ เธอบรรลุการพัฒนาส่วนตัว เธอบรรลุการพัฒนาทางด้านจริยธรรม ด้านการเมือง; เธอกลายเป็นผู้บุกเบิกประเด็นทางสังคมที่เป็นรากฐานสำคัญ กระนั้น เธอยังคงความผู้หญิง การเป็นหญิงนั้น ถือเป็นกำไรสำหรับมนุษย์ทุกคน นั่นคือแหล่งที่มาของความภาคภูมิใจ การแยกผู้หญิงออกจากสภาพแวดล้อม และลักษณะเฉพาะของสตรี ที่มีความจำเป็น จะไม่นำไปสู่ความรู้สึกเป็นเกียรติ สำหรับผู้หญิงส่วนใหญ่ [11 ก.ค. 2555]

ดังที่ข้าพเจ้าได้ชี้ให้เห็น เราควรส่งเสริมวาทกรรมนี้ โดยการยอมรับมันในสถานภาพที่เป็นการโจมตี เราไม่ควรยอมรับมันในสถานภาพของการตั้งรับ สุภาพสตรีจำนวนหนึ่งกล่าวว่า บรรดาสมาชิกของการประชุมหรือ องค์กรสตรีที่เกี่ยวข้องกับองค์การสหประชาชาติ ขู่ว่าจะออกมติต่อต้านเรา หากเราทำเช่นนั้น เช่นนี้ ทว่าใครสนใจ? พวกเขาสามารถออกมติได้ [ไม่ว่าอย่างไร] วาทกรรมอิสลามควรถูกส่งเสริมด้วยสถานภาพของการโจมตี และด้วยการประพฤติตนในแนวทางที่มุ่งมั่น หากพวกเขากล่าวถาม ทำไมคุณ จึงไม่ให้เสรีภาพแก่ผู้หญิงในการปรากฏตัวได้ โดยไม่สวมฮิญาบ เราควรตอบกลับไปว่า ทำไมคุณจึงมอบเสรีภาพที่เป็นอันตราย และเป็นการคุกคามแก่พวกเขาในลักษณะเช่นนั้น?” – สิ่งที่กำลังถูกทำให้ลุล่วงในตะวันตกว่าด้วย ปัญหาความไร้ยางอาย และการขาดฮิญาบ ทำให้บุคคลต้องเป็นทุกข์ บุคคลจะสงสัยว่าพวกเขาอยากทำอะไร และอยากไปที่ไหน

คุณอาจมีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ข้าพเจ้าก็มีข้อมูลมากมายเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังดำเนินการกับปัญหานี้ สิ่งเหล่านี้ ได้รับการดำเนินการในระดับต่างๆ ซึ่งมีตั้งแต่ระดับที่สูงขึ้นไปจนถึงระดับอาชีพ สภาพความเป็นอยู่ และสิ่งอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกัน

ในวาทกรรมอิสลาม การเคารพต่อสตรี และคุณลักษณะ ศักดิ์ศรีและความละเอียดอ่อนของสตรี ควรถูกเน้นย้ำ โดยความละเอียออ่อน ณ ที่นี้ ข้าพเจ้า ไม่ได้หมายถึง ความละเอียดอ่อนทางกายภาพเท่านั้นเช่นเดียวกับความละเอียดอ่อนทางกายภาพ ข้าพเจ้ายังหมายรวมถึง ความละเอียดอ่อนของโครงสร้างทางจิตใจ และสติปัญญาของสตรี และความละเอียดอ่อนในความรับผิดชอบของพวกเธอ มีเพียงนิ้วมือที่นุ่มนวล และอ่อนโยนของมารดาเท่านั้น ที่สามารถแยกเส้นใยประสาทในระบบประสาทของเด็ก ที่มีความบอบบางเป็นอย่างมาก ออกจากกันได้ เพื่อที่เขาจะได้ไม่มีความซับซ้อนทางอารมณ์ หรือประสบปัญหาใดๆ ไม่มีใครอื่นที่สามารถทำได้

กล่าวคือ ไม่มีใครทำได้นอกจากผู้หญิงเท่านั้นที่ทำได้ นี่เป็นงานของผู้หญิง งานหลายอย่างต้องใช้ความปราณีตในลักษณะเช่นนั้น จนกระทั่งใคร ๆ ก็ต้องพิศวงว่า พระเจ้าทรงประทานความสามารถอันยิ่งใหญ่นี้ และความละเอียดอ่อนเช่นนี้ให้กับผู้หญิงได้อย่างไร

ข้าพเจ้าพูดกับเพื่อนและญาติ และบรรดาสตรีเสมอว่า ตรงกันข้ามกับความคิดที่ถูกสถาปนาขึ้นนั้น ผู้หญิงเป็นเพศที่เข้มแข็งกว่า ผู้หญิงเข้มแข็งกว่าผู้ชาย ผู้หญิงสามารถควบคุม และมีอิทธิพลต่อผู้ชายได้อย่างสมบูรณ์ด้วยสติปัญญาและความปราณีต [ความละเอียดอ่อน] เราสามารถประจักษ์ถึงสิ่งนี้ได้ในทางปฏิบัติ และเราสามารถพิสูจน์มันได้โดยการใช้เหตุผล นี่คือความจริง แน่นอนว่า มีผู้หญิงจำนวนหนึ่ง ที่ไม่ได้ใช้มาตรการที่ชาญฉลาด และด้วยเหตุนี้ เธอจึงไม่สามารถทำเช่นนี้ได้ แต่หากผู้หญิงคนหนึ่งมีความชาญฉลาดเพียงพอ เธอก็จะสามารถทำให้ผู้ชายสยบลงได้ นี่ก็คล้ายคลึงกับสถานการณ์ที่บุคคลหนึ่งสามารถควบคุมบังเหียน และขี่สิงโตป่าได้ นี่ไม่ได้หมายความว่า เขามีร่างกายที่กำยำกว่าสิงโต แต่หมายความว่า เขาสามารถใช้พลังใจ (mental power) ได้ ผู้หญิงมีศักยภาพเช่นนี้ ทว่าพวกเธอควรปฏิบัติมันด้วยความละเอียดอ่อน และความละเมียดละไม [อย่างชาญฉลาด] เมื่อข้าพเจ้ากล่าวถึงความละเอียดอ่อนข้าพเจ้ามิได้หมายถึง ความละเอียดอ่อนทางการกายภาพเท่านั้น เช่นเดียวกับความละเอียดอ่อนทางกายภาพ ข้าพเจ้าหมายถึงความละเอียดอ่อนในการใช้ความคิด และไอเดียต่างๆ การแสดงออกซึ่งไหวพริบทางปัญญา และการตัดสินใจ [ที่เฉียบแหลม] สิ่งเหล่านี้เป็นความสามารถที่อัลลอฮฺผู้ทรงสูงส่งมอบให้แก่สตรี ในความคิดเห็นของข้าพเจ้า นี่ควรเป็นพื้นฐาน วาทกรรมนี้ควรได้รับการพัฒนาส่งเสริม และทำให้ลุล่วง [11 พฤษภาคม 2556]

 

source: english.khamenei