อิมามโคมัยนี ผู้ประกาศ “วันอัลกุดส์สากล”

2483

หลังจากการปฏิวัติอิสลามในประเทศอิหร่านภายใต้การนำของ ท่านอิมามโคมัยนี (ร.ฮ)ประสบความสำเร็จ ท่านได้การประกาศให้วันศุกร์สุดท้ายของเดือนรอมฎอนอันทรงเกียรติ เป็น “วันกุดส์สากล” หรือวันแห่งการปลดปล่อย “อัลกุดส์” กิบลัตแรกของมวลมุสลิมจากการยึดครองของยิวไซออนิสต์

ซึ่งนับแต่นั้นมา ทุกวันศุกร์สุดท้ายของเดือนรอมฎอนในทุกๆ ปี มวลมุสลิมทั่วทั้งโลกจะขานรับ คำประกาศของท่านอิมามโคมัยนี (ร.ฮ) โดยการออกมาชุมนุมประท้วง และจัดงานรำลึกถึงอัลกุดส์อย่างยิ่งใหญ่เป็นประจำทุกปี
การประกาศให้วันศุกร์สุดท้ายของเดือนรอมฎอนเป็น “วันกุดส์สากล” คือสิ่งจำเป็นประการแรกในทัศนะของท่านผู้นำการปฏิวัติผู้ยิ่งใหญ่  เป็นหน้าที่ของมวลมุสลิมที่จะต้องปลดปล่อยอัลกุดส์ให้ออกจากการยึดครองของยิวไซออนิสต์

สาส์นการประกาศวันศุกร์สุดท้ายของเดือนรอมฎอน เป็นวันอัลกุดส์สากล

ด้วยพระนามของอัลลอฮ์ ผู้ทรงเมตตาปราณีและกรุณายิ่งเสมอ

“ข้าพเจ้า ได้รับทราบถึงอันตรายของพวกอิสราเอลที่มีต่อมวลมุสลิมมาช้านาน ซึ่งในวันนี้พวกมันได้บุกโจมตีพี่น้องชาวปาเลสไตน์ของเราอย่างหนัก โดยเฉพาะพี่น้องมุสลิมที่อยู่ทางภาคใต้ของประเทศเลบานอน เพื่อทำลายขบวนการนักต่อสู้แห่งปาเลสไตน์  มีการเข่นฆ่า และระเบิดทำลายอาคารบ้านเรือนที่พักอาศัยของพวกเขาอย่างไม่หยุดหย่อน

ข้าพเจ้าขอเชิญชวนมวลมุสลิม และประเทศมุสลิมทั่วทั้งโลก รวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียวในวันศุกร์สุดท้ายของเดือนรอมฎอนอันทรงเกียรติ เพื่อต่อต้านและหยุดยั้งการทำลายล้างของพวกอิสราเอล ซึ่งวันต่างๆ ในเดือนรอมฎอนคือวันแห่งพลังอำนาจ  วันแห่งรัตติการแห่งอานุภาพที่สามารถจะกำหนดและชี้ชะตากรรมของพี่น้องชาวปาเลสไตน์ได้ ข้าพเจ้าขอประกาศให้วันดังกล่าวเป็น  “วันอัลกุดส์สากล” และขอให้ทุกคนช่วยกันผลักดันวันอันยิ่งใหญ่นี้ไปสู่นานาประเทศ ให้เป็นวันสำคัญหนึ่งเพื่อรักษาไว้ซึ่งสิทธิอันชอบธรรมของประชาชาติมุสลิมแห่งปาเลสไตน์ ขอพระองค์ทรงทำให้มวลมุสลิมมีชัยชนะเหนือผู้ปฏิเสธทั้งมวลด้วยเทอญ

วัสลามุอาลัยกุม วาเราะห์มะตุ้ลลอฮ์ ฮิวะบารอกาตุฮ์

(รูฮุลลอฮ์ มูซาวี โคมัยนี)

นอกจากสาส์นประกาศวันอัลกุดส์สากลโดยท่านอิมามโคมัยนี(รฎ)  แล้วตลอดการบรรยายของท่าน ท่านยังได้ชี้และเรียกร้องให้ประชาชาติอิสลามทั้งมวลให้ความสำคัญต่ออัลกุดส์  ซึ่งจะขอนำเสนอเนื้อหาคำบรรยายบางส่วนของท่านดังนี้

วันอัลกุดส์ คือวันแห่งอิสลาม วันแห่งเสรีภาพของปาเลสไตน์

วันอัลกุดส์คือวันสากล มิใช่วันสำหรับกุดส์เป็นการเฉพาะเท่านั้น มันเป็นวันแห่งการเผชิญหน้าระหว่างผู้ด้อยโอกาสกับผู้อหังการ  มันเป็นวันแห่งการเผชิญหน้าของประชาชาติซึ่งอยู่ภายใต้การรีดนาทาเร้นขออเมริกาและชาติมหาอำนาจอื่นๆ มันเป็นวันแห่งการเผชิญหน้ากับมหาอำนาจทั้งหลาย มันเป็นวันที่ผู้ด้อยโอกาสทั้งหลายต้องเตรียมพร้อมที่จะต่อกรกับพวกอหังการให้หน้าของพวกมันคะมำลงไปกับพื้น มันเป็นวันซึ่งแยกความหน้าไหว้หลังหลอกออกจากพวกที่แน่วแน่ทั้งหลาย พวกที่แน่วแน่มั่นคงรู้ว่าวันนี้คืออัลกุดส์ วันแห่งการปฏิบัติในสิ่งที่จำเป็นต้องทำ

วันอัลกุดส์ คือวันที่จะต้องท้วงติงไปยังมหาอำนาจว่าพวกเขาต้องวางมือจากบรรดาผู้ด้อยโอกาสและกลับไปอยู่ในที่ๆของตนเองได้แล้ว

วันอัลกุดส์ มิใช่เป็นวันของชาวปาเลสไตน์เท่านั้น  แต่เป็นวันแห่งอิสลาม วันแห่งรัฐบาลอิสลาม  ต้องเป็นวันที่ธงแห่งรัฐอิสลามถูกชักขึ้นสู่ยอดเสา เป็นวันที่ต้องทำให้พวกมหาอำนาจเข้าใจว่าพวกเขาไม่อาจเสนอหน้าอยู่ในประเทศอิสลามอีกต่อไป

ข้าพเจ้าเชื่อว่า วันแห่งอัลกุดส์ คือวันแห่งอิสลาม  วันแห่งท่านรอซูลุลลอฮ์  เป็นวันที่เราจะต้องเตรียมพร้อมสรรพกำลังทั้งหมดของเรา

ในวันอัลกุดส์ ประชาชนทั้งหลายจักต้องส่งสัญญาณเตือนไปยังรัฐบาลของพวกเขาซึ่งเป็นผู้ทรยศ วันอัลกุดส์ คือวันที่เราจะเข้าใจว่าบุคคลใดหรือรัฐบาลใดที่เห็นด้วยการแผนการชั่วสากลและขัดแย้งกับอิสลาม คนที่ไม่ได้เข้าร่วมก็เท่ากับขัดแย้งกับอิสลาม เห็นด้วยกับอิสราเอล  คนที่เข้าร่วมก็คือพวกที่หนักแน่นมั่นคงและเห็นดีเห็นงามกับอิสลม  และปฏิเสธศัตรูอิสลาม ซึ่งหัวหน้าของคนพวกนี้คืออเมริกา และอิสราเอล   มันคือวันแห่งการจำแนกสัจธรรมและโมฆะธรรม

ข้าพเจ้าขอวิงวอนต่ออัลลอฮ์ ขอพระองค์ทรงประทานชัยชนะให้กับอิสลามแก่ชนทุกชั้นในโลกนี้  ให้บรรดาผู้ด้อยโอกาสมีชัยเหนือผู้อหังการทั้งหลาย  ขอดุอาอ์ให้พี่น้องในปาเลสไตน์ ตอนใต้ของเลบานอน และทุกที่ที่พวกเขาอยู่ปลอดภัยจากเงื้อมมือของพวกอหังการและเงื้อมมือของพวกสวาปามด้วยเทอญ

การนิ่งเฉยและการอ่อนข้อต่ออิสราเอล

น่าประหลาดเสียแน่แท้ ยิ่งนานวันโศกนาฏกรรมเลือดของการรุกรานปาเลสไตน์ผ่านพ้นไปนานเท่าใด  การนิ่งเฉย  การอ่อนข้อของผู้ปกครองประเทศอิสลาม และการผูกมิตรกับอิสราเอลผู้รุกรานกลับเพิ่มมากขึ้น…. แม้กระทั่งการประกาศเชิญชวนและสโลแกนที่เกี่ยวข้องกับ บัยตุล มุก็อดดัส ไม่ได้เข้ามาในโสตประสาทเลย  หากไม่มีประเทศและประชาชนของประเทศหนึ่งซึ่งเหมือนกับอิหร่านที่ได้ลุกขึ้นมาสนับสนุนประชาชนปาเลสไตน์และกู่ก้องร้องตะโกน ทั้งๆที่ตนเองก็กำลังเผชิญหน้ากับการรุกราน สงคราม และการคว่ำบาตรอยู่ก็ตาม  คนพวกนั้นกลับหันมารุมประณามและเป็นเดือดเป็นร้อน เมื่อมีการประกาศจัดงานวันหนึ่งขึ้นมา โดยใช้ชื่อว่า  “วันแห่ง อัลกุดส์”

อิสราเอล คือมะเร็งร้ายของตะวันออกกลาง

ทุกวันนี้ กิบละฮ์แรกของมุสลิมยังตกอยู่ในอาณัติของอิสราเอล มะเร็งร้ายของตะวันออกกลาง  ทุกวันนี้พวกมันยังคงกดขี่บีฑาพี่น้องปาเลสไตน์ และเลบานอนของพวกเราอยู่ ทำให้พวกเขาต้องนอนจมเลือดอยู่ทุกวี่วัน   ทุกวันนี้อิสราเอลยังคงสร้างความร้าวฉานด้วยสื่อแห่งมารทุกรูปแบบ จึงเป็นหน้าที่ของมวลมุสลิมทุกคนที่พวกเขาจักต้องตระเตรียมตัวเองให้พร้อมต่อกรกับอิสราเอล

ชัยชนะของพวกด้อยโอกาสเหนือพวกอหังการ

وَنُرِيدُ أَن نَّمُنَّ عَلَى الَّذِينَ اسْتُضْعِفُوا فِي الْأَرْضِ وَنَجْعَلَهُمْ أَئِمَّةً وَنَجْعَلَهُمُ الْوَارِثِينَ

ความว่า  เราปรารถนาที่จะประทานความโปรดปรานเป็นพิเศษแก่บุคคลผู้ด้อยโอกาสในแผ่นดินนี้ และจะดลบันดาลให้พวกเขาเป็นผู้นำ และจะดลบันดาลให้พวกเขาเป็นทายา (อัลกอศ่อศ  โองการที่ ๕)

เจตนารมณ์ของอัลลอฮ์ ก็คือ พระองค์ทรงฝากฝังบรรดาผู้ด้อยโอกาสไว้กับการนำอันเปี่ยมไปด้วยวิทยปัญญาของบรรดาศาสดาและทายาทของท่านเหล่านั้น ให้ช่วยพวกเขาเป็นอิสระจากรัฐบาลทรราช และให้ชะตาชีวิตขึ้นอยู่กับตัวพวกเขาเอง ตามพระบัญชานี้

หวังว่า คำสัญญาของพระเจ้าที่จะประทานความโปรดปรานพิเศษให้แก่บรรดาผู้ด้อยโอกาสจะเป็นจริงขึ้นมาในเร็ววัน…….    พระหัตถ์อันทรงพลังขององค์ผู้ทรงสัจจะ จะทรงดึงมือของประชาชาติผู้ถูกกดขี่ และการเปลี่ยนแปลงในนามของพระเจ้าที่ได้บังเกิดขึ้นประชาชาติอิหร่านนั้น ขอให้บังเกิดขึ้นกับประชาชาติและกลุ่มชนอื่นๆด้วย ตามพระประสงค์ของพระองค์  มือของผู้กดขี่ที่สร้างความเลวร้ายเอาไว้กับบรรดาผู้ด้อยโอกาสในโลกจะถูกตัดขาด  และบรรดาผู้ถูกกดขี่ก็จะได้รับสิทธิ์ที่ถูกแย่งชิงไปกลับคืนมา…….

อ้างอิง  หนังสือ ศอฮีฟะห์ อิมาม เล่ม ๙  หน้า ๒๖๗