ความสำคัญของ“เอกภาพ” ในทัศนะอิมามคาเมเนอี ผู้นำสูงสุดแห่งอิหร่าน

ส่วนหนึ่งจากคำปราศรัยของท่านอายะตุลเลาะฮ์ ซัยยิดอะลี คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน เนื่องในวันครบรอบสัปดาห์เอกภาพ

1509

สิ่งที่ข้าพเจ้าจะขอกล่าวกับพี่น้องมุสลิมทุกท่าน คือ ความสำคัญของเอกภาพระหว่างพี่น้องมุสลิมและความสัมพันธ์ในเชิงพี่น้องในทุกพื้นที่จะเกิดขึ้นได้  สิ่งแรกที่เราควรทำความเข้าใจ คือ อะไรคือเป้าหมายของเอกภาพระหว่างพี่น้องมุสลิมของเรา ?

เป้าหมายของเรา คือ ให้พี่น้องมุสลิมทุกคนละทิ้งความเชื่อนิกายของตนแล้วเข้ามายอมรับความเชื่อของอีกนิกายหนึ่งอย่างนั้นหรือ ? เป้าหมายเอกภาพระหว่างมุสลิมของเราไม่ได้เป็นเช่นนี้

ประเด็นที่สำคัญที่หนึ่งคือ จุดร่วมนั้นมีเยอะกว่าจุดต่าง หมายความว่า พี่น้องมุสลิมทุกคน มีความเชื่อเดียวกัน เกี่ยวกับพระผู้เป็นเจ้า มีศาสดาองค์เดียวกัน มีบทบัญญัติศาสนาที่เหมือนกัน เช่น ละหมาด ถือศีลอด ซะกาต ฮัจญ์ พวกคุณจะไม่พบเลยว่าในสถานที่หนึ่งพี่น้องมุสลิมสองคนที่นับถือศาสนาคนละนิกายจะไม่ตื่นขึ้นมาละหมาดซุบฮ์ นอกเสียจากว่าเขาไม่ต้องการปฏิบัติตามหน้าที่ของตน นอกจากนั้นบรรดามุสลิมทั่วโลกยังเชื่ออีกว่า เขาจะต้องละหมาด 5  เวลา ในวันหนึ่ง คือ เช้า เที่ยง และกลางคืน และถือเป็นสิ่งดีที่เขาจะลุกขึ้นมานมาซยามค่ำคืน  มุสลิมทุกคนยังเชื่ออีกว่าในขณะละหมาดทุกคนจะต้องผินหน้าไปทางกิบละห์และจะต้องอ่านโองการต่างๆของอัลกุรอาน บรรดามุสลิมทั่วโลกเชื่ออีกว่า เมื่อเดือนรอมฏอนอันทรงเกียรติได้มาถึง พวกเขาจะเริ่มถือศีลอดอย่างพร้อมเพียงกันในวันแรกของเดือน นอกเสียจากผู้ที่ฝ่าฝืนหน้าที่ของตน และใครก็ตามที่ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ศาสนากำหนดไว้ เขาก็จะกลายเป็นผู้ฝ่าฝืนตามศาสนาอิสลาม ซึ่งพี่น้องมุสลิมทุกท่านก็เชื่อเช่นนี้

ในขณะนี้พี่น้องมุสลิมนับพันกว่าล้านคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ต่างๆทั่วโลก และพื้นที่ที่หนาแน่นที่สุดของพวกเขาก็คือ ภูมิภาคที่ตั้งอยู่ระหว่างตะวันออกและตะวันตก ซึ่งเป็นภูมิภาคที่สำคัญที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง ไม่ว่าในด้านภูมิศาสตร์ ภูมิอากาศ และภูมิประเทศ

ในอดีตภูมิภาคนี้เคยเป็นภูมิภาคที่มีอารยะธรรมที่เก่าแก่ที่สุดของโลกและมีวัฒนธรรมที่ละเอียดอ่อน ซึ่งบรรดามุสลิมส่วนใหญ่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในภูมิภาคนี้ ในสมัยที่มนุษย์โลกจมปลักอยู่กับความโหดร้ายและป่าเถื่อน  บรรดาพี่น้องมุสลิมคือผู้ถ่ายทอดและนำเสนอความรู้ ความจริงและความสัจธรรมแก่ชาวโลก บรรดามุสลิมทุกคนเป็นสังคมหนึ่งที่มีความเกี่ยวข้องซึ้งกันและกัน ประเทศของพวกเขาเป็นประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงกัน  มารยาท วัฒนธรรมของพวกเขามีความใกล้เคียงกัน และบรรดามุสลิมก็จะเชื่อว่าพี่น้องมุสลิมทั่วโลกที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อื่นๆก็มีความเกี่ยวข้องกับพวกเขาด้วย
โอ้บรรดามุสลิมที่อาศัยอยู่ในทุกพื้นที่ของโลก ถ้าหากพวกเจ้าไม่เป็นศัตรูซึ่งกันและกัน ไม่สู้รบซึ่งกันและกัน ถ้าหากพวกเจ้ารู้จักศัตรูและมิตรอย่างแท้จริง สถานการณ์รอบตัวคุณในวันนี้จะเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน   วันนี้พวกท่านตกอยู่ในความระส่ำระสาย อ่อนแอ และล้าหลัง เหล่าประเทศมุสลิมส่วนใหญ่ตกเป็นเมืองขึ้น  มีความยากจนเร้นแค้น  บรรดาศัตรูต้องการทำลายและขับไล่ศาสนาอิสลามให้ออกไปจากประเทศมุสลิม แต่หัวใจที่จะสร้างความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างบรรดามุสลิม คือ อิสลามและพระผู้เป็นเจ้า พวกเขามีความรักและให้ความสนใจในเรื่องศาสนา นโยบายทางการเมืองของเหล่าชาติมหาอำนาจได้พยายามอย่างหนักโดยใช้รัฐบาลหุ่นเชิดที่อยู่ภายใต้อำนาจของตนเป็นตัวขับไล่ศาสนาอิสลามออกจากประชาชน และถ้าหากพวกท่านเป็นหนึ่งเดียวกัน ไม่ทะเลาะเบาะแว้งซึ่งกันและกัน พวกท่านจะกลายเป็นกองกำลังขนาดใหญ่และแข็งแกร่ง อีกทั้งสามารถใช้มันในการปรับปรุงสิ่งต่างๆให้ดีขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นทางโลกหรือทางธรรม  แต่อย่าใช้โจมตีซึ่งกันและกันเป็นอันขาด  เมื่อเป็นเช่นนี้ เป้าหมายอันสกปรกของศัตรูก็จะไม่มีวันเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

เราจะไม่กล่าวว่า ให้ผู้รู้ซุนนี มาเป็นชีอะฮ์ หรือ ผู้รู้ชีอะฮ์ละทิ้งความเชื่อตนไปเป็นซุนนี !!!   แต่ทว่าถ้าหากพี่น้องซุนนี คนหนึ่ง หรือใครก็แล้วแต่ได้ทำการพิจารณาตรวจสอบแล้วว่าความเชื่อของเขาจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ เขาจะต้องปฏิบัติตามความเชื่อนั้นที่เขาได้ตรวจสอบมา เป็นหน้าที่ของเขาที่มีต่อพระผู้เป็นเจ้า คำพูดของเราในสัปดาห์เอกภาพ ถือเป็น สาส์นแห่งเอกภาพ คือ โอ้บรรดามุสลิม  จงสร้างเอกภาพซึ่งกันและกันเถิด  หยุดการเป็นศัตรูซึ่งกันและกัน โดยยึดมั่นในเสาหลัก คือ คัมภีร์ของพระเจ้า และแบบอย่างของท่านศาสดา คำพูดเหล่านี้เป็นที่ยอมรับได้สำหรับผู้ใช้ปัญญาและไม่มีอคติใดๆ

หลังจากการปฏิวัติอิสลามได้รับชัยชนะ เหล่าประเทศอหังการของโลกเข้าใจแล้วว่า เอกภาพของบรรดามุสลิมมีความแข็งแกร่ง พวกเขาจึงเพ่งความสนใจไปยัง ฐานหลักและจุดศูนย์กลางและแบบอย่างอิสลาม หมายถึงสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน ทว่าช่วงเริ่มต้นของชัยชนะอิสลามแห่งอิหร่าน รัฐบาลต่างๆและเหล่าบริษัทที่มีความสัมพันธ์กับเหล่ามหาอำนาจของโลกได้ทุ่มเงินอย่างมหาศาลในการสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้น โดยใช้ประเทศต่างๆรวมถึงเหล่าชาติอาหรับ หรือ ประเทศอื่นๆที่อยู่ภายใต้อำนาจของตน  แม้แต่ในประเทศอิสลามเอง โดยใช้วิธีใต้ดินผ่านมือที่มองไม่เห็นเพื่อไม่ต้องการให้การปฏิวัติผ่านมันไปได้ การลุกขึ้นสู้เป็นผลหนึ่งของเอกภาพ ซึ่งเป็นสาสน์จากการปฏิวัติอิสลาม เราจะต้องถือเอกภาพเป็นเรื่องสำคัญ แต่ที่น่ากลัว คือ การอธิบายที่ผิดเพี้ยนไปจากเป้าหมายในเรื่องเอกภาพ เวลาที่เขาต้องการอธิบายเรื่องเอกภาพ เขาจะกล่าวว่า ในศาสนาอิสลามไม่มีซุนนี ไม่มีชีอะฮ์ ดังนั้น ทั้งชีอะฮ์และซุนนี ผิด !! ไม่ใช่เช่นนี้เลย เหล่านี้คือคำพูดที่ตกต่ำ ประเด็นเอกภาพไม่ได้จะมาพิสูจน์ว่าซุนนีหรือชีอะฮ์มีอยู่ในอิสลามหรือไม่ แต่ที่เป็นที่ยอมรับคือหลังจากการจากไปของท่านศาสดา บรรดามุสลิมได้แตกออกเป็นหลายฝักหลายฝ่าย ปัจจุบันคำพูดเหล่านี้ในความเป็นจริงมีเป้าหมาย เพื่อปฏิเสธและทำลายความรู้ บทบัญญัติ และสร้างความแตกแยกในวัฒนธรรมอิสลามให้เกิดขึ้น

และเอกภาพจะไม่เกิดขึ้นจากการเรียกร้องฝ่ายเดียว เราจึงขอสั่งเสียแก่บรรดามุสลิมทั่วโลกทั้งชีอะฮ์ และ ซุนนี ในประเทศของเราพี่น้องซุนนีและพี่น้องชีอะฮ์ยืนละหมาดในแถวเดียวกัน และพวกเขาอยู่แนวหน้าในการหลั่งเลือดต่อสู้ทั้งในสนามต่อสู้ทางการเมืองและพวกเขายังปรากฏและให้ความร่วมมือในการเคลื่อนไหวต่างๆเกี่ยวกับการปฏิวัติ และได้เข้าร่วมในการเลือกตั้ง พวกเขาเมตตาซึ่งกันและกัน โดยไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นในระหว่างพวกเขา

เราได้เรียกร้องให้มุสลิมทุกคนรักษาการให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่ดูถูกความเชื่อและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ซึ่งกันและกัน และถ้าหากคนใดคนหนึ่งออกมาลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของผู้อื่นโดยอ้างความเชื่อของตนเองนั้นในทรรศนะของเราถือเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง ความรักต้องเกิดจากสองฝ่าย โปรดลุกขึ้นมาช่วยเหลือซึ่งกันและกันจนกว่าความรักจะเกิดขึ้นในระหว่างพวกเรา และจนกว่าศัตรูไม่สามารถนำมันไปใช้ในทางที่ผิดได้ ศัตรูไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ดีกับทั้งซุนนีและชีอะฮ์ เพราะพวกเขาขัดแย้งกับเสาหลักของอิสลาม พวกเขามีความแค้นต่อศาสนาอิสลาม อิสลามที่ทั้งซุนนีและชีอะฮ์นับถือเป็นอิสลามที่สหรัฐและสมุนพวกมันมีความเกลียดชัง

ฉันขอสั่งเสียกับพวกท่านทุกคน โดยเฉพาะผู้รู้ ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ นักปาฐกถา และผู้ที่มีอิทธิพลและมีเกียรติในพื้นที่ต่างๆ จงรักษาและถือเอาประเด็นนี้เป็นสโลแกนหลักของสาธารณรัฐอิสลาม

ณ วันนี้ ประเทศต่างๆในภูมิภาคนี้ยังยึดติดอยู่กับสโลแกนต่างๆที่เป็นตัวสร้างความแตกแยกและเป็นตัวนำสู่ความขัดแย้ง ถ้าหากประเทศของเราใช้สโลแกนประณามสหรัฐ และ อิสราเอลในพิธีฮัจญ์ พวกเขาจะแย้งว่า ทำไมพวกท่านนำคำกล่าวใหม่ๆมาในหมู่มุสลิม?! พวกเขาถือว่าเป็นการสร้างความแตกแยก ในขณะที่มันไม่ใช่ตัวสร้างความแตกแยกใดๆเลย แต่มันเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ บรรดามุสลิมอื่นๆจะต้องเรียนรู้การใช้สโลแกนประณามสหรัฐและอิสราเอลจากประเทศของเรา