“ระบอบอิสราเอล” – ผู้ส่งออกอาวุธหลักให้กับอาชญากรระดับนานาชาติ

364

ระบอบอิสราเอลเป็นผู้ส่งออกอาวุธและกระสุนไปยังประเทศต่างๆที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

การส่งออกด้านอุตสาหกรรมอาวุธทางการทหารเป็นหนึ่งในเสาหลักที่คอยค้ำจุนเศรษฐกิจของอิสราเอลให้มีความมั่นคง ด้วยเหตุนี้ทำให้มีบริษัทและโรงงานสำหรับผลิตและส่งออกอาวุธยุทโธปกรณ์และอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยหลากหลายชนิด กว่าหลายร้อยแห่งตั้งอยู่ในดินแดนที่ถูกยึดครองนับตั้งแต่ปี 1984

ขณะที่บริษัทที่มีชื่อเสียงที่สุด ได้แก่ Raphael and Air Industries (IAI) อุตสาหกรรมการทหาร (IMI) Soltam, Tadiran, Bit Shimish, Albit and Shipbuilding Corporation (ISL) โดยส่วนใหญ่ บริษัทเหล่านี้เป็นของเอกชน และดำเนินการเพื่อผลประโยชน์ทางการเงินทั้งหมดอยู่ภายใต้การควบคุมของกระทรวงการสงครามระบอบไซออนิสต์ (อิสราเอล)

การผลิตและการขายอาวุธยุทโธปกรณ์ทางการทหารประเภทต่างๆ เป็นหนึ่งในแหล่งเงินทุนที่มีกำไรมากที่สุดในโลกวันนี้ ระบอบไซออนิสต์ได้กลายเป็นหนึ่งในคู่สัญญาที่ได้รับผลกำไรอย่างมหาศาลจากแหล่งเงินนี้   อิสราเอลในทศวรรษที่ 1960 และ 1970 ไม่สามารถส่งออกอาวุธได้อย่างง่ายดายเนื่องจากถูกคว่ำบาตรโดยรัฐบาลนานาชาติ แต่หลังจากการเจรจาสันติภาพกับชาวอาหรับแล้ว เรื่องนี้จึงมีการเปิดเผยอย่างชัดเจนและกว้างขวางมากขึ้น

หลังจากสงครามปี 1967 และปี 1973 ระบอบอิสราเอลเริ่มมีบทบาท และขยายอิทธิพลอย่างมากในด้านการส่งออกอาวุธ   โดยที่ในปี1972  บริษัทมีรายได้กว่า 50 ล้านเหรียญ และมีรายได้ถึง 700 ล้านเหรียญในปี 1980 หนังสือพิมพ์อิสราเอล Haaretz ตามข้อมูลที่กรมสงครามประกาศออกมา ยอมรับว่าอาวุธของอิสราเอลถูกขายโดยพ่อค้าอาวุธของอิสราเอลในประเทศที่มีการดำเนินการเกี่ยวกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ Al-Akhbar  ระบุว่า ที่ใดก็ตามที่เกิดเปลวไฟสงคราม ที่นั้นมีลายนิ้วมือและร่องรอยของอิสราเอล โดยอิสราเอลจะช่วยจัดหากระสุนและอาวุธที่ร้ายแรง ด้วยวิธีนี้ นอกเหนือจากการฆ่าชาวปาเลสไตน์และสร้างความกลัว และก่อสงครามในเขตพื้นที่ความขัดแย้งโดยตรงของตนในช่วงหกทศวรรษที่ผ่านมาแล้ว เมื่อใดก็ตามที่เกิดสงครามและการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อย่างต่อเนื่อง ณ ที่แห่งอื่น อิสราเอลก็จะเป็นผู้จัดหาอาวุธให้ด้วยเช่นกัน  นี่เป็นข้อมูลที่กระทรวงการสงครามของอิสราเอลได้เคยเผยแพร่ โดยระบุว่า ในปี 2015  มี 167 บริษัทอิสราเอลที่ละเมิดพระราชบัญญัตินโยบายการรักษาความปลอดภัยการส่งออกอาวุธ ในขณะที่จำนวนบริษัทในปี 2014 มีจำนวน 166 บริษัท

อีกประเด็นหนึ่งก็คือ ในทุกกรณีของการละเมิดกฎหมายเกี่ยวกับการส่งออกอาวุธ  ทางกระทรวงกลาโหมได้จ่ายเงินค่าปรับจำนวนเงินเพียง $ 700,000 ในปี 2015 และ $ 500,000 ในปี 2014 แต่ค่าปรับเหล่านี้มีจำนวนน้อยมาก เมื่อเทียบกับผลกำไรของบริษัทส่งออกอาวุธ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เนื่องจากใบอนุญาตส่งออกเหล่านี้ไม่ได้ถูกเพิกถอน และบริษัทเหล่านี้ไม่ได้ถูกดำเนินคดีใดๆ เหล่านี้บอกใบ้ให้เราสามารถเข้าใจได้ว่า กระทรวงกลาโหมได้สนับสนุนและส่งเสริมผู้ค้าอาวุธบางประเภทให้ดำเนินการส่งออกต่อไป

นอกจากนี้ ในปีที่แล้ว กระทรวงสงครามของอิสราเอลได้ออกใบอนุญาตส่งออกวอุธและกระสุนแก่ผู้ส่งออกอาวุธให้กับ 130 บริษัท ในขณะเดียวกัน “Dubai Lafi” หัวหน้าแผนกรักษาความปลอดภัยการส่งออกอาวุธได้ประเมิณสถานการณ์ว่า อิสราเอลจะส่งออกอาวุธไปยังประเทศที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ซึ่งมักมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการเหยียดผิวและการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

หนังสือพิมพ์ Haaretz เพิ่งแถลงรายงานของสหประชาชาติว่า : อิสราเอลมอบอาวุธให้กับกองทัพซูดานใต้รายงานระบุว่าอิสราเอลติดอาวุธให้กับหน่วยรักษาความปลอดภัยซูดานใต้ ซึ่งรวมถึงกองทัพปลดปล่อยซูดานซึ่งเป็นขบวนการแบ่งแยกดินแดนติดอาวุธ หลังจากเป็นอิสระจากซูดานและกลายเป็นกองทัพซูดานใต้ซูดาน การมีส่วนร่วมของอิสราเอลในภาคใต้ของซูดานไม่ได้จำกัดเฉพาะการละเมิดการห้ามส่งออกอาวุธ แต่ยังรวมถึงการฝึกกองกำลังของขบวนการติดอาวุธดังกล่าวในดินแดนที่ถูกยึดครองในปาเลสไตน์อีกด้วย

นอกจากนี้อิสราเอลยังสร้างระบบรักษาความปลอดภัยกับหน่วยงานรักษาความปลอดภัยของซูดานใต้ และนี่คือสิ่งเดียวกับที่กระทำใน Pinochet ในประเทศชิลี ซึ่งหมายความว่าอิสราเอลได้ให้การฝึกฝนกองกำลังของชิลีที่ใช้รูปแบบการทรมานที่เลวร้ายที่สุด นอกเหนือจากทางใต้ของประเทศซูดานแล้ว อิสราเอลได้ส่งมอบอาวุธและกระสุนแก่ 130 ประเทศ ได้แก่ รวันดา อาเซอร์ไบจาน แคเมอรูน โตโก อิเควทอเรียล กินีไนจีเรีย ชิลี อาร์เจนตินา ฟิลิปปินส์ บอสเนีย โคลัมเบีย กัวเตมาลา บราซิล ไลบีเรีย ไอวอรี่โคสต์ และเอริเทรีย

นอกเหนือจากการส่งออกอาวุธไปยังสาธารณรัฐอาเซอร์ไบจาน ซูดานและรวันดาแล้วอิสราเอลยังมีการฝึกฝนให้หน่วยพิเศษของประธานาธิบดีในแอฟริกาที่ไม่ยึดระบอบประชาธิปไตย ตัวอย่างเช่น ผู้ปกครองของประธานาธิบดีแคเมอรูน  โตโกและอิเควทอเรียล กินี และระบอบเผด็จการบางประเทศที่ปล้นสะดมและบดขยี้พลเมืองของตัวเอง

ทั้งนี้ยังมีอีกหลายประเทศที่ได้รับอาวุธจากอิสราเอล ขณะที่อิสราเอลเรียกพวกเขาว่า “ประเทศเฉพาะ” เพราะการพูดคุยหรือการเปิดเผยข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับพวกเขาเป็นสิ่งต้องห้าม โดยในมุมมองของสาธารณะชน คณะมนตรีความมั่นคงได้สั่งห้ามการส่งออกอาวุธไปยังประเทศเหล่านี้ ทว่าข้อเท็จจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้น เนื่องจากอิสราเอลเกรงว่าการประกาศชื่อประเทศเหล่านี้ จะส่งผลให้เทลอาวีฟต้องสูญเสียอย่างหนัก ด้วยผลจากการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ

Source: iribnews