เลขาธิการฮิซบุลเลาะฮ์ชี้ ISIS เป็นอันตรายกับทุกฝ่าย

513

“ข้าพเจ้า ขอให้ ชาวอิรัค ปาเลสไตน์ ซีเรีย และประเทศอื่นๆ ในอ่าวเปอร์เซีย เลิกเป็นศัตรูต่อกันและกัน และทำให้ความขัดแย้งมันสิ้นสุดลง เพราะ สิ่งนี้ จะนำอันตรายมาสู่ ISIS ทั้งหมด “
อับนา- เนื่องในวาระ ครบรอบ ชัยชนะในสงคราม 33 วัน ปี2006 The 33-Day War ซัยยิด ฮะซัน นัศรุลลอฮ ได้ออกแถลงการณ์ และได้วิเคราะห์ถึง สงคราม 33 วัน ในอดีต ว่า เป้าหมายของไซออนิสต์ คือ การทำลายล้าง ของกองกำลังกลุ่มต่อต้าน อิสราเอล ใน เลบานอน อย่างเบ็ดเสร็จ พวกเขา ไม่ได้ต้องการ ปลดอาวุธ ศัตรู แต่เพียงอย่างเดียว สงครามครั้งนี้ ในความเป็นจริง คือ สงครามที่ เลบานอน และ ปาเลสไตน์ ต่างก็ต้องเผชิญศึกหนัก

ซัยยิด ฮะซัน นัศรุลลอฮ ได้กล่าวชี้แจง ว่า ” ในอดีต สงคราม 33 วัน เป็นสงคราม ที่อิสราเอล เตรียมปฏิบัติการในการจับกลุ่ม กลุ่มผู้ต่อสู้ เป็นจำนวน นับหมื่นคน ในเลบานอน สงคราม ในครั้งนั้น เป็นการนำเสนอ เพื่อเปิดช่องทาง โจมตี กลุ่มนักรบ ในประเทศนี้ (เลบานอน) เป้าหมาย ของ สงคราม 33 วัน คือ เหล่าบรรดาผู้นำหลัก ของกลุ่ม มุกอวิมะฮ ทั้งใน เลบานอน ปาเลสไตน์ และซีเรีย โดยหวังจะที่เข้าควมคุม แหล่งผลิตน้ำมัน ในประเทศ จากนั้นค่อยเหยียบปาเลสไตน์ให้จมดิน และการกำจัดชาวปาเลสไตน์ ก็เป็นความปราถนา อีกประการหนึ่ง ในการทำสงคราม 33 วัน ของ ไซออนิสต์
ขอแสดงความยินดี ต่อ อิหร่าน และซีเรีย
ซัยยิด ฮะซัน ได้ กล่าวชื่นชม ต่อ ผู้สลีชีพของกลุ่ม มุกอวีมะฮ โดยเฉพาะ ซัยยิด อับบาส มูซาวีย์ ชัยคฺ รอฆิบ ฮัรบ และ อัมมาด มุฆนิยะฮ และบรรดา บุคคลที่ ซึ่งเป็นลูกหลาน และเชื้อสาย ของ อิมามมูซา ศอดร์ ที่ได้เสียสละชีวีตตัวเอง เพื่อ อุดมคติอันบริสุทธิ์ และท่านยังได้กล่าวอีกว่า “ข้าพเจ้า ขอแสดงความชื่นชม ต่อทุกๆคนที่ ปฏิบัติหน้าที่ของตัวเอง ได้เป็นอย่างดี และทุกๆคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับชัยชนะในครั้งนี้ ได้แก่บรรดา หัวหน้า , เหล่าผู้นำ ,เหล่าผู้มีฝีมือยอดเยี่ยม และทุกๆคน และทุกๆชาติ และทุกๆคนที่ แสดงเจตนารมณ์ โดยการให้ความร่วมมือ โดยเฉพาะ บุคคล ซึ่ง ได้ ซื้อความอันตราย ให้กับตัวเอง นั่นก็คือ อิหร่าน และซีเรีย “
เป้ามหายของศัตรูในสงคราม 33 วัน คือ เหล่าผู้นำซึ่งเป็นแกนหลักของกลุ่มมุกอวิมะ ทั้งใน เลบานอน ปาเลสไตน์ และซีเรีย

ซัยยิด ฮะซัน ได้ อธิบายถึงประเด็นนี้ว่า “สงครามนี้ เป็นสงคราม ที่ถูกนำเสนอขึ้น จากการประเมิณสถานการณ์จำลองโดยทาง อิสราเอล ได้เตรียมพร้อมที่จะเข้าจับกุม สมาชิก กลุ่มมุกอวิมะ นับหมื่นคน ในเลบานอน โดยในสงครามครั้งนี้ กลุ่มมุกอวีมะฮ สามารถดำรงอยู่ต่อไปได้ และต่ออายุในการที่จะไม่ให้เกิดสงคราม ขึ้นในกาซ่า เป็นระยะเวลาถึง 2 ปี ศึก 33 วัน เป็นศึกที่ ไซออนิสต์ และเหล่าพันธมิตรของมันต่าางก็ต้องพบกับ ความปราชัย ถึงกระนั้น เเผนสมรู้ร่วมคิดระหว่าง อิสราเอล และสหรัฐ ก็ยังคงดำเนินต่อไป ซึ่งในวันนี้ ตราบที่เรายังมีกำลังความสามารถอยู่ในมือ เราจะทำให้แผนเหล่านี้ต้องล้มเหลว เหมือนกับที่เคยล้มเหลวในอดีต อีกเช่นเคย
เมื่อ สหรัฐ และ ยุโรป ต่างพากันช่วยเหลือ ไซออนิสต์
เลขาธิการ ฮิสบุลลอฮ ได้ชี้แจงถึง ผลจากการยืนหยัดของกองกำลังฮิสบุลลอฮ ในการเผชิญหน้า กับ เหล่าอหังการไซออนิสต์ ว่า การยืนหยัดของ มุกอวิมะฮ เลบานอน ในสนามรบ และการที่ประชาชนต่างออกมาสนับสนุนมุกอวิมะฮ และการยืนหยัดในวิถีทางการเมือง ในประเทศทำให้ สหรัฐ ต้องละทิ้งเงื่อนไขที่ตัวเอง เคยวางไว้

ผลของมัน ก็คือ การนี้ทำให้ มุกอวีมะฮ แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ในหลายๆมิติ และทำให้พวกเหล่าศัตรู ต้องเลื่อน วันประกาศสงครามกับ กาซ่า และซีเรีย ให้ยาวออกไปอีก

ซัยยิด ฮะซัน ได้วิจารณ์ ถึงการไม่แยแสของ สหประชาชาติ ว่า เราจะต้องไม่มอบความหวัง ให้ เหล่าผู้นำอาหรับ และ และจะต้องไม่เอา OIC มาเป็นที่พึ่ง เพราะเราต่างก็เห็นแล้วว่า การพึ่งพวกเขา ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา ที่เกิดขึ้น ในปาเลสไตน์ และ เลบานอน แต่อย่างใด

ซัยยิด ฮะซัน ได้กล่าวถึงสถานการณ์ของกาซ่า ในตอนนี้ ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในกาซ่า นั่นคือพวกเขาต้องการ จะกำหนด เส้นทางใหม่ให้กับแผ่นดินอาหรับ เป้าหมายอันนี้ ก็เป็นเป้าหมายเหมือนในสงคราม 33 วันเช่นกัน สหรัฐ ยังคงต้องการ ส่งกองทัพ ไปสอดส่องอยู่ในแผ่นดินนี้ ปาเลสไตน์ และประเทศเลบานอน กำลังตกอยู่ในอันตราย อย่างใหญ่หลวง
สหรัฐ และ เหล่าประเทศ อาหรับ คือ ปัจจัยหลักที่ ทำให้ ISIS พัฒนาได้ มาถึงระดับนี้
ซัยยิด ฮะซัน นัศรุลลอฮ ได้ชี้ถึงประเด็นนี้ว่า เหตุที่ทำให้ สหรัฐ ต้องถอนกำลังทหารออกจากประเทศ เป็นเพราะกลุ่มมุกอวิมะฮ ในอิรัค และ ความต้องการของประชาชนในประเทศ ในท้ายที่สุด ข้าพเจ้า จะข้อเน้นย้ำอีกครั้งหนึ่งในวันนี้ว่า ขอให้พวกเราจงเตรียมตัว ให้พร้อม เพื่อเผชิญหน้า กับ การคุกคาม และการข่มขู่ ในอนาคตที่จะมาถึงในไม่ช้านี้ แผนการดำเนินไปจนถึงว่า กลุ่มก่อการร้าย ISIS สามารถที่จะยึดแผ่นดิน ซีเรีย และอิรัค ได้ และยังสามารถ ยึดแหล่งพลังงานของสองประเทศนี้ พวกเขา สามารถปล้นธนาคาร ตามที่ๆพวกเขายึดครอง และ นำน้ำมัน ออกขายสู่ตลาด อาชญากรรม ไร้ความปราณี ของ กลุ่มก่อการร้าย ISIS ดำเนินไปถึงขั้นว่าใคร ก็ตามที่ไม่เห็นด้วยกับ เเนวคิด เหมือนพวกเขา จะต้องถูกสังหาร เพื่อให้ ความกลัว และความหวาดระแวง ส่งผลต่อจิตใจ ของ ประชาชน ในวันนี้เราก็เห็นแล้วว่า หนึ่งล้าน ห้าแสนคน ที่ต้องไร้บ้าน ในอิรัค คือ อะฮลิซุนนะฮ จากผลการกระทำของISIS

จากการที่ ISIS ได้พยายาม เผยแพร่ บทบาท ,เป้าหมายของตน ทำให้ชัดเจนว่า ประเทศอาหรับ บางประเทศ จะต้อง รวมรัฐบาลของตัวเอง เข้ากับ ISIS ประเทศเหล่านี้ ก็คือ ประเทศที่คอยให้การสนับสนุน ISIS นั่นเอง กลุ่มก่อการร้ายกลุ่มนี้ ยังพัฒนาไปถึงสถานะนี้ ในขณะที่ เหล่ารัฐมนตรีของสหรัฐ ปิดตา ไม่ยอมมองความจริงที่ อยู่เบื่องหน้า
อันตรายของ ISIS ส่งผลต่อทุกฝ่าย
ซัยยิด ฮะซัน นัสรุลลอฮ ได้ชี้แจงถึงประเด็นสุดท้ายถึง ประเด็น การสร้างเอกภาพในประเทศอาหรับ เพื่อต่อสู้ กับ ISIS ว่า “ข้าพเจ้า ขอให้ ชาวอิรัค ปาเลสไตน์ ซีเรีย และประเทศอื่นๆ ในอ่าวเปอร์เซีย เลิกเป็นศัตรูต่อกันและกัน และทำให้ความขัดแย้งมันสิ้นสุดลง เพราะ สิ่งนี้ จะนำอันตรายมาสู่ ISIS ทั้งหมด “