ไม่มีความปลอดภัยในกาซ่าอีกต่อไป

723

ภาพรวมของชีวิตภายใต้การสู้รบ
จากการสัมภาษณ์นักกิจกรรมเพื่อสิทธิมนุษยชนในกาซ่า
แปลและเรียบเรียงโดย ชานิกานต์ ปาลวัฒน์
ที่มา https://www.amnesty.or.th/news/blog/442

เช้าวันนี้ขณะที่ฉันกำลังแปรง ฟัน ฉันได้ยินเสียงหนึ่งที่คุ้นเคยซึ่งก็คือเสียงของอากาศยานไร้คนขับหรือโดรน ที่กำลังบินอยู่เหนืออาคารที่พักอาศัยของฉัน แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจเสียงนั้น โดรนจะบินอยู่เหนือหัวตลอดเวลาโดยที่คุณไม่รู้เลยว่าขณะนี้เป็นการบินสำรวจ เฉยๆ หรือเป็นการบินมาเพื่อพร้อมจะยิงมิสไซต์ในไม่ช้า  ถึงฉันจะอยู่บนความเสี่ยงตลอดเวลา แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ใครจะไปทำอะไรได้กันล่ะ?

5 นาทีต่อมา ฉันได้ยินเสียงยิงจรวดมิสไซต์ไม่ไกลนักจากสิ่งที่คาดว่าน่าจะเป็นเครื่องบิน F-16 เสียงระเบิดที่ดังสนั่นทำให้เด็กๆ วิ่งมาหาฉันทันที พวกเขาเข้ามาเบียดกันอยู่ในห้องน้ำเพื่อต้องการการปลอบประโลมและทำให้รู้สึก ปลอดภัยขึ้น เด็กๆ ต่างดูตื่นกลัวและหน้าซีดมาก แต่ดวงตากลับแดงก่ำจากการอดนอน มีคนบอกฉันว่าฉันเป็นคนที่สามารถควบคุมสติในสถานการณ์ที่คับขันได้ดี ดังนั้นฉันจึงยิ้มให้เด็กๆ ขณะที่ยังกำแปรงสีฟันไม่ปล่อย หลังจากที่เด็กๆ เห็นฉันยิ้มให้แล้ว พวกเขาดูผ่อนคลายและหัวเราะคิกคัก นี่เป็นหนึ่งในการกระทำที่ดูไร้สาระระหว่างที่อยู่ในสถานการณ์ที่ตึงเครียด มากๆ

สำหรับเพื่อพวกเด็กๆ แล้ว ฉันพยายามทำให้ทุกสิ่งดูเป็นปกติที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เราจะไม่คุยเรื่องการสู้รบหรือความตายกันตลอดเวลา เรายังคงระมัดระวังอย่างดีที่สุดแต่ก็ไม่ได้ระวังจนมากเกินไปเพื่อไม่ให้ เกิดความตื่นตระหนก เราจะไม่ตะโกนว่า “ลงไปข้างล่าง! ลงไปข้างล่างเดี๋ยวนี้!” ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงโดรนบินวนเวียนอยู่ใกล้ๆ

ฉันยังคงรู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่ที่บ้าน เพราะฉันรู้จักเพื่อนบ้านในอาคาร ที่พักอาศัยและรอบๆอาคารของฉัน และฉันรู้ว่าไม่มีใครที่ฉันรู้จักจะเป็นเป้าหมายของการโจมตีได้ แต่ถึงอย่างไรมันก็ไม่มีความปลอดภัยในกาซ่าอีกต่อไปแล้ว ตอนนี้มันคือสงคราม ทุกชีวิตตกอยู่ในอันตราย เราทำได้แค่เชื่อในพระเจ้าและดูแลลูกๆ ของเราให้ดีที่สุด

ฉันพยายามหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ ที่มีการสู้รบ  แต่ดูเหมือนการโจมตีจากอิสราเอลทำให้มีความเสี่ยงในทุกพื้นที่ ไม่มียานพาหนะชนิดไหนที่สามารถรับมือกับการโจมตีได้เลย มีอยู่วันหนึ่งที่การโจมตีจากโดรนทำลายรถพยาบาลไปหนึ่งคัน

ชีวิตของฉันอยู่บนความเสี่ยงมากที่สุด เมื่อฉันต้องออกไปข้างนอกเพื่อถ่าย รูปและสัมภาษณ์ประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณที่เป็นเป้าหมายการโจมตี ความเสี่ยงที่ว่าก็คือคุณไม่รู้เลยว่าบ้านหลังไหนที่คุณเข้าไปจะเป็นเป้า หมายต่อไป แต่งานของฉันสำคัญกว่าเพื่อนำเสนอความจริงที่ควรถูกเปิดเผย ต่อให้ต้องเสี่ยงอันตรายแค่ไหนก็ตาม

กรณีที่สะเทือนใจฉัน ที่สุดคือกรณีของครอบ ครัวอาบู เจม ซึ่งอาศัยอยู่ทางตะวันออกของเมืองคาน ยูนิส โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ครอบครัวนี้มีด้วยกันทั้งหมด 25 คน ก่อนการเกิดเหตุพวกเขากำลังเลี้ยงฉลองหลังจากพระอาทิตย์ตก ในระหว่างเดือนรอมฏดอน แต่ก็ต้องจบชีวิตลงทั้งหมดจากการโจมตีทางอากาศโดยกองกำลังของอิสราเอล ฉันไปถึงที่เกิดเหตุในเช้าวันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นเวลาหลังจากเกิดการโจมตีไม่ กี่ชั่วโมง ผู้คนที่นั่นพยายามนำร่างของผู้เสียชีวิตออกมาจากที่เกิดเหตุตลอดทั้งคืน มีเด็กๆ อยู่มากเหลือเกิน และขณะที่ฉันยังอยู่ที่นั่น การโจมตีจากจรวดมิสไซต์ยังคงเกิดขึ้นใกล้ๆ

ขณะนี้มีคนอาศัยอยู่ที่บ้านของฉัน ทั้งหมด 28 คน พี่ชายของฉันเคยอยู่ที่ซาลาตินซึ่งเป็นเมืองทางตอนเหนือของฉนวนกาซ่า ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการโจมตีภาคพื้นดินโดยกองกำลังของอิสราเอล ขณะนี้พี่ชาย 3 คนของฉันพร้อมด้วยครอบครัวของพวกเขาซึ่งมีเด็กๆ ประมาน 6-7 คน รวมทั้งลูกๆ ของฉันด้วยต้องอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน ฉันอนุญาตให้พวกเขามาอยู่ด้วย เพราะมันยากที่จะปฏิเสธเมื่อชีวิตของพวกเขากำลังตกอยู่ในอันตราย

การโจมตีภาคพื้นดินโดยกองกำลังของ อิสราเอลทำให้การขนส่งอาหารจากเมืองทาง เหนือมายังกาซ่านั้นยากลำบาก  จากทางใต้ ถนนเส้นหลักคือถนนซาลา อัล-ดิน ซึ่งเป็นถนนที่เชื่อมเส้นทางทั้งหมดในกาซ่าเป็นถนนที่มีความเสี่ยงอย่างมาก จากการโดนโจมตีหลายครั้ง ขณะนี้จะมีก็แต่รถพยาบาลและรถเพื่อความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเท่านั้นที่ ยังใช้ถนนเส้นนี้อยู่

ตลาดเดียวที่ยังเปิดเป็นปกติคือตลาดใน ศูนย์อพยพ อัล-ชาติ โดยจะเปิดตอนกลางคืนและคนจะแน่นมาก แม่ค้าพ่อค้าต้องเสี่ยงชีวิตในการนำผักสดๆ มาขาย เพราะ F-16 สามารถบินมาทิ้งระเบิดได้ตลอดเวลา ตอนนี้สินค้าในบางร้านที่ยังเปิดขายอยู่จึงเริ่มร่อยหรอลงเรื่อยๆ

เรามีไฟฟ้าใช้ประมาน 6 ชั่วโมงต่อวัน และเมื่อไหร่ก็ตามที่มีไฟฟ้าใช้ สิ่งแรกที่เราต้องทำคือการชาร์ตแบตมือถือให้เต็ม  เครื่องปั่นไฟมือสองมีราคา 1,400 เชเขล หรือ ประมาณ 400 ดอลล่าห์สหรัฐฯ ดังนั้นจึงมีแค่คนส่วนน้อยเท่านั้นที่จะซื้อหามันมาใช้ได้ และเพราะไม่มีไฟฟ้า เราจึงต้องปั๊มน้ำไปเก็บไว้ที่แท๊งบนหลังคาซึ่งเป็นน้ำสำหรับใช้ซักล้างเท่า นั้น น้ำสะอาดสำหรับดื่มและทำอาหารเราต้องซื้อต่างหาก

ฉันมีทุกสิ่งที่จำเป็น สำหรับทำงานบนโต๊ะ ของฉัน ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ ที่ชาร์ตแบต อินเตอร์เน็ต กล้องถ่ายรูป แต่ปัญหาคือไม่มีไฟฟ้า ฉันจึงพยายามใช้เครื่องปั่นไฟดีเซลที่ฉันมี และเพิ่งได้เชื้อเพลิงมาวันนี้ หวังว่ามันจะได้ผลเพราะฉันต้องการส่งเรื่องราวและรูปภาพซึ่งเป็นความจริงที่ เกิดขึ้นที่นี่ให้คนภายนอกได้รับรู้  ฉันรู้สึกกดดันกับการนำเรื่องราวที่เกิดขึ้นในกาซ่าออกสู่โลกภายนอก ดังนั้นมันจึงน่าหงุดหงิดทุกครั้งที่ไฟดับ