การพบปะระหว่าง “เออร์โดกาน” กับ “ปูติน” : ฤา เป็นการสิ้นสุดความไว้วางใจที่มีต่อสหรัฐ??

5302

การพบปะของประธานาธิบดีตุรกีและรัสเซียจะมีขึ้นในขณะที่เจ้าหน้าที่ตุรกีหลายคนกล่าวหาว่าอเมริกาและนาโตซึ่งเป็นพันธมิตรเก่าแก่ของเขาได้เอากริชทิ่มแทงจากด้านหลัง

สืบเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงครั้งล่าสุดในตุรกีและการรัฐประหารวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา  ทำให้ประเทศนี้ได้เห็นความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในด้านความสัมพันธ์ของตุรกีกับพันธมิตรตะวันตกโดยเฉพาะอย่างยิ่งอเมริกามีเป็นพันธมิตรที่เก่าแก่และยาวนาน

เจ้าหน้าที่ตุรกีหลายคนรวมทั้งประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าของกองทัพตุรกี ออกมากล่าวหาว่าอเมริกาและพันธมิตรเก่าบางส่วนมีส่วนร่วมในความพยายามทำรัฐประหารที่ล้มเหลวในประเทศ

เออร์โดกาน ประธานาธิบดีตุรกี ออกแถลงเมื่อวานนี้โดยมีการวิพากษ์วิจารณ์พันธมิตรตะวันตกอย่างหนัก และกล่าวหาพวกเขาว่ายืนอยู่กับพวกกบฏและสนับสนุนการก่อการร้าย

คำพูดหรือถ้อยแถลงที่รุนแรงของเออร์โดกานที่มีต่ออเมริกาและพันธมิตรนาโตมีขึ้นในช่วงเวลาที่ เออร์โดกาน มีกำหนดการที่เยือนรัสเซียเพื่อพบปะกับกับ “ปูติน” ประธานาธิบดีรัสเซียในวันที่  9 สิงหาคมนี้

ปรากฏการณ์ล่าสุดและพันธะสัญญาของเจ้าหน้าที่ตุรกีที่จะมีการเปลี่ยนแปลงในนโยบายต่างประเทศ และนำมาซึ่งการเบนเข็มและมุ่งหน้าเยือนรัสเซียเพื่อเข้าพบประธานาธิบดีปูติน   อีกด้านหนึ่งกรุงวอชิงตันและพันธมิตรตะวันตกก็คงต้องเฝ้าสังเกตการณ์การพบปะครั้งนี้อย่างใกล้ชิด

หลังจากรัฐประหารล้มเหลวในตุรกีและการให้การสนับสนุนด้านอาวุธและการเงินของอเมริกาที่มีต่อกลุ่มชาวเคิร์ดซีเรีย ซึ่งชาวเคิร์ดรู้ว่าพวกเหล่านั้นเป็นสาขาหนึ่งของกลุ่มก่อการร้าย PKK ก่อให้เกิดความรู้สึกต่อต้านอเมริกาที่สูงขึ้นในประเทศนี้ซึ่งดูเหมือนว่ารัสเซียจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากสถานการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้น

และหากพิจารณาเป้าหมายที่ซ่อนเร้นของพันธมิตรตะวันตก และความไม่น่าเชื่อถือของตุรกีที่มีต่อพันธมิตรตะวันตกในความพยายามที่จะแบ่งย่อยและย่อยสลายภูมิภาคร่วมทั้งตุรกีด้วยนั้น ทำให้บางคนเชื่อว่าพวกเติร์กควรออกห่างจากอเมริกาและพันธมิตรในยุโรปและพยายามที่จะใกล้ชิดกับมอสโกมากขึ้น ทำให้การพบปะระหว่างผู้นำของตุรกีกับรัสเซียที่จะมีขึ้นในเร็วๆนี้เป็นประเด็นที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษจากโลกฝั่งตะวันตก

การพบปะระหว่างเออร์โดกานและปูตินที่จะมีขึ้น หลังจากที่ตุรกียอมอ่อนข้อต่อจุดยืนอันแข็งกร้าวของตนและยอมขอโทษรัสเซียกรณีที่สอยเครื่องบินรบของรัสเซียตก และหลังจากนั้นจึงมีการเตรียมการสำหรับการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทวิภาคีหลังจากเกิดความตึงเครียดนานหลายเดือน

ปรากฏการณ์ล่าสุดในตุรกีและภูมิภาคทำให้ทุกคนเห็นด้วยว่าสิ่งนี้เป็นสาเหตุหลักในการยืนยันในความถูกต้องของทัศนะและมุมมองที่ว่า การยิงเครื่องบินรบของรัสเซียตกนั้นเป็นแผนการที่อเมริกาและพันธมิตรนาโตได้เตรียมไว้มาก่อน และอาศัยช่องทางดังกล่าวในการสร้างความตึงเครียดในความสัมพันธ์ระหว่างมอสโกและอังการาและเป็นการป้องกันการเคลื่อนไหวของตุรกีที่มีต่อชาวเคิร์ดซีเรีย

เมื่อเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น และด้วยความกลัวของการตอบโต้จากรัสเซีย ทำให้ตุรกีต้องหยุดใช้เครื่องบินรบในการโจมตีฐานที่มั่นต่างๆของกลุ่มชาวเคิร์ดซีเรีย  และก่อให้เกิดประเด็นที่นำไปสู่การเรียกร้องของกลุ่มชาวเคิร์ดซีเรียที่พยายามจะสร้างรัฐบาลกลางในภาคเหนือของซีเรีย และด้วยการสนับสนุนที่เพิ่มขึ้นจากอเมริกาและพันธมิตรตะวันตกอื่น ๆสามารถที่จะข้ามเส้นสีแดงของตุรกีและข้ามแม่น้ำยูเฟรติสทางตะวันตก

ดูเหมือนว่ารัฐบาลตุรกีได้ตระหนักถึงความผิดพลาดของตน และความไม่น่าเชื่อถือและไว้วางใจต่อธาตุแท้ของอเมริกาและพันธมิตรตะวันตก ทำให้รัฐบาลตุรกีจึงมีความพยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์กับมอสโกและประเทศเพื่อนบ้านอื่น ๆ รวมทั้งซีเรียและอิรัก ซึ่งสิ่งนี้ตามมุมของของบรรดาผู้เชี่ยวชาญหลายคนแล้ว เชื่อว่ามันเป็นสิ่งที่ขัดแย้งกับนโยบายและเป้าหมายต่างๆของตะวันตกและมันไม่ถูกใจอเมริกา  ทำให้อเมริกาจึงสนับสนุนให้ก่อรัฐประหารขึ้นมาจะสกัดกั้นไม่ให้อังการาสร้างความสัมพันธ์กับมอสโกและประเทศเพื่อนบ้านอื่น ๆ

ดังนั้นเมื่อพิจารณาถึงความตึงเครียดล่าสุดในความสัมพันธ์ระหว่างอังการาและวอชิงตัน และความเป็นไปได้ในการมีส่วนร่วมของสหรัฐในการทำรัฐประหารในตุรกีว่าจริงหรือไม่อย่างไรก็ต้องรอดูต่อไป  และต้องเฝ้าจับตามองอีกว่าการเยือนรัสเซียของเออร์โดกานที่จะมีขึ้นนั้นในเร็วๆนี้นั้น จะเป็นการก้าวออกจากพันธมิตรทิศตะวันตกและอเมริกาหรือไม่ และจะเป็นการสิ้นสุดความไว้วางใจอันยาวนานที่มีต่อวอชิงตันและตะวันตกหรือไม่ ? ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าจับตามองว่าหากกรณีนี้เกิดขึ้นจริงก็จะนำมาซึ่งความร่วมมือในภูมิภาคอย่างแน่นอนและจะทำให้แผนการสมรู้ร่วมคิดจำนวนมากของตันตกและอเมริกาที่มีต่อชาติต่างๆในภูมิภาคนั้นต้องพบกับความล้มเหลวในที่สุด

 

อ้างอิง : http://www.mehrnews.com