“หมากรุกทางการเมือง” ทำไมรัสเซียต้องถอนทหารออกจากซีเรีย ?

3653

isna – การตัดสินใจของปูตินเกี่ยวกับการถอนกองกำลังทหารออกจากซีเรียอย่างกะทันหันสร้างความตกตะลึกและความประหลาดใจต่อชาวโลกพอสมควร รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารในรัสเซีย เพราะใครจะคาดคิดว่ารัสเซียที่กำลังประสบความสำเร็จอย่างสูงในการปฏิบัติการในซีเรียแต่และแล้วกลับประกาศถอนกองกำลังบางส่วนออกจากซีเรียเช่นนี้ ?

บีบีซี ได้รายงานกรณีการตัดสินใจของรัสเซียในครั้งนี้ว่า “จะไม่ถอนตัวทำไม? ในเมื่อรัสเซียได้ถึงเป้าหมายหลักของตนแล้ว” ความเชื่อนี้ เป็นของ Leonid Rogozin นักวิเคราะห์การเมืองรัสเซียที่ไม่ค่อยเห็นดีเท่าไหร่กับเครมลิน

เขากล่าวว่า “แก้ไขปัญหาซีเรียโดยไม่ต้องมีบาชาร์ อัลอัสซาดได้ออกจากวาระการประชุม กองกำลัง Pro-อเมริกาก็ตกอยู่ชายขอบ กระแสข่าวการนำเสนอข่าวยูเครนลดลงไป วิกฤตยูเครนถูกรัสเซียแช่แข็ง ปัญหาแหลมไครเมียไม่ได้ตกอยู่ในวาระการประชุมของมหาอำนาจโลก เกิดรอยร้าวบนกระจกสหภาพยุโรปจากแรงกดดันของวิกฤติผู้อพยพลี้ภัย และคงไม่นานอาจจะมีสักวันที่มาตรการลงโทษรัสเซียจะละลายไป … ฝ่ายต่อต้านในรัสเซียก็ล้มเหลว ยูเครนที่เคยเป็นต้นแบบสำหรับประชาชนรัสเซียก็จะไม่มีแรงดึงดูดอีกต่อไป คงจะไม่มีการส่งปฏิวัติอีกแล้ว … เขา (ปูติน) ไม่เพียงแต่ชนะหนึ่งสงครามแต่เขาชนะทั้งสามสงคราม เราต่างหากที่เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ”

แต่สำหรับมุมมองของ เดมิเตอร์ โคเดียฟ์ ซึ่งเป็นตัวแทนฝ่ายค้านคนเดียวในรัฐสภาของรัสเซียได้แสดงความกังวลและวิตกในเรื่องนี้อย่างมาก และเชื่อว่าสำหรับบัชชาร์ อัสซาดจะมีชะตากรรมอื่นนอกจากที่เป็นอยู่ในขณะนี้

ตัวแทนฝ่ายค้านของรัสเซียคนนี้ ได้ตั้งคำถามอย่างเปิดเผยต่อสาธารณชนถึงความชอบธรรมของรัสเซียตั้งแต่เริ่มแรกของการส่งกองทัพอากาศไปยังซีเรีย และบัดนี้ได้แสดงออกถึงความยินดีอย่างชัดเจน และเขากล่าวว่า การแสดงความเสียใจของผู้นำรัสเซียต่อตุรกีจากเหตุระเบิดครั้งรุนแรงในอังการาและการประกาศถอนทหารรัสเซียออกจากซีเรีย อาจแสดงให้เห็นถึงการสิ้นสุดของนโยบายที่แข็งกร้าวของเครมลิน

เขากล่าวว่า เงินรูเบิลของรัสเซียที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ เป็นหนึ่งในผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของนโยบายนี้

แต่สำหรับคำถามของเดมิเตอร์ โคเดียฟ์ อาจจะอยู่ในใจของคืนอื่น ๆ อีกมากเช่นกัน “แต่สิ่งที่น่าสนใจในที่นี้คือ บัชชาร์ อัลอัสซาดได้ต่อรองสิ่งใดในการแลกเปลี่ยน และมีสิ่งใดเป็นการทดแทนสำหรับการยกเลิกการคว่ำบาตร ? หรืออาจจะเป็นสิ่งอื่นนอกจากนี้ ?

แต่เขาก็ไม่ได้ตอบคำถามนี้ แต่ออกมาพูดว่า “มันจะดีกว่าที่จะพูดในแง่ร้าย แทนที่จะพูดไปในแง่ดี เพราะในกรณีนี้มันอาจเป็นไปได้ว่าจะมีความสุข ส่วนบุคคลที่มองในแง่ดีเสมอนั้นจะโอบกอดความโศกเศร้าตลอดเวลา ซึ่งเขาจะจมปลักในความโศกเศร้าทุกเวลาเมื่อความฝันของเขาไม่สำเร็จ”

การโอบกอดความโศกเศร้าจะเกิดขึ้นกับผู้ที่คิดว่าตลอดระยะเวลาหกเดือนที่เข้าไปการแทรกแซงทางทหารโดยตรงในซีเรียของรัสเซียนั้นจะทำให้เศรษฐกิจรัสเซียฟื้นขึ้นอย่างรวดเร็ว กว่าเดิม

Vitaly Yarvshfsky รองบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ “Novaya Gazeta” กล่าวว่า ค่าใช้จ่ายของรัสเซียในการระเบิดถล่มกลุ่มก่อการร้ายในซีเรีย ประมาณสองล้านห้าแสนดอลลาร์ต่อวัน และในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจรัสเซียกำลังตกอยู่ภายใต้การคว่ำบาตร และการลดลงของราคาน้ำมัน ในสภาพที่ประเทศมีรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 400 ดอลลาร์และถือว่าเป็นเมืองหลวงที่แพงที่สุดในโลก ซึ่งการสูญเสียค่าใช้จ่ายดังกล่าวจะมีผลกระทบทางเศรษฐกิจในเชิงลบระยะยาว

ทั้งนี้ในการประกาศถอนกำลังทหารออกจาซีเรียของปูตินนั้น เขาไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องเศรษฐกิจแต่อย่างใด เขาเพียงแค่กล่าวว่า เพราะเราได้ถึงบรรลุเป้าหมายหลักแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะกลับไป

ตะวันตกเห็นแล้วว่าวิกฤตซีเรียไม่สามารถแก้ไขได้โดยไม่มีรัสเซีย ตะวันตกเข้าใจแล้วว่าต้องอาศัยและเห็นชอบกับรัสเซีย รัสเซียที่ทำการบุกถล่มโจมตีกลุ่มก่อการร้ายไอซิสได้อย่างมีประสิทธิภาพและสำเร็จมากที่สุด ทำให้อเมริกาต้องออกมาแสดงเจตจำนงในความพยายามสร้างความประทับใจในการต่อสู้กับไอซิส เพื่อไม่ต้องการให้ชาวโลกเห็นว่าทหารของบัชชาร์ อัล-อัสซาด และกองทัพอากาศของรัสเซียได้ปราบไอซิสฝ่ายเดียว

การโจมตีทางอากาศของรัสเซียที่ใช้เวลาเพียงหกเดือน กองทัพของบัชชาร์อัล-อัสซาดที่เพลี่ยงพล้ำและตกอยู่ในสภาพตั้งรับกลับฟื้นขึ้นมาในสภาพกล้าแกร่งและรุกคืบ และได้กลายเป็นพันธมิตรกับเครมลินทำให้ดามัสกัสมีอำนาจในการต่อรองในการเจรจาสันติภาพ

รัสเซียเข้าสู่สนามสงครามในซีเรียแบบกะทันหัน มหาอำนาจตะวันตกต่างก็งงงันไปตามกัน และการถอนกองกำลังออกจากซีเรีย ก็เกิดขึ้นแบบกะทันหัน ซึ่งทำเนียบขาวเปิดเผยว่า เราไม่รู้มาก่อนในการตัดสินใจของปูตินที่ได้ประกาศถอนกองกำลังออกจากซีเรีย

ปูตินมักจะคุ้นเคยกับการเคลื่อนไหวอย่างฉับพลันบนกระดานหมากรุกทางการเมืองแต่ตะวันตกยังมึนงงต่อการเคลื่อนไหวอย่างฉับพลันปูติน และก้าวต่อไปอาจจะได้คำตอบสำหรับคำถามคาใจจำนวนมากในวันนี้ และชะตากรรมของบัชชาร์ อัลอัสซาดก็จะอยู่ขั้นตอนและก้าวต่อไปในว่าเขาจะยังคงอยู่ในอำนาจต่อไปอีกหรือไม่