ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ชี้ ชาวซีเรียควรจะตัดสินใจอนาคตของซีเรียด้วยตนเอง มิใช่อเมริกาและยุโรป

1009
(แฟ้มภาพ จอห์น ดรามานี มาฮามา ประธานาธิบดีกานา เข้าพบผู้นำการปฏิวัติอิสลาม เมื่อวานนี้ 14 ก.พ. 59 )

Presstv – อยาตุลลอฮ์ คาเมเนอี ผู้นำการปฏิวัติอิสลามกล่าวว่า อเมริกาและยุโรปไม่สามารถตัดสินใจแทนชาวซีเรีย และชาวซีเรียควรจะตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตของพวกเขาเอง

ในการพบปะกับจอห์น ดรามานี มาฮามา ประธานาธิบดีกานา ผู้นำสูงสุดแห่งการปฏิวัติอิสลามได้ชี้ถึงมุมมองเชิงบวกและความเป็นมิตรภาพฉันท์มิตรของอิหร่านที่ได้เพิ่มความร่วมมือกับประเทศในแอฟริกานับตั้งแต่เริ่มแรกของการปฏิวัติอิสลาม และกล่าวเสริมว่า “มหาอำนาจล่าอาณานิคมคัดค้านในความสัมพันธ์ที่ดีและแน่นแฟ้นของอิหร่านกับแอฟริกา และเช่นเดียวกันพวกเขาคือต้นเหตุหลักของสงคราม ความขัดแย้งและให้การสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย ซึ่งแนวทางในการแก้ปัญหาทั้งหมดเหล่านี้คือความใกล้ชิดของ” บรรดาประเทศเอกราช “และเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างกัน ”

อยาตุลลอฮ์ คาเมเนอี ถือว่า ผลประโยชน์ของมหาอำนาจผู้อหังการนั้นวางอยู่บนพื้นฐานของการสร้างความไม่สงบและก่อสงครามในภาคส่วนต่างๆ ของโลก พร้อมกับกล่าวย้ำว่า กลุ่มก่อการร้ายในภูมิภาคและแอฟริกานั้น ถูกบ่มเพาะและสร้างขึ้นโดยหน่วยข่าวกรองของอเมริกา อังกฤษและระบอบไซออนิสต์

ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ได้ชี้ถึงคำพูดของประธานาธิบดีกานา กรณีซีเรียที่ได้รับความเดือดร้อนจากการก่อการร้าย โดยตั้งโจทย์คำถามว่าอาวุธที่ทันสมัยจำนวนมากและเงินสนับสนุนเหล่านี้ตกอยู่ในมือของกลุ่มก่อการร้ายได้อย่างไร พร้อมกับย้ำกล่าวว่า รากเหง้าของปัญหาทั้งหมดเกิดจากมหาอำนาจผู้อหังการโดยมีอเมริกาเป็นหัวหอกสำคัญและระบอบไซออนิสต์ที่ชั่วร้าย

ผู้นำการปฏิวัติอิสลาม ถือว่านโยบายถาวรของสาธารณรัฐอิสลามในกรณีของซีเรียนั้น คือ การ “สนับสนุนและฝักใฝ่สันติภาพ” และกล่าวเสริมว่า เราได้พยายามอยู่เสมอที่จะให้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในซีเรียนั้นจบลงด้วยดีและเกิดผลดีแก่ชาวซีเรีย และเราเชื่อว่าชาติที่อยู่นอกประเทศไม่สามารถที่จะเขียนใบสั่งสำหรับการเยี่ยวยาแก้ไขให้กับประชาชาติซีเรียได้

ผู้นำการปฏิวัติอิสลามถือว่า วิธีการแก้ปัญหาซีเรียและการจัดการกับปัญหาเช่นการก่อการร้ายและความทุกข์ทรมานของชาวปาเลสไตน์นั้นขึ้นอยู่กับความร่วมมืออย่างใกล้ชิดของบรรดาประเทศเอกราช และย้ำว่า อิหร่านและประเทศกานามีขีดความสามารถที่ดีมากและเราหวังว่าการเยือนครั้งนี้จะนำไปสู่ความร่วมมือที่เพิ่มมากขึ้น

ผู้นำสูงสุดได้ชื่นชมบรรดานักต่อสู้ผู้เรียกร้องความเป็นเอกราชในแอฟริที่ได้ต่อสู้กับลัทธิล่าอาณานิคม และเสริมกล่าวว่าบุคคลผู้โดดเด่นเหล่านี้ได้ยกระดับอัตลักษณ์ของชาวแอฟริกาในระดับโลก