สื่อนอกสะท้อน “ความอัปยศของสหรัฐฯ” ในอ่าวเปอร์เซีย หลังอิหร่านจับกุมทหารรุกล้ำน่านน้ำ

สื่อนอกสะท้อน “ความอัปยศของอเมริกา” หลังอิหร่านจับกุมนาวิกโยธิน 10 นาย รุกน่านน้ำอิหร่าน

6001

หลังจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่านได้จับกุมทหารอเมริกัน 10 นายที่รุกล้ำน่านน้ำอิหร่าน ซึ่งต่อมาได้ปล่อยตัวไปทั้งหมดนั้น ทำให้เจ้าหน้าที่ ผู้เชี่ยวชาญและสื่อต่างๆ ระดับนานาชาติ ได้มีการยกย่องในความเฉลียวฉลาดของกองทัพเรืออิหร่าน และประเมินเหตุการณ์ถึงความอัปยศ ความอับอายขายหน้าและความต่ำต้อยของอเมริกา

นายพล ฮุเซน สลามี รองผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม เผยถึงนาทีในการจับกุมตัวทหารอเมริกัน ว่า เรือบรรทุกเครื่องบินของพวกซึ่งบรรทุกเครื่องบินรบ 60 ลำ และลูกเรืออีกห้าพันกว่านายเกิดความตื่นตระหนกและผวา จากนั้นเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯได้กระทำสิ่งซึ่งสะท้อนปฏิกิริยาโดยมีการเคลื่อนไหวทั้งทางอากาศและทางทะเลซ้ำแล้วซ้ำอีก และเราได้ยินเสียงการสั่นสะเทือนจากมหาอำนาจเหล่านี้ และกล่าวเสริมว่า หน่วยนาวิกโยธินของเราได้ทำการปิดล้อมเกาะฟาร์เซียและเตือนทันที ว่า หากพวกคุณมีการแสดงปฏิกิริยาใดๆ แม้แต่น้อย พวกคุณจะได้รับการตอบโต้จากอิหร่านอย่างหนักหน่วง

นายพล สลามี กล่าวเสริมว่า จากนั้นก็ได้ยินเสียงโอดครวญและคำอ้อนวอนของบรรดาเจ้าหน้าที่ทางการเมืองที่ได้ต่อสายเพื่อเรียกร้องอิสรภาพของบรรดานาวิกโยธินอเมริกาทั้งสิบนาย และเราก็ได้ตรวจสอบพิจารณาสอบสวนลูกเรือทั้งหมด ซึ่งสรุปว่า เกิดจากความผิดพลาดอันไม่ได้ตั้งใจที่รุกล้ำน่านน้ำอิหร่าน

นายพล สลามี กล่าวเสริมว่า ลูกเรือเหล่านี้ร้องไห้ หลังจากถูกจับกุมตัว แต่หลังจากได้รับการปฏิบัติอย่างดีตามธรรมเนียมอิสลามของทหารเรือแห่งกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่านทำให้ลูกเรือดังกล่าวมีความอุ่นใจมากขึ้น

หลังจากการตรวจสอบและพิจารณาแล้วว่าการรุกน่านน้ำอิหร่านนั้นเกิดจากข้อบกพร่องโดยไม่ได้ตั้งใจและขัดข้องทางเทคนิคในเรดาร์ของเรือ และการขอโทษอย่างเป็นทางการของอเมริกา พร้อมกับยืนยันที่จะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำอีก ก็ได้ทำการปล่อยนาวิกโยธินสหรัฐในน่านน้ำสากล

แอชตัน คาร์เตอร์ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า สาเหตุหลักของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเกาะฟาร์ซีย์ในอ่าวเปอร์เซีย ที่เรือลาดตระเวนของอเมริกันเข้าสู่น่านน้ำอิหร่านเกิดจากระบบนำร่องขัดข้อง

https://youtu.be/I5ufJxo7LKQ

อเมริกาขอโทษ

ทั้งนี้การขอโทษของอเมริกากลับเป็นกระแสและปฏิกิริยาในสื่อต่างๆ สถานีช่อง “ฝรั่งเศส 24” ได้รายงานการออกมาขอโทษของอเมริกาเนื่องจากเรือลาดตระเวนอเมริการุกน่านน้ำอิหร่านอย่างผิดกฎหมาย โดยสื่อของฝรั่งเศส ถือว่าสิ่งนี้ชี้ให้เห็นถึง “พลังอำนาจอันแข็งแกร่ง” ของกองกำลังการพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน

สำนักข่าว “ซีเอ็นเอ็น” ของอเมริกา ได้รายงานข่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา พร้อมกับนำเสนอภาพประกอบรายงานกรณีนาวิกโยธินสหรัฐ ว่า “นี่เป็นความผิดพลาด และมันเป็นความผิดของเรา เราต้องขออภัยในความผิดพลาดนี้ พฤติกรรมของเจ้าหน้าที่อิหร่านเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยม และเราต้องขอขอบคุณอย่างสูงในความเมตตาและการต้อนรับของพวกเขา”

สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น ยังได้รายงานชิ้นนี้อีกว่า การแพร่ภาพการขอโทษต่ออิหร่าน ถือเป็นความอัปยศและความอับอายของทำเนียบขาวที่พยายามมีการเจรจาต่อรองทางการทูตให้ปล่อยตัวนาวิกโยธินดังกล่าวเป็นอิสระ

จอห์น เคอร์รี รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ชี้ถึงการแพร่คลิปวิดีโอในสื่ออิหร่าน กรณีการจับกุมตัวนาวิกโยธินสหรัฐสิบนาย ว่า “การดูคลิปวิดีโอดังกล่าว ถือเป็นความขมขื่นและความเจ็บปวดมากสำหรับข้าพเจ้า ไม่ว่าใครก็ไม่ประสงค์ที่จะเห็นนาวิกโยธินสหรัฐอยู่ในสภาพเช่นนี้” นอกจากนั้นเขายังตอบโต้การวิจารณ์หลังจากที่จอห์น เคอร์รี ขอบคุณที่ได้ปล่อยตัวนาวิกโยธินสหรัฐ ว่า เราได้ขอบคุณอิหร่านเนื่องจากพวกเขาทำหน้าที่ได้อย่างรวดเร็วในการแก้ไขปัญหา แต่ทั้งนี้ความสัมพันธ์กับกรุงเตหะรานก็ยังไม่ได้รับความไว้วางใจ อีกทั้งเราเองก็ไม่เคยได้รับการไว้วางใจจากพวกเขา

สำนักข่าว เอ็นทีวี ของเยอรมนี มีการนำเสนอข่าวการจับกุมตัวนาวิกโยธินสหรัฐในอ่าวเปอร์เซียและการติดต่อเจรจาของจอห์น เคร์รี กับ โมฮัมหมัด ญะวาด ชารีฟ รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน โดยที่ รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เรียกร้องให้สหรัฐขอโทษที่ได้รุกน่านน้ำอิหร่าน แล้วทางสหรัฐก็ยอมออกมาขอโทษ

นิวยอร์กไทม์ส ได้รายงานข่าวนี้โดยอ้างจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ กรณีการจับกุมตัว 10 นาวิกโยธินอเมริกัน ว่า เรื่องราว (10 ทหารสหรัฐที่ถูกคุมขัง) โดยอิหร่านนั้นเป็นเรื่องที่น่าอับอายยิ่ง เรายังไม่ทราบข้อเท็จจริงทั้งหมด แต่ดูเหมือนว่าบรรดานาวิกโยธินทั้งหมดเหล่านี้เป็นบุคคลที่น่าสงสารมาก

หนังสือพิมพ์ “Yedioth Ahronoth” อิสราเอล ได้วิเคราะห์เหตุการณ์การจับกุมและการปล่อยตัว นาวิกโยธินอเมริกัน 10 นาย โดยกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่านว่า การเข้าไปควบคุมเรือลาดตระเวนของอเมริกันในอ่าวเปอร์เซียโดยกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามนั้น เป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีอะไรสำคัญมาก แต่ทว่าเหตุการณ์เล็กๆ ที่เกิดขึ้นนั้นมันมีผลทางการเมืองที่จะต้องคำนึงถึงโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่ออิสราเอล

หนังสือพิมพ์ Yedioth Ahronoth ยังได้เขียนอีกว่า เรือลำเล็กๆ และมีความรวดเร็วของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน สามารถสกัดและควบคุมเรือลาดตระเวนของอเมริกัน และมีความรวดเร็วและไม่ปล่อยโอกาส ในการถ่ายภาพสภาพของลูกเรือชาวอเมริกันที่คุกเข่าต่อหน้าทหารอิหร่าน และเรียกร้องคำขอโทษจากสหรัฐอันเป็นเงื่อนไขสำหรับการปล่อยตัวลูกเรือและนาวิกโยธินทั้งสิบนาย

ไมเคิล รูบิน (Michael Rubin) นักวิจัยของสถาบัน American Enterprise และอดีตเจ้าหน้าที่ของเพนตากอน ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ เยรูซาเล็มโพสต์ อิสราเอล ว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่านได้รับประโยชน์จากเหตุการณ์ครั้งนี้ และเขากล่าวย้ำว่า พวกเขาได้สร้างความอัปยศและความอับอายขายหน้าให้แก่อเมริกา พวกเขาได้รับการคำขอโทษจากใจจากอเมริกา จากนั้นมีการแพร่ภาพนาวิกโยธินอเมริกันที่ถูกจับกุมตัว

แฮโรลด์ รัดด์ (Harold Rudd) อดีตที่ปรึกษาของเพนตากอน ให้สัมภาษณ์กับ เยรูซาเล็มโพสต์ ว่า กรณีที่อิหร่านมีการจับกุมและปล่อยตัวนาวิกโยธินทั้ง 10 นายโดยปราศจากความรุนแรงใดๆ นั้น ถือเป็นการสร้างความอับอายขายขี้หน้าแก่สหรัฐอเมริกา

สำนักข่าวฟาร์ส รายงาน ว่า ในการอภิปรายที่ผ่านของพรรคมารีพับลิกันที่กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งประธานาธิบดี เพื่อช่วงชิงเก้าอี้ทำเนียบขาว ได้มีการกล่าวว่า การจับกุมนาวิกโยธินของเรานั้น อิหร่านได้สร้างความอับอายให้กับวอชิงตัน

อนึ่ง “เมื่อเวลา 16.30 น. ของวันอังคาร (12) เรือตรวจการณ์อเมริกัน 2 ลำพร้อมด้วยนาวิกโยธินติดอาวุธ 10 นายได้รุกล้ำเข้ามาในน่านน้ำของอิหร่าน และถูกหน่วยโจมตีของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่านควบคุมตัวไปยังเกาะฟาร์ซี” “ผู้โดยสารบนเรือทั้ง 2 ลำ ซึ่งประกอบด้วยชาย 9 คนและหญิง 1 คน ได้รับการปฏิบัติอย่างดีตามธรรมเนียมอิสลามของทหารเรือแห่งกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน และทุกคนมีสุขภาพแข็งแรงดี”

ทั้งนี้ เรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส แฮร์รี เอส. ทรูแมน ของสหรัฐฯ และเรือบรรทุกเครื่องบิน ชาร์ลส เดอ โกลล์ ของฝรั่งเศส ต่างปฏิบัติภารกิจอยู่ในน่านน้ำสากลใกล้กับเกาะฟาร์ซี ในช่วงเวลาเดียวกับที่เรือตรวจการณ์สหรัฐฯ ถูกอิหร่านจับกุม

 

อ้างอิง

http://www.hemayatonline.ir/detail/News/10572