จากเหตุโจมตี “ปารีส” ถึง “MolenBeek”… ศาสนาอิสลามผิดด้วยหรือ ??

972

Euronews – สื่อมวลชนทั่วโลกเบนเข็มและมุ่งเป้ายังเขตพื้นที่ของชาวมุสลิมชนส่วนน้อย ใน MolenBeek เขตชานเมืองของกรุงบรัสเซลส์ เบลเยี่ยม โดยถือว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นศูนย์กลางของกลุ่มอิสลามหัวรุนแรงและการเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อการร้ายที่เกิดขึ้นล่าสุดในกรุงปารีส แต่ประเด็นคำถามคือว่า เรื่องนี้ศาสนาอิสลามมีบทบาทและมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ ?

พลเมือง MolenBeek กล่าวว่าถึงเรื่องนี้ว่า “ศาสนาของเราไม่อนุญาตให้เราทำร้ายผู้บริสุทธิ์” ซึ่งการทำร้ายผู้บริสุทธิ์เป็นการกระทำที่ชั่วร้ายและเราขอประณามและคัดค้านในการกระทำเช่นนี้ ซึ่งสื่อไม่สามารถที่จะกล่าวโทษพวกเราทั้งหมด…. อย่ามาพาดพิงถึงเรา เราเคารพประเทศนี้ เราเป็นคนที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานในประเทศนี้ และต้องการใช้ชีวิตอย่างสงบสุข และนี่คือสิ่งที่พวกเราต้องการ”

ผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์แห่งหนึ่ง กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนไข้ และความกลัวในหมู่พวกเขา ว่า “คนไข้ของเรามีอาการกลัวและหวาดระแวง ซึ่งได้ถามพวกเขาว่า สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นเช่นนี้มันจะส่งผลกระทบต่อเด็กๆของเราหรือไม่ ? ทุกคนล้วนจะมองเราในลักษณะเหมือนกันหมด…. บนท้องถนนก็จะพากันจองมาที่เรา….สิ่งต่างๆเหล่านี้สามารถเห็นได้การนำเสนอของสื่อ”

MolenBeek เป็นหนึ่งในย่านที่ยากจนที่สุดในกรุงบรัสเซลส์ ที่บรรดาเยาวชนคนหนุ่มสาวขาดโอกาสในการทำงานและเป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเขาไปการกระทำผิดและมั่วสุมกับยาเสพติด

เหตุการณ์ช่วงหลายวันที่ผ่านมา นับจากการก่อวินาศกรรมที่ปารีส ถึงการใช้กำลังของตำรวจเบลเยียม ได้ทิ้งคำถามมากมายที่รอคำตอบ และประเด็นร้อนที่กำลังจับตามองอยู่ในขณะนี้คือ “บทบาทของชุมชนมุสลิมในการส่งเสริมหรือประณามการก่อการร้าย”

ชาร์ล สลามัต ผู้สื่อข่าวของ euronews ได้สัมภาษณ์ มุฮัมมัด คาลาย์ อิมามประจำมัสยิดกรุงบรัสเซลส์ เบลเยี่ยม ในประเด็น ความรู้สึกและสาส์นของเขาที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ที่ผ่านมา …

มุฮัมมัด คาลาย์ : เราได้ยินข่าวที่สะเทือนขวัญ และสร้างความเจ็บปวดให้กับเราเป็นอย่างมาก ขอแสดงความเสียใจต่อประชาชนชาวฝรั่งเศสทุกคนต่อเหตุวินาศกรรมที่เกิดขึ้น และเราขอแสดงความเสียใจที่ศาสนาอิสลามถูกใสร้ายป้ายสีเช่นนี้ ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ จะมีคนถามเราอยู่เสมอว่า มีความรู้สึกเช่นไรบ้าง ?? เคยตำหนิผู้ก่อเหตุหรือไม่ ? ซึ่งเราก็ได้ตอบอยู่เสมอว่า เราขอตำหนิและประณามผู้ก่อเหตุทุกคน แต่สิ่งที่เราควรกระทำในที่นี้ คือ การกำจัดกลุ่มก่อการร้ายให้สิ้นซาก เนื่องจากในวันนี้กลุ่มก่อการร้ายเป็นศัตรูของมวลมนุษยชาติ

euronews : คุณมีวิธีการอย่างไรบ้างในการสู้เผชิญหน้ากับกลุ่มหัวรุนแรงที่กำลังแพร่กระจายอยู่ในขณะนี้ ?

มุฮัมมัด คาลาย์ : วันนี้ทุกคนล้วนพุ่งเป้ามายัง MolenBeek กรุงบรัสเซลส์ จะอย่างไรก็ตามเยาวชน (ถูกโฆษณา) ตกเป็นเหยื่อของเหตุการณ์เหล่านี้ … ทำไม ? เนื่องจากสถานที่แห่งนี้เหมือนกับแหล่งสลัมต่างๆในฝรั่งเศสอันเป็นแหล่งชุมนุมของผู้ว่างง่านที่มักจะก่อเหตุอาชญากรรมและสิ้นหวังที่จะมีงานทำ เยาวชนเหล่านี้มักจะมาจากครอบครัวที่แตกแยกและหย่าร้าง มีชีวิตอยู่ในสภาพของวิกฤติ และผลลัพธ์สุดท้ายจึงตกเป็นเหยื่อที่ดีที่สุดสำหรับบรรดาผู้อยู่เบื้องหลังก่อเหตุวินาศกรรม

Euronews : การศึกษาที่ขาดช่วง และความยากจน จะมีในทุกที่และทุกวัฒนธรรมและศาสนาแต่ทำไม กลุ่มหัวรุนแรงสุดโต่งจึงมีสถานะอยู่ในอิสลาม ?

มุฮัมมัด คาลาย์ : บริบทและหลักคำสอนเช่นนี้ไม่มีในศาสนาอิสลาม …. กลุ่มบุคคลเหล่านี้เป็นแค่บุคคลที่อ้างชื่อศาสนาอิสลามเท่านั้น โดยมีเป้าหมายทางการเมืองและการกระทำอื่น ๆเพื่อให้ตะวันตกเกลียดชังอิสลาม ในขณะเดียวกันในโลกอาหรับรวมทั้งอิรักและชาวปาเลสไตน์ก็ออกมาแสดงความไม่พอใจต่อบุคคลเหล่านี้ พวกเขามีปฏิสัมพันธ์กับซึ่งกันและกัน และจะปฏิบัติการในนามของศาสนาอิสลาม

Euronews : คุณเห็นด้วยไหม ที่ต้องขับไล่อิมาม(ในยุโรป)ที่นิยมหัวรุนแรง ?

มุฮัมมัด คาลาย์ : ไล่ออกหรือ ?? ประเด็นที่เป็นปัญหาคือ แนวคิดหัวรุนแรง เราจะรู้จักได้อย่างไรว่าเขาเป็นกลุ่มหัวรุนแรง ?? บุคคลที่ไว้หนวดเครายาวหรือ ?? ด้วยเหตุนี้ ควรมุ่งเน้นในประเด็นความรุนแรงโดยศึกษาความหมายของการญิฮาดและผู้ก่อเหตุความรุนแรงให้ถูกต้องสมบูรณ์ ซึ่งกลุ่มหัวรุนแรงที่แท้จริงคือ กลุ่มบุคคลที่เกลียดชังตะวันตกและมนุษยชาติ หาใช่บุคคลที่สวมชุดนักการศาสนา ไว้หนวดเคราและเข้ามัสยิด