สาส์น อิมามคอเมเนอี ผู้นำอิหร่าน เนื่องในวันครบรอบนักศึกษาอิหร่านบุกยึดสถานทูตสหรัฐฯ

705

วันที่ 13 เดือนออบอน ซึ่งเป็นเดือนหนึ่งตามปฏิทินอิหร่าน หรือตรงกับวันที่ 4 พฤศจิกายน ในปี 1979 บรรดาเยาวชนและนักศึกษาที่อยู่ในอุดมการณ์ของอายาตุลเลาะห์ โคมัยนี ผู้นำการปฏิวัติอิหร่าน ได้บุกยึดสถานทูตสหรัฐอเมริกา ที่พวกเขาถือเป็น “รังโจรกรรมของอเมริกา” ในกรุงเตหะราน ที่พยายามยุแหย่ต่างๆ นานาเพื่อโค่นล้มการปฏิวัติอิสลามที่เพิ่งได้รับชัยชนะจากการโค่นล้มระบอบ เผด็จการของชาฮ์พาลาวีย์ ซึ่งประชาชาติอิหร่าน กว่า 98 เปอร์เซ็นได้เข้าร่วมในการปฏิวัติในครั้งนั้น

และเนื่องในวันดังกล่าว อายะตุลเลาะห์ อะลีคอเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่านคนปัจจุบัน ได้มีสาสน์ถึงชาวอิหร่านและชาวโลกในวาระต่างๆ ดังนี้ :

1. ตราบใดที่สโลแกน “อเมริกาจงพินาศ“ ยังคงดังกึกก้องอยู่ในจิตใจของปวงประชา ไม่มีวันสหรัฐอเมริกาจะมีชัยเหนือประเทศนี้ได้

2. การยืนหยัดร่วมกันระหว่างประชาชนชาวอิหร่านและรัฐบาล ทำให้พวกเขาไม่มีความเกรงกลัวต่อความบ้าอำนาจใดๆ ของสหรัฐฯ

3. นโยบายของเราในการจัดการกับสหรัฐฯ คือไม่มีการประณีประนอมใดๆ ทั้งสิ้น

4.วันที่ 13 ออบอน เป็นวันที่ประชาชาติชาวอิหร่านได้เผชิญหน้ากับกลอุบายลวงโลกของความบ้าอำนาจอย่างสหรัฐฯได้อย่างมุ่งมั่น

5. วันที่13 ออบอน คือ วันที่อำนาจการปกครองและความบ้าอำนาจของสหรัฐฯ ทั้งในอิหร่านและทั่วโลกได้พังทลายลง

6. สิ่งแรกที่เกิดขึ้นในวันที่ 13 ออบอน คือ การที่ระบอบการปกครองของสหรัฐฯ และการเคลื่อนไหว การตื่นตัวของประชาชาติอิสลามได้มาเผชิญหน้ากัน

7. วันที่13 ออบอน เป็น วันที่การข่มขู่ การหลอกลวง และความบ้าอำนาจของสหรัฐฯ ถูกท้าทาย

8. วันที่13 ออบอน เป็นวันแห่งการประกาศความเป็นศัตรูระหว่างประชาชาติอิหร่านกับสหรัฐฯ

9. การเข้าไปควบคุมที่ซ่องสุมของหน่วยสืบราชการลับและกบฏเป็นเครื่องบ่งบอกว่าจุดเริ่มต้นของการทำญิฮาดเพื่อต่อต้านความอหังการจากทั่วโลกได้เกิดขึ้นแล้ว

10. วันที่13 ออบอน เป็นวันที่ความร้อนรนในเสรีภาพ ความกล้าหาญ และการปฏิวัติตัวตนได้ปรากฏขึ้นมาอีกครั้งท่ามกลางประชาชาติมุสลิมของเรา

11. บรรดานักศึกษา คือผู้ถือกุญแจประตูสู่อนาคตของประเทศ

12. วันที่13 ออบอน เป็นวันแห่งการต่อสู้เพื่อต่อต้านระบบการปกครองของสหรัฐฯ ได้ก้าวมาถึงจุดสูงสุดในอิหร่าน

13.ในฐานะที่เป็นรัฐบาลที่เลวร้ายที่สุดในโลก ระบบการบริหารการปกครองของสหรัฐฯ ก็ได้เดินไปสู่จุดสูงสุดของความบ้าอำนาจเเช่นกัน

14. ถึงเวลาแล้วที่เกียรติยศ สวัสดิภาพ และเอกราชของประเทศนี้ จะต้องขอบคุณตนเองในการลุกขึ้นมาท้าทายจอมอหังการโลก

15. สหรัฐฯ หวาดผวาต่อนักศึกษาของเราที่ถูกอบรมเลี้ยงดูเรื่องการปฏิวัตมาตั้งแต่เยาว์วัย

16. วันที่13 ออบอน เป็นวันที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง อาจจะเรียกอีกอย่างว่าเป็นวันนักเรียนหรือวันนักศึกษามหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นวันที่ประชาชาติอิหร่านได้ลุกขึ้นเผชิญหน้ากับกลอุบายของความอหังการ

17. วันที่13 ออบอน เป็นวันของเยาวชน เป็นวันของนักเรียน และเป็นวันของนักศึกษามหาวิทยาลัย

18.ล่าสุด ท่านผู้นำสูงสุดแห่งอิหร่าน ได้ออกมากล่าวว่า :

(1) ประชาชาติที่ไม่ยอมก้มหัวให้กับการข่มขู่และการเข้าแทรกแซงของชาติมหาอำนาจคือประชาชาติที่กล้าเข้าไปต่อสู้อย่างกล้าแกร่งกับความยโสโอหังของมัน

(2) การบริหารระบอบการปกครองของสหรัฐฯเป็นรูปแบบการปกครองของความอหังการ

(3) ประชาชาติอิหร่านได้ประสบความสำเร็จในการลุกขึ้นต่อต้านระบอบการบริหารแบบอหังการ แบบข่มขู่และแบบเข้าแทรกแซง ภายในประเทศของสหรัฐ

(4) ธรรมชาติความยะโสโอหังของสหรัฐฯ ได้สร้างความไม่น่าเชื่อถือและความแค้นให้กับบรรดาประชาชาติที่ไม่ชอบระบอบการบริหารของสหรัฐฯ

(5) ณ วันนี้มีหลายชาติหลายรัฐบาลที่เกิดความคลางแคลงใจต่อสหรัฐฯ

(6) ประเทศหรือรัฐบาลต่างๆ ที่มอบความไว้วางใจต่อสหรัฐฯ ต่างประสบกับความเดือดร้อนกันถ้วนหน้า

(7) สหรัฐฯถูกมองว่าเป็นประเทศมหาอำนาจและเป็นประเทศที่น่าเหยียดหยามท่ามกลางสายตาประชาคมโลก

(8) ณ วันนี้ไม่มีระบบการปกครองใดมีคะแนนด้านลบต่ำมากเท่ากับระบบการบริหารของสหรัฐฯ

(9) ความเกลียดชังของสหรัฐฯที่มีต่ออิหร่าน ไม่ใช่ประเด็นด้านนิวเคลียร์ แต่นั่นเป็นแค่ข้ออ้างในการสร้างความเกลียดชังดังกล่าว

(10) การคว่ำบาตรต่ออิหร่านของสหรัฐฯ เป็นวันที่นำเรากลับไปสู่วันแรกของการปฏิวัติอิสลาม

(11) ในการพยายามสร้างภาพเพื่อหลอกลวงชาวโลกเกี่ยวกับวันที่ 13 ออบอนซึ่งเป็นวันสำคัญทางศาสนา ชาวอเมริกันได้กล่าวถึงเฉพาะเรื่องการยึดหน่วยสืบราชการลับเท่านั้น พวกเขาชี้แจงว่ามันเป็นการรุกรานของอิหร่าน และพยายามลบอีก 2 เหตุการณ์ออกไป (นั่นคือวันเนรเทศอิมามโคมัยนีและวันนักศึกษา)

(12) การปฏิวัติอิสลาม เป็นการตบหน้าฉากใหญ่ของอิหร่านต่อสหรัฐฯ และเหล่ามหาอำนาจอื่นๆ สำหรับการกระทำอันอัปยศอดสูและการใช้อิทธิพลอย่างไม่เป็นธรรม

(13) ท่านอิมามโคมัยนี และประชาชาติมุสลิมชาวอิหร่าน ได้มีบทบาทสำคัญสามประการ ในวันที่ 13 ออบอน

(14) สงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯและชาติมหาอำนาจอื่นๆ ยังคงดำเนินต่อไป

(15) สงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯและมหาอำนาจอื่นๆ ไม่ใช่เป็นการต่อสู้กันในสนามรบ ทว่าเป็นการต่อสู้ในด้านมนุษยชนและความมุ่งมั่น

(16) เมื่อประชาชาติอิหร่านตั้งใจที่จะยึดมั่นในความเป็นเอกราช เกียรติยศศักดิ์ศรี และข้อได้เปรียบแล้ว พวกเขา ก็จะประสบกับชัยชนะเหนือทุกอำนาจอหังการได้

(17) เมื่อสหรัฐฯและมหาอำนาจอื่นๆ มีชัยเหนือประเทศใด ความไว้วางใจ เกียรติยศ และพลเมืองของประเทศนั้น รวมทั้งบรรดาเด็กๆ และคนชราจะต้องกลายเป็นเหยื่อของมหาอำนาจเหล่านี้

(18) อิหร่านได้ทุ่มทุนอย่างหนักในการต่อสู้กับสหรัฐฯและชาติมหาอำนาจทั่วโลก และสิ่งที่อิหร่านได้กลับคืนมาคือความเป็นเอกราชและศักดิ์ศรีของตน

(19) ณ วันนี้ อิหร่าน เป็นประเทศที่น่าภาคภูมิใจในประชาคมโลก อิหร่านได้สร้างตัวเองให้กล้าแกร่งท่ามกลางปัญหาของการเข้าแทรกแซงและการถูกเอารัดเอาเปรียบจากอำนาจอหังการและกลับพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสในการเปลี่ยนชะตากรรมของตนให้กลับมามีอิสรภาพและมีเกียรติอีกครั้ง

(20) ในการต่อสู้กับมหาอำนาจจอมอหังการ ประชาชาติอิหร่านต้องเข้ามามีบทบาทตั้งแต่ต้นจนจบ เพื่อปกป้องเอกราช เกียรติยศ และผดุงความสามัคคีภายในชาติ

(21) วันนี้ ประเด็นนิวเคลียร์ของอิหร่าน ได้กลายมาเป็นประเด็นสำคัญในนโยบายระหว่างประเทศของสหรัฐฯ

(22) ที่ประเด็นเรื่องอาวุธนิวเคลียร์กลับมาเป็นประเด็นที่สำคัญอีกครั้งในนโยบายระหว่างประเทศของสหรัฐฯนั้น ย่อมชี้ให้เห็นว่า เกียรติยศ อิสรภาพของประชาชาติอิหร่านประสบกับความก้าวหน้า อำนาจและความมั่นใจในตนเองได้ถูกยกระดับขึ้นแล้ว

(23) ณ วันนี้ การเพิ่มขึ้นของพลังทางจิตวิญญาณ อำนาจภายในประเทศ และความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ของประเทศ ที่ได้หยั่งรากอันมั่นคงอยู่ภายในจิตวิญญาณของความเป็นอิสระภาพและหลักเกณฑ์ของอิหร่าน ได้สร้างความหวาดกลัวให้กับสมาชิกมหาอำนาจจอมลวงโลก รวมถึงสหรัฐ ที่คิดจะต่อสู้กับอิหร่าน

(24) ณ วันนี้รัฐบาลสหรัฐฯตกอยู่ภายใต้ความกดดันทางด้านความคิดของสาธารณชนทั้งภายในบ้านของตัวเองและนอกประเทศต้องขอบคุณในความโง่เขลาและพฤติกรรมแห่งการกดขี่ของพวกเขา

25) ณ วันนี้การอวดอ้างตนและการเข้าแทรกแซงภายในของสหรัฐ เป็นเพียงข้ออ้างพื้นๆ ที่อยู่เบื้องหลังการเข้าไปรักษาความปลอดภัยในตะวันออกกลางเท่านั้น

(26) อเมริกันจะโทษว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพราะความไม่มั่นคงและไม่แน่นอนในตะวันออกกลางเอง โดยเฉพาะในอิรักและ.เลบานอน ซีเรีย อัฟกานิสถานและในเขตแดนความวุ่นวายของปาเลสไตน์

(27) ประเทศต่างๆทั่วทุกมุมโลก แสดงออกถึงความโกรธและความไม่พึงพอใจต่อการเข้าแทรกแซงของสหรัฐฯด้วยการเผาธงชาติสหรัฐฯ

(28) ณ วันนี้จะเห็นว่า สหรัฐฯกำลังสูญเสียอำนาจ และความน่าเชื่อถือในสายตาของนานาประเทศ