ประธานรัฐสภาอิหร่าน ชี้ การข่มขู่และการใช้อำนาจบาตรใหญ่ในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เป็นวิธีการที่ล้าสมัยและไร้ประสิทธิภาพ

467

เพรสทีวี – ประธานรัฐสภาสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ได้เข้าร่วมประชุมประธานรัฐสภาโลก โดยถือว่า การบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ระหว่างอิหร่านกับกลุ่ม 5+1 เป็นพยานหลักฐานแห่งข้อเท็จจริงที่ว่า ในวันนี้ การข่มขู่และการใช้อำนาจบาตรใหญ่ในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เป็นวิธีการที่ล้าสมัยและไร้ประสิทธิภาพ

ดร อาลี ลอริญานีย์ ประธานรัฐสภาแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ได้เข้าร่วมประชุม ประธานรัฐสภาโลกครั้งที่ 4 ระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม – 4 กันยายน ณ อาคารสำนักงานใหญ่แห่งสหประชาชาติ นครนิวยอร์ก

สหรัฐอเมริกา ซึ่งได้กล่าวปราศรัย เมื่อช่วงค่ำของวันจันทร์ที่ผ่านมา ว่า โลกในวันนี้ โดยเฉพาะมหาอำนาจบางประเทศยังคงเชื่อว่า พวกเขาสามารถใช้อำนาจในการข่มขู่ กดดันและการคว่ำบาตรเพื่อบรรลุสู่เป้าหมายทางการเมืองของตน และกล่าวย้ำว่า ประชาชาติอิหร่าน ได้ยืนหยัดอย่างมั่นคงในประเด็นนิวเคลียร์ในการเผชิญหน้ากับการถูกกดันและคว่ำบาตรจนประสบชัยชนะมาแล้ว ซึ่งสิ่งนี้บ่งชี้ ว่า อาวุธและเครื่องมือแห่งการคุกคามข่มขู่และการใช้อำนาจบาตรใหญ่นั้น คืออาวุธที่ล้าสมัยและไร้ประสิทธิภาพแล้ว ซึ่งมันไม่สามารถใช้การและบรรลุผลได้อีกต่อไป
ในที่ประชุมรัฐสภาโลก ที่จัดขึ้นภายใต้ประเด็นหัวข้อ “ ประชาธิปไตยเพื่อสันติภาพและการพัฒนาที่ยั่งยืน” ดร ลารีญอนีย์ กล่าวว่า คำถามหลักที่ควรจะหยิบยกมานำเสนอในการประชุมครั้งนี้คือ ในปัจจุบันนี้ ประชาธิปไตยสามารถสร้างสันติภาพและการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างแท้จริงได้หรือไม่?

เขากล่าวว่า การพัฒนาอย่างยั่งยืนขึ้นอยู่กับเสถียรภาพทางการเมืองของประชาธิปไตยและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สมดุล แต่เป็นสิ่งที่น่าเสียดายที่ว่า ในโลกทางการเมืองในวันนี้นั้น จะนำเสนอเพียงแต่ทฤษฎีที่สวยหรู และถูกต้องเท่านั้น แต่ในภาคปฏิบัติแล้วกลับใช้ตรรกะแห่งการกดขี่ในการปกครอง ซึ่งตราบใดที่ยังคงมีความแตกต่างเช่นนี้ เราก็จะยังคงเห็นเหตุการณ์ความรุนแรง ป่าเถื่อน สงครามและการอพยพในหมู่ประชาชนโลกที่เพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน

เขากล่าวเสริมว่า บางรัฐบาลต้องการสร้างประชาธิปไตยให้กับพลเมืองของตน จึงจำต้องให้การสนับสนุนมหาอำนาจและรัฐบาลจอมเผด็จการและป่าเถื่อนนอกพรมแดน ซึ่งรัฐบาลเหล่านี้แหละที่ใช้ระเบิดและกระบอกปืนในการสร้างประชาธิปไตยให้กับหลายๆประเทศ

ประธานรัฐสภาอิหร่าน กล่าวว่า แนวทางเหล่านี้คือปัจจัยและต้นเหตุแห่งการสร้างสงครามในโลกวันนี้ ชะตากรรมที่เจ็บปวดของชาวปาเลสไตน์ผู้ถูกกดขี่ ความกระหายเลือดของอิสราเอลในการทำสงคราม สงคราม และการยึดครองอิรักและอัฟกานิสถาน สงครามที่เกิดขึ้นในเยเมน และสงครามในซีเรียตลอดห้าปีที่ผ่านมา เหล่านี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สามารถกล่าวถึงได้ในการนี้

ดร ลารีญานีย์ กล่าวว่า การบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ผ่านการเจรจา ที่เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสการกดดันทางการเมืองและการคว่ำบาตรต่างๆ ก็เป็นอีกพยานหลักฐานหนึ่งที่ชี้ว่า มหาอำนาจผู้อหังการโลกจะไม่มีวันบรรลุผลแห่งความชั่วร้ายของตนในเวทีต่างๆระดับนาชาชาติอย่างแน่นอน

เขากล่าวเสริมว่า บางมหาอำนาจมีความพยายามที่จะทำลายสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ทว่าประชาชาติอิหร่านได้เลือกเดินบนแนวทางแห่งการยืนหยัดอย่างมั่นคงในการเผชิญหน้ากับศัตรูผู้อหังการ จนสามารถได้รับชัยชนะในที่สุด และผลลัพธ์ที่เราได้รับมานั้น ก็เป็นที่รับรองของเรา

เขากล่าวว่า เสริมว่า เป้าหมายหลักของการประชุมรัฐสภาโลก ควรจะเป็นประเด็นประชาธิปไตยเพื่อสันติภาพและการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง หาใช่เป็นเพียงแค่ข้ออ้างผลประโยชน์แห่งชาติของตนเท่านั้น โดยที่ยอมละเมิดและเหยียบย่ำค่านิยมต่างๆที่สำคัญ อาทิเช่น ประชาธิปไตย สันติภาพ และการพัฒนาที่ยั่งยืน

เขากล่าวเสริมว่า หากงบประมาณร้อยละสิบที่ใช้ในการบุกยึดอิรักและอัฟกานิสถาน ถูกนำมาใช้ในการพัฒนาประเทศเหล่านี้แล้ว แน่นอนยิ่งประเทศเหล่านี้จะต้องไม่เผชิญหน้ากับเหตุการณ์ความไม่สงบและการก่อการร้ายในประเทศอย่างที่เห็นทุกวันนี้

ในช่วงท้าย ประธานรัฐสภาอิหร่าน กล่าวเสริมว่า ในการประชุมครั้งนี้ เราถือว่า ประชาธิปไตยเป็นเสาหลักแห่งการสร้างสันติภาพ และกล่าวเสริมว่า มันไม่เป็นการดีดอกหรือ หากเรายึดมั่นตามหลักประชาธิปไตยนี้สำหรับพี่น้องผู้ถูกกดขี่ในปาเลสไตน์ ด้วยการให้พวกเขาลงประชามติเลือกรัฐบาลของตนเอง…..???