ผู้นำโลกร่วมยินดีต่อข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน ยกเว้น อิสราเอล

820

presstv – ผู้นำทั่วโลกแสดงความยินดีที่อิหร่านและหกชาติมหาอำนาจบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ ยกเว้นนายกรัฐมนตรีอิสราเอลที่วิจารณ์ว่าเป็นความผิดพลาดครั้งประวัติศาสตร์และพรรครีพับลิกันในสหรัฐที่เกรงว่าจะทำให้อิหร่านยิ่งแข็งแกร่งขึ้น

อิหร่านและหกชาติมหาอำนาจบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ ทำให้ผู้นำทั่วโลกร่วมยินดีในการบรรลุข้อตกลงในครั้งนี้ ซึ่งเหล่าผู้นำที่แสดงความยินดี มีดังนี้

• ประธานาธิบดีบารัค โอบามาของสหรัฐ กล่าวว่า ข้อตกลงนี้เปิดโอกาสให้ปรับเปลี่ยนความสัมพันธ์ที่ยุ่งยาก และตัดทุกหนทางที่อิหร่านจะมีอาวุธนิวเคลียร์ แต่ก็ย้ำกับผู้นำอิสราเอลว่าข้อตกลงนี้ไม่ได้ลดความกังวลเรื่องอิหร่านสนับสนุนการก่อการร้ายและการมุ่งร้ายต่ออิสราเอล

1dadf40c-b55a-44f7-9c2b-2847dcc4c176

• ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย ยกย่องว่าเป็นทางเลือกอันแข็งแกร่งเพื่อเสถียรภาพและความร่วมมือ ทำให้โลกได้ถอนหายใจด้วยความโล่งใจ พร้อมรับปากว่าจะทำให้ข้อตกลงนี้เป็นผล ขณะที่นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอนของอังกฤษกล่าวว่า โลกจะปลอดภัยมากขึ้น อิหร่านเองก็จะได้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ

• นายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล ของเยอรมนีที่มองว่าเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของการทูตสากล พร้อมกับเผยว่ารัฐมนตรีเศรษฐกิจจะไปเยือนอิหร่านเร็ว ๆ นี้

02242270-3844-4a99-bef6-20cc90a4e696 • ประธานาธิบดี ฟรองซัวส์ โอลลองด์ ของฝรั่งเศส กล่าวว่า โลกกำลังก้าวไปข้างหน้าและเรียกร้องอิหร่านช่วยชาติมหาอำนาจยุติความขัดแย้งในซีเรีย “ตอนนี้อิหร่านจะมีความสามารถทางการเงินมากขึ้น ในขณะที่จะไม่มีมาตรการคว่ำบาตรอีกต่อไปแล้ว เราต้องระมัดระวังอย่างที่สุดต่อสิ่งที่อิหร่านจะเป็นไปนับแต่นี้”

• ส่วนโลกตะวันออกกลางอย่าง ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และคูเวตแสดงความหวังว่า ข้อตกลงนี้จะทำให้อิหร่านยุติการแทรกแซงประเทศอื่นในภูมิภาคแล้วหันไปพัฒนาประเทศตนเองเพื่อให้เกิดการพัฒนาทั้งภูมิภาค

• ซีเรีย พันธมิตรสำคัญของอิหร่านมองว่า อิหร่านได้รับชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์ ในข้อตกลงดังกล่าว พร้อมแสดงความยินดีกับ อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ต่อจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ทั้งของอิหร่าน ภูมิภาคและของโลก

• บัน คีมูน เลขาธิการสหประชาชาติ หวังว่า ข้อตกลงนี้จะช่วยให้เกิดสันติภาพและเสถียรภาพทั้งในภูมิภาคและโลก

• สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขแห่งคริสต์จักรนิกายโรมันคาทอลิกที่ทรงหวังว่า ข้อตกลงนี้จะส่งผลดีนอกเหนือไปจากเรื่องโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน

• นายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษบอกว่าข้อตกลงนี้จะช่วยให้โลกปลอดภัยยิ่งขึ้นและตอนนี้ อิหร่าน มีโอกาสที่แท้จริงที่จะได้รับประโยชน์จากการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ

• ซิกมาร์ กาเบรียล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเศรษฐกิจของเยอรมนี บอกว่ามีแผนเดินทางเยือนอิหร่านเร็วๆนี้ “มันจะเป็นประโยชน์ใหญ่หลวงต่อบางภาคอุตสากรรมของเยอรมนี จากความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่เป็นปกติและแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นกับอิหร่าน ทั้งหมดล้วนเกิดจากข้อตกลงของวันนี้”
• อัฟกานิสถาน เพื่อนบ้านของอิหร่านก็แสดงความยินดีต่อข้อตกลงนี้เช่นกัน บอกว่ารู้สึกยินดีต่อความพยายามที่มีเป้าหมายเสริมสร้างสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค

• ปากีสถานระบุมาตรการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจต่อโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน ถือเป็นการ “ปักหมุดสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาคของเรา” - สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บอกว่าอิหร่านสามารถเล่นบทบาทสำคัญในภูมิภาค หากว่าหยุดแทรกแซงกิจการภายในประเทศต่างๆ อย่างเป็นอิรัก ซีเรีย เลบานอนและเยเมน

ส่วนฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยคือ

• นายจอห์น โบห์เนอร์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯจากรีพับลิกัน แสดงความเห็นว่าข้อตกลงนี้จะเป็นการปลุกขวัญแก่เตหะรานและดูเหมือนจะเติมเชื้อแห่งการแข่งขันทางด้านอาวุธนิวเคลียร์

• ในส่วนของอิสราเอล ศัตรูของอิหร่านที่คัดค้านการเจรจามาโดยตลอด บอกว่าข้อตกลงนี้คือความผิดพลาดครั้งประวัติศาสตร์ “เรามีหน้าที่ป้องกันไม่ให้อิหร่านได้มาซึ่งอาวุธนิวเคลียร์ และหน้าที่นั้นยังมีอยู่” และย้ำถึงท่าทีที่เคยออกมาขู่ชิงลงมือโจมตีที่ตั้งทางนิวเคลียร์ของอิหร่านก่อน เนทันยาฮุ กล่าวว่า “อิสราเอลไม่มีข้อผูกมัดในข้อตกลงกับอิหร่านครั้งนี้ เพราะว่าอิหร่านยังคงหาทางทำลายล้างเรา” เขากล่าวต่อและพูดถึงการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรของมหาอำนาจตะวันตกว่า “อิหร่านจะกอบโกยเงินหลายแสนล้านดอลลาร์ ซึ่งพวกเขาจะนำไปเติมเชื้อเพลิงแก่เครื่องจักรก่อการร้าย”