“ฮิซบุลเลาะห์” ชี้ ซาอุฯ ถล่มเยเมนเพื่อ “ยึดครอง” อีกครั้ง ย้ำริยาดจะเป็นฝ่ายแพ้

3069

presstv – ซัยยิด หะซัน นัศรุลเลาะห์  เลขาธิการฮิซบุลเลาะห์ ประณามการโจมตีทางทหารของซาอุดิอาระเบียในเยเมนอย่างรุนแรง ชี้ซาอุฯ โจมตีเยเมนก็เพื่อเข้าไปมีอำนาจและยึดครองอีกครั้งหลังสูญเสียอำนวจ

ซัยยิด หะซัน นัศรุลเลาะห์ เลขาธิการกลุ่มฮิซบุลเลาะห์ แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์ของเลบานอนเมื่อวันศุกร์  โดยเปิดเผยเป้าหมายหลักของซาอุดิอาระเบียในการถล่มเยเมนทางอากาศว่า  เพราะซาอุดิอาระเบียได้สูญเสียอำนาจของตนเองในเยเมน

นัศรุลเลาะห์ระบุว่า  “การโจมตีของซาอุฯ ต่อเยเมนก็เพื่อเข้าไปมีอำนาจและยึดครองเยเมนอีกครั้ง”

ฮะซัน นัศรุลเลาะห์  กล่าวอีกว่า การโจมตีครั้งนี้ ซาอุฯ อ้างว่า  สถานการณ์ในเยเมนเป็นภัยคุกคามในภูมิภาค  ซึ่งคำกล่าวเช่นนี้ไม่มีมูลความจริงแต่อย่างใด

เลขาธิการฮิซบุลเลาะห์ย้ำว่า กลุ่มพันธมิตรซึ่งนำโดยซาอุดิอาระเบีย ไม่มีการแสดงท่าทีใดๆ ต่อการตื่นตัวโลกอิสลาม ในตะวันออกกลางและในแอฟริกาเหนือ และไม่ได้เข้าแทรกแซงและปฏิบัติการโจมตีกลุ่มนักปฏิวัติในตูนิเซีย และอียิปต์แต่อย่างใด แต่สถานการณ์ในเยเมนเป็นข้ออ้างที่จะเริ่มต้นทำสงครามนองเลือดในประเทศ

“ซาอุดิอาระเบีย ประกาศชัดว่า เป้าหมายในการโจมตีเยเมนครั้งนี้ เพื่อทำลายกลุ่มเฮาซี (กลุ่มอันศอรุลลอฮ์) เยเมน และคืนอำนาจให้กับประธานาธิบดี มันศูร ฮาดีย์ ที่หนีกบดานในซาอุฯ” ผู้นำฮิซบุลเลาะห์ระบุ

วิกฤติในซีเรีย และอิรัก

“กรุงริยาดและพันธมิตร ได้สร้างกลุ่มก่อการร้ายไอซิส เพื่อโค่นล้มประธานาธิบดี บัชชาร์ อัซซาด แห่งซีเรีย  และให้การสนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายดังกล่าว   ซึ่งประเทศต่างๆ เหล่านี้ไม่เคยให้การสนับสนุนช่วยเหลืออิรัก ในการปราบปรามและต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้ายไอซิสแต่อย่างใด”  ฮะซัน นัศรุลเลาะห์  กล่าวและว่า

“ใครเป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขปัญหาวิกฤติทางการเมืองในซีเรีย ?  ใครเป็นผู้จุดเชื้อเพลิงไฟแห่งวิกฤติสงครามในซีเรีย?  …นั่นคือ  ราชวงศ์ซาอุดิอาระเบีย และพันธมิตรของมัน”

เขาเสริมว่า ความพยายามของซาอุดิอาระเบีย กาตาร์ และตุรกี ให้ซีเรียเป็นชาติที่อ่อนแอ และยอมสยบต่อพวกเขานั้น จะไม่ได้ผล

ประณามความนิ่งเงียบของนานาชาติต่อการก่ออาชญากรรมของอิสราเอล

ซัยยิด ฮะซัน นัศรุลเลาะห์ กล่าวว่า  ซาอุฯ ตั้งชื่อ การปฏิบัติการโจมตีเยเมนว่า “พายุแกร่ง”  ในขณะเดียวกันมันเป็นความเจ็บปวดมาก สำหรับชาวปาเลสไตน์ที่อาศัยติดกับชายแดนอยู่ซาอุดีอาระเบียนานนับทศวรรษ  แต่กลับไม่เคยเห็นแม้แต่สายลมแห่งความเด็ดเดี่ยวในการช่วยเหลือสนับสนุนชาวปาเลสไตน์และต่อสู้โจมตีอิสราเอล..

เขาได้กล่าวประณามชาติอาหรับที่นิ่งเงียบต่อการก่ออาชญากรรมของอิสราเอลที่มีต่อพี่น้องในปาเลสไตน์ พร้อมย้ำว่า “ชาติอาหรับเหล่านี้ ปล่อยให้พี่น้องปาเลสไตน์ต้องโดดเดี่ยว”  “ในมุมมองของชาติอาหรับเหล่านี้ อิสราเอลไม่ใช่เป็นศัตรูของพวกมัน… !!! ”

ผู้นำฮิซบุลเลาะห์  เชื่อว่าท้ายที่สุด  ซาอุดีอาระเบียจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ต่อ “สงคราม” ครั้งนี้   ไม่ใช่กลุ่มเฮาซี  และเขาได้เรียกร้องให้กลุ่มประเทศมหาอำนาจที่เหลือในโลกอาหรับร่วมกันหยุดยั้ง “ความก้าวร้าว” ของซาอุดีอาระเบีย

ซัยยิด ฮะซัน นัศรุลเลาะห์  ยังประณามปฏิบัติการทางทหารในเยเมนของซาอุดีอาระเบีย ว่าไร้ซึ่งความชอบธรรมและผิดกฎหมายสากล พร้อมกับเรียกร้องให้ชาวเยเมนลุกฮือขึ้นมาปกป้องสิทธิอันชอบธรรมของตัวเองจากการตกเป็นฝ่ายถูกรุกราน

เขายังชี้ให้ซาอุดิอาระเบียเห็นว่า การเจรจาเป็นหนทางเดียวที่จะยุติวิกฤติความตึงเครียดจากศึกแย่งชิงอำนาจในเยเมน

“การโจมตีทางอากาศเป็นสิ่งที่ไม่ยุติธรรมต่อเยเมน และเหมือนเป็นการร่วมมือกันรุกรานระหว่างซาอุดิอาระเบียกับสหรัฐฯ หลังจากซาอุดิอาระเบียเห็นว่าไม่สามารถควบคุมเยเมนได้อีกต่อไป ในขณะที่ชาวเยเมนหันมาลุกฮือต่อต้านซาอุดิอาระเบีย” ซัยยิด ฮะซัน นัศรุลเลาะห์ กล่าว