“ฮิซบุลเลาะห์” ชี้ ซาอุฯ ถล่มเยเมนเพื่อ “ยึดครอง” อีกครั้ง ย้ำริยาดจะเป็นฝ่ายแพ้

3074

presstv – ซัยยิด หะซัน นัศรุลเลาะห์ เลขาธิการฮิซบุลเลาะห์ ประณามการโจมตีทางทหารของซาอุดิอาระเบียในเยเมนอย่างรุนแรง ชี้ซาอุฯ โจมตีเยเมนก็เพื่อเข้าไปมีอำนาจและยึดครองอีกครั้งหลังสูญเสียอำนวจ

ซัยยิด หะซัน นัศรุลเลาะห์ เลขาธิการกลุ่มฮิซบุลเลาะห์ แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์ของเลบานอนเมื่อวันศุกร์ โดยเปิดเผยเป้าหมายหลักของซาอุดิอาระเบียในการถล่มเยเมนทางอากาศว่า เพราะซาอุดิอาระเบียได้สูญเสียอำนาจของตนเองในเยเมน

นัศรุลเลาะห์ระบุว่า “การโจมตีของซาอุฯ ต่อเยเมนก็เพื่อเข้าไปมีอำนาจและยึดครองเยเมนอีกครั้ง”

ฮะซัน นัศรุลเลาะห์ กล่าวอีกว่า การโจมตีครั้งนี้ ซาอุฯ อ้างว่า สถานการณ์ในเยเมนเป็นภัยคุกคามในภูมิภาค ซึ่งคำกล่าวเช่นนี้ไม่มีมูลความจริงแต่อย่างใด

เลขาธิการฮิซบุลเลาะห์ย้ำว่า กลุ่มพันธมิตรซึ่งนำโดยซาอุดิอาระเบีย ไม่มีการแสดงท่าทีใดๆ ต่อการตื่นตัวโลกอิสลาม ในตะวันออกกลางและในแอฟริกาเหนือ และไม่ได้เข้าแทรกแซงและปฏิบัติการโจมตีกลุ่มนักปฏิวัติในตูนิเซีย และอียิปต์แต่อย่างใด แต่สถานการณ์ในเยเมนเป็นข้ออ้างที่จะเริ่มต้นทำสงครามนองเลือดในประเทศ

“ซาอุดิอาระเบีย ประกาศชัดว่า เป้าหมายในการโจมตีเยเมนครั้งนี้ เพื่อทำลายกลุ่มเฮาซี (กลุ่มอันศอรุลลอฮ์) เยเมน และคืนอำนาจให้กับประธานาธิบดี มันศูร ฮาดีย์ ที่หนีกบดานในซาอุฯ” ผู้นำฮิซบุลเลาะห์ระบุ

วิกฤติในซีเรีย และอิรัก

“กรุงริยาดและพันธมิตร ได้สร้างกลุ่มก่อการร้ายไอซิส เพื่อโค่นล้มประธานาธิบดี บัชชาร์ อัซซาด แห่งซีเรีย และให้การสนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายดังกล่าว ซึ่งประเทศต่างๆ เหล่านี้ไม่เคยให้การสนับสนุนช่วยเหลืออิรัก ในการปราบปรามและต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้ายไอซิสแต่อย่างใด” ฮะซัน นัศรุลเลาะห์ กล่าวและว่า

“ใครเป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขปัญหาวิกฤติทางการเมืองในซีเรีย ? ใครเป็นผู้จุดเชื้อเพลิงไฟแห่งวิกฤติสงครามในซีเรีย? …นั่นคือ ราชวงศ์ซาอุดิอาระเบีย และพันธมิตรของมัน”

เขาเสริมว่า ความพยายามของซาอุดิอาระเบีย กาตาร์ และตุรกี ให้ซีเรียเป็นชาติที่อ่อนแอ และยอมสยบต่อพวกเขานั้น จะไม่ได้ผล

ประณามความนิ่งเงียบของนานาชาติต่อการก่ออาชญากรรมของอิสราเอล

ซัยยิด ฮะซัน นัศรุลเลาะห์ กล่าวว่า ซาอุฯ ตั้งชื่อ การปฏิบัติการโจมตีเยเมนว่า “พายุแกร่ง” ในขณะเดียวกันมันเป็นความเจ็บปวดมาก สำหรับชาวปาเลสไตน์ที่อาศัยติดกับชายแดนอยู่ซาอุดีอาระเบียนานนับทศวรรษ แต่กลับไม่เคยเห็นแม้แต่สายลมแห่งความเด็ดเดี่ยวในการช่วยเหลือสนับสนุนชาวปาเลสไตน์และต่อสู้โจมตีอิสราเอล..

เขาได้กล่าวประณามชาติอาหรับที่นิ่งเงียบต่อการก่ออาชญากรรมของอิสราเอลที่มีต่อพี่น้องในปาเลสไตน์ พร้อมย้ำว่า “ชาติอาหรับเหล่านี้ ปล่อยให้พี่น้องปาเลสไตน์ต้องโดดเดี่ยว” “ในมุมมองของชาติอาหรับเหล่านี้ อิสราเอลไม่ใช่เป็นศัตรูของพวกมัน… !!! ”

ผู้นำฮิซบุลเลาะห์ เชื่อว่าท้ายที่สุด ซาอุดีอาระเบียจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ต่อ “สงคราม” ครั้งนี้ ไม่ใช่กลุ่มเฮาซี และเขาได้เรียกร้องให้กลุ่มประเทศมหาอำนาจที่เหลือในโลกอาหรับร่วมกันหยุดยั้ง “ความก้าวร้าว” ของซาอุดีอาระเบีย

ซัยยิด ฮะซัน นัศรุลเลาะห์ ยังประณามปฏิบัติการทางทหารในเยเมนของซาอุดีอาระเบีย ว่าไร้ซึ่งความชอบธรรมและผิดกฎหมายสากล พร้อมกับเรียกร้องให้ชาวเยเมนลุกฮือขึ้นมาปกป้องสิทธิอันชอบธรรมของตัวเองจากการตกเป็นฝ่ายถูกรุกราน

เขายังชี้ให้ซาอุดิอาระเบียเห็นว่า การเจรจาเป็นหนทางเดียวที่จะยุติวิกฤติความตึงเครียดจากศึกแย่งชิงอำนาจในเยเมน

“การโจมตีทางอากาศเป็นสิ่งที่ไม่ยุติธรรมต่อเยเมน และเหมือนเป็นการร่วมมือกันรุกรานระหว่างซาอุดิอาระเบียกับสหรัฐฯ หลังจากซาอุดิอาระเบียเห็นว่าไม่สามารถควบคุมเยเมนได้อีกต่อไป ในขณะที่ชาวเยเมนหันมาลุกฮือต่อต้านซาอุดิอาระเบีย” ซัยยิด ฮะซัน นัศรุลเลาะห์ กล่าว