อิรักยึดเมือง “ติกริต” คืนจากไอซิส สำเร็จแล้ว

2516

กองทัพอิรักซึ่งมีกลุ่มนักรบชาวเคิร์ดคอยให้การสนับสนุน สามารถยึดเมืองติกริตทางตอนเหนือของประเทศ ให้เป็นอิสระจากกลุ่มไอซิสได้แล้ว

กองทัพอิรักและกองกำลังป้องกันตนเองของชาวเคิร์ดสามารถร่วมมือกันยึดเมืองติกริต หนึ่งในเมืองสำคัญทางตอนเหนือของอิรัก คืนจากการอยู่ภายใต้อิทธิพลของกลุ่มไอซิสได้สำเร็จแล้ว

รัฐบาลอิรักไม่ได้ร้องขอการสนับสนุนด้านการโจมตีเป้าหมายทางอากาศจากกองกำลังพันธมิตรที่นำโดยสหรัฐ ขณะที่กำลังสนับสนุนภาคพื้นดินได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยรบพิเศษของกองทัพอิหร่าน

ปฏิบัติการทางทหารของกองทัพอิรักเพื่อยึดเมืองติกริต บ้านเกิดของอดีตประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซ็น ผู้ล่วงลับ คืนจากกลุ่มไอซิส ถือเป็นภารกิจทางทหารครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของกองทัพอิรัก นับตั้งแต่กลุ่มไอซิสเข้ามาแผ่ขยายอิทธิพลและยึดครองเมืองแห่งนี้ตั้งแต่เดือน มิถุนายนปีที่แล้ว ซึ่งปฏิบัติการเปิดฉากเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยมีการระดมกำลังทหารกว่า 30,000 นาย และกลุ่มนักรบอาสาชาวเคิร์ดอีกหลายพันคน

รายงานระบุว่าทหารและนักรบชาวชีอะห์และซุนนีย์ซึ่งเป็นพันธมิตรได้ชักธงชาติอิรักที่สถานีตำรวจแห่งหนึ่งในติกริต

ลำดับเหตุการณ์การยึดเมือง ทิกริต คือจากไอซิส

ทหารอิรักมากกว่า 20,000 นาย และกองกำลังติดอาวุธชีอะห์ที่รู้จักกันในนาม “ฮาชิด ชาบี” ภายใต้การสนับสนุนของนักรบชนเผ่าสุนนี่ท้องถิ่นที่ต่อต้านไอซิส ปฏิบัติการครั้งใหญ่เพื่อยึดคืนเมืองทิกริตเมื่อ 10 วันก่อน โดยเบื้องต้นได้รุกคืบจากทางตะวันออกและตามแนวแม่น้ำติกิส จนเมื่อวันอังคาร(10มี.ค.) พวกเขาสามารถยึดคืนเมืองอัล-อาลาม ขอบชายแดนทางเหนือของทิกริต เปิดทางสำหรับจู่โจมเข้าสู่ตัวเมือง

เจ้าหน้าที่ความมั่นคงรายงานสถานการณ์ว่าหลังจากใช้เฮลิคอปเตอร์โจมตีพลซุ่มยิงและที่มั่นต่างๆของพวกไอซิสแล้ว กองกำลังทางภาคพื้นก็สามารถรุกคืบได้อย่างมั่นคง เข้าควบคุมถนนหนึ่งสายในทุกๆ 30 นาที พร้อมเผยว่ามีการปะทะกันอย่างดุเดือดรอบๆกองบัญชาการตำรวจติกริต ซึ่งตั้งอยู่ทางใต้ของกาดิซิยา ส่วนทางตะวันตกเฉียงเหนือ ทหารและนักรบ “ฮาชด์ อัล-ชาบี ” กำลังสู่รบกับพวกไอซิสในโซนอุตสาหกรรมของเมือง สงครามชิงเมืองทิกริตจะมีผลอย่างมากต่อแผนการยกกำลังขึ้นเหนือเพื่อชิงโมซุล เมืองใหญ่อันดับสองของอิรักคืน โดยหากการรบในขณะนี้ยืดเยื้อก็อาจทำให้แผนการชิงโมซุลต้องล่าช้าออกไป แต่ถ้าเอาชนะได้อย่างรวดเร็ว แบกแดดก็จะมีกำลังใจมากขึ้น

กองกำลังร่วมกองทัพอิรักสามารถบุกเข้าสู่เมืองทิกริต และยึดโรงพยาบาลทหารคืนจากกลุ่มไอซิสได้สำเร็จ หลังจากพยายามโจมตีเพื่อปลดปล่อยเมืองแห่งนี้จากการควบคุมของกลุ่มไอซิสมานานหลายสัปดาห์…

กองกำลังร่วมระหว่างกองทัพอิรักและกลุ่มติดอาวุธอิสลามนิกายสุนนี่และชีอะห์ สามารถยึดคืนโรงพยาบาลทหารในเมืองทิกริต ซึ่งตั้งอยู่ไม่ห่างจากทำเนียบประธานาธิบดี คืนจากกลุ่ม ไอซิส ได้แล้วเมื่อวันพุธ หลังจากพยายามปลดปล่อยเมืองแห่งนี้จากกลุ่มไอซิสมานานหลายสัปดาห์

เมืองทิกริต เป็นเมืองบ้านเกิดของอดีตประธานาธิบดี ซัดดัม ฮุสเซน ถูกกลุ่มไอซิสยึดครองเมื่อเดือน มิ.ย. ปี 2014 ก่อนที่เมื่อ 1 มี.ค. ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี ไฮเดอร์ อัล-อาบาดี แห่งอิรัก จะออกคำสั่งให้กองทัพเข้ายึดคืนเมืองทิกริตรวมทั้งจังหวัดซาลาห์ฮุดดดีนคืนจากกลุ่มไอซิส

ตามการเปิดเผยของกลุ่มติดอาวุธ ฮาชด์ อัล-ชาบี ซึ่งร่วมกับกองทัพอิรักในปฏิบัติการนี้ การต่อสู้ช่วงแรก กลุ่มไอซิสระเบิดสะพานสำคัญใกล้เมืองทิกริตเพื่อขัดขวางไม่ให้กองกำลังร่วมใช้เพื่อข้ามแม่น้ำไทกริสเข้าสู่เมืองทิกริตจากทางทิศตะวันออก อย่างไรก็ตาม กองกำลังร่วมสามารถรุกคืบ กดดันให้กลุ่มไอซิสต้องล่าถอยจากแนวหน้าเข้าสู่ใจกลางเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งล่าสุด สามารถยึดคืนโรงพยาบาลทหารได้สำเร็จ

น้ำตาแห่งความยินดีของประชาชนชาวเมืองทิกริต

หลังจากที่กองกพลังอิรักและกองกำลังป้องกันตนเอง เข้าสู่การปฏิบัติการยึดเมืองทิกริตจากกลุ่มก่อการ้านไอซิส พี่น้องประชาชนล้วนมีความปลื้มปิติยินดีเป็นอย่างมาก

สำหรับชาวเมืองทิกริตแล้ว การยึดเมืองคืนจากไอซิสได้สำเร็จ ถือเป็นจุดสิ้นสุดแห่งความยากลำบากระทมทุกข์จากอุ้งมือของไอซิสนานนับหลายเดือน เกือบแรมปี แล้ววันนี้ไอซิสได้ร่นทอยออกจากเมืองแล้ว ประชาชนก็พากันแสดงความยินดีกันถ้วนหน้า แต่ภาวะอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นในเมืองนี้ยังไม่ได้รับการแก้ไขอีก เนื่องจากไอซิส ได้เก็บซ่อนระเบิดตามจุดต่างๆในเมืองประมาณ แปดพันกว่าลูก

นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญด้านตะวันออกกลาง เผยถึงความสำคัญในชัยชนะครั้งนี้ ว่า เมืองนี้เป็นบ้านเกิดเมืองนอนของ “ซัดดัม ฮูเซ็น” หากพิจารณาจากตระกูลของซัดดัม ฮูเซ็นแล้ว จะพบว่า ซัดดัมฮูเซ็น เป็นชาวทิกริต ดังนั้นชัยชนะในครั้งนี้นอกจากเป็นการสำแดงเชิงกลยุทธิ์ที่ดีเยี่ยมของกองทัพแล้วยังเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะในการปลอดปล่อยเมืองอื่นๆตามมา

เขากล่าวเสริมว่า ความสำคัญอีกอย่างหนึ่งในชัยชนะครั้งนี้ คือ การสำแดงพลังอำนาจของกองทัพว่ามีประสิทธิภาพในการปราบปรามและกำจัดไอซิส

อ้างอิงจาก
http://www.abna24.com/persian/service/middle/archive/2015/03/12/676327/story.html

http://fa.alalam.ir/news/1684287