10 ชาติอาหรับที่สั่งซื้ออาวุธมากที่สุดในปี 2014

9881

การสั่งซื้ออาวุธนับพันๆล้านดอลลาร์ของชาติอาหรับในปี 2014 เกิดขึ้นด้วยการอ้างนโยบาย “ป้องกันการคุกคามจากอิหร่าน”

รายงานปี 2014 เปิดเผยว่า ชาติอาหรับมีการเซ็นสัญญาสั่งซื้ออาวุธทางทหารนับพันๆล้านดอลลาร์กับชาติตะวันตกเพื่อเสริมเขี้ยวเล็บทางทหารให้กับชาติของตนเอง ด้วย “โรคกลัวอิหร่าน”

ช่วงปี 2014 ที่ผ่านมา ตลาดซื้อขายอาวุธในชาติอาหรับ ปรากฏเห็นการเซ็นสัญญาครั้งสำคัญจำนวนมาก โดยอ้างเหตุผลว่า การติดอาวุธของชาติอาหรับเนื่องจากความมั่นคงในภูมิภาคและกลัวอำนาจของอิหร่าน นอกเหนือจากนั้นแล้วสามารถกล่าวได้ว่า เป็นเพราะภัยคุกคามด้านความมั่นคงจากกลุ่มก่อการร้ายต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่ม ISIL

 

10 ชาติอาหรับที่สั่งซื้ออาวุธมากที่สุดในรอบปี 2014

อันดับ 1 กาตาร์ สองหมื่นสองพันล้านดอลลาร์

หลังจากสิ้นเสร็จการแสดงนิทรรศการและการประชุมสัมมนานานาชาติการป้องกันทางทะเลในกรุงโดฮา ( เมื่อเดือนมีนาคม 2014) กาตาร์เป็นประเทศเล็กชาติหนึ่งในอ่าวเปอร์เซีย แต่ในเบื้องต้นได้ประกาศลงนามเซ็นสัญญาซื้ออาวุธจำนวนมหาศาล ด้วยวงเงิน สองหมื่นสองพันล้านดอลลาร์

โดยมีการเซ็นสัญญากับบริษัทหนึ่งของอเมริกา ในวงเงินที่มีมูลค่า หนึ่งหมื่นหนึ่งพันล้านดอลลาร์

ในจำนวนดังกล่าว เจ็ดพันหกร้อยล้านดอลลาร์ สำหรับซื้อ เฮลิคอปเตอร์อาปาเช่ และขีปนาวุธ Patriot พร้อมกับจรวด PAC-3 อีกได้เซ็นสัญญากับแอร์บัส ในการสั่งซื้อเฮลิคอปเตอร์ NH90 ในวงเงินทั้งสิ้น สองพันเจ็ดร้อยหกสิบล้านดอลลาร์

นอกจากนั้นในการเซ็นสัญญาครั้งนั้น จะมีการซื้อรถถังรุ่นใหม่ของเยอรมนี Leopard 2 จำนวน 62 คันอีกด้วย
ยานพาหนะทหาร จากบริษัทเยอรมนี Krauss-Maffei-Wegmann 24 คัน ซึ่งการเซ็นสัญญาซื้อขายดังกล่าว ทำให้ชาวเยอรมนีจำนวนหนึ่งออกมาประท้วงต่อต้าน ที่ให้การติดอาวุธกับกาตาร์ที่เกินความจำเป็น และอาจจะนำมาซึ่งเหตุการณ์ความรุนแรงต่างๆในอ่าวเปอร์เซียก็เป็นได้ แต่ทางเยอรมนีไม่สน และก็ได้ลงนามอนุมัติขายอาวุธดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

อันดับ 2 ชาติซาอุดิอาระเบีย วงเงิน “หนึ่งหมื่นสามพันล้านดอลลาร์”

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2014 บริษัท “บีบีซี เซสเตเมอร์” บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตอุตสาหกรรมทางทหารเปิดเผยว่า รัฐบาลอังกฤษและซาอุดีอาระเบีย มีมติเห็นชอบในการเพิ่มราคาข้อตกลงซื้อขายอาวุธระหว่างสองประเทศ ซึ่งการลงนามสัญญาดังกล่าวภายใต้นโยบาย “สันติภาพสำหรับความร่วมมือการป้องกันระหว่างประเทศ”

ตามข้อตกลงทั้งสองฝ่าย ซาอุดิอาระเบียได้สั่งซื้อเครื่องบินรบ รุ่น Euro fighter who Typhon จากอังกฤษ จำนวน 72 ลำ
นอกจากนั้นทางการซาอุดิอาระเบียยังได้สั่งซื้อรถหุ้มเกราะแสง จาก บริษัท General Dynamics Land Systems ซึ่งมีมูลค่า ประมาณ หนึ่งหมื่นล้านดอลลาร์ อีกทั้งมีการลงนามซื้อเรือจากเยอรมนี จำนวน 100 ลำ มีมูลค่าทั้งสิ้นประมาณ หนึ่งหมื่นเก้าพันล้านดอลลาร์ และยังมีการซื้อขีปนาวุธ Patriot สั่งซื้อชิ้นส่วนอะไหล่สำหรับอุปกรณ์ทางทหารจากอเมริกา จำนวน 202 ชิ้น รวมมูลค่า เจ็ดหมื่นห้าพันล้านดอลลาร์

 

3 สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ ลงนามเซ็นสัญญากับ Lockhead Martin

ทางการเอมิเรสต์ได้ลงนามซื้ออาวุธจากอเมริกา มูลค่า สองหมื่นเจ็ดพันล้านดอลลาร์ เพื่อซื้อ Ball field Navigator และอุปการณ์ทางการทหาร สัญญาซื้อขายทำขึ้นกับบริษัทยักษ์ใหญ่ของการผลิตอาวุธ Lockhead Martin แต่ถึงขณะนี้ทางบริษัทกำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาอยู่

ชนิดอาวุธที่มีการสั่งซื้อ เช่น เครื่องบิน ไอฟ 16 สามสิบลำ ทั้งสองฝ่ายมีการลงนามซื้อขาย Mine armored vehicle จำนวน 4569 คัน มีมูลค่า สองหมื่นห้าพันดอลลาร์

อีกสัญญาหนึ่งที่ทำการซื้อขายอาวุธกับอเมริกา คือ ซื้อขีปนาวุธป้องกันระยะกลางและไกล มูลค่า 900 ล้านดอลลาร์ และในสัญญาล่าสุดอเมริกาต้องส่งมอบ ระบบขีปนาวุธรุ่น HIMARS 12 ตัว และระบอบป้องกันขีปนาวุธ รุ่น ATACMS อีกจำนวน 100 ตัว

 

4 อียิปต์

หลังจากที่มุฮัมมัด เมอร์ซี่ ถูกโค่นลงจากตำแหน่ง อเมริกาได้มีการอนุมัติขายเฮลิคอปเตอร์อาปาเช่ จำนวนสิบลำให้กับอียิปต์

ทางการซาอุดิอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ ให้การสนับสนุนงบประมาณแก่อียิปต์ในการซื้ออุปกรณ์อาวุธทางทหารจากรัสเซีย เช่น เครื่องบินรบ MIG-29 ระบอบป้องกันขีปนาวุธ Buk M2 และ Tor M2 ซึ่งรวมเป็นเงินทั้งสิ้น สามหมื่นห้าพันล้านดอลลาร์

 

5 เลบานอน ตามสัญญาของซาอุที่จะช่วยงบประมาณ สามพันล้านดอลลาร์

ในช่วงเดือนตุลาคม 2014 ทางการซาอุดิอาระเบีย ให้มอบเงินจำนวน สามพันล้านดอลลาร์ให้กับ ซะอัด อัลฮะรีรีย์ อดีตนายกรัฐมนตรีเลบานอน เพื่อช่วยเหลือและให้การสนับสนุนทางการทหาร จากนั้นจึงได้มีการเดินทางไปเจรจาสั่งซื้ออาวุธยังรัสเซียและอเมริกา

อาวุธที่มีการสั่งซื้อจากรัสเซีย เช่น เฮลิคอปเตอร์ และอุปกรณ์เสริมทางอากาศ ส่วนอาวุธที่รับมอบแล้วจากอเมริกาคือ จรวดชนิดพกพา ปืนรุ่น M16A4 กระบอก และขีปนาวุธอีกจำนวนหนึ่งที่ส่งมอบให้กับกองทัพเลบานอนไปแล้ว
นอกจากนั้นทางการเลบานอน มีการเซ็นสัญญา ซื้ออาวุธกับบริษัท ออดาส ฝรั่งเศส เพื่อซื้อเฮลิคอปเตอร์ Gazl และขีปนาวุธฮอต และอุปกรณ์เสริมทางอีกจำนวนหนึ่ง

สองพันล้านดอลลาร์ที่ได้มานั้น เพื่อซื้ออาวุธ และอีก 900 ล้านดอลลาร์ที่ซาอุมอบให้นั้นเพื่อซื้อและการบำรุงรักษาอุปกรณ์ทางทหาร แต่อุปกรณ์เหล่านี้ยังไม่รับมอบอีก

 

6 โอมาน

ทางการโอมาน ได้ลงนามเซ็นสัญญากับบริษัท Raytheon เมื่อเดือนมกราคม ปี 2014 ที่ผ่านมา ในวงเงิน หนึ่งพันสองร้อยแปดสิบล้านดอลลาร์ เพื่อซื้อขีปนาวุธจากภาคพื้นดินสู่อากาศ รุ่น NASAMS นอกจากนั้นทางการโอมาน ยังได้ลงนามซื้อขายกับบริษัท Indra ของสเปน เพื่อสั่งซื้อขีปนาวุธป้องกันทางอากาศและระบบเรดาร์ป้องแบบสามมิติ รุ่น Lanza 3D

 

7 อิรัก

อิรักได้สั่งซื้ออาวุธจากอเมริกา มูลค่า หนึ่งหมื่นห้าพันล้านดอลลาร์ ซึ่งที่ชัดเจนที่สุดในการซื้อได้แก่ เครื่องบินรบ รุ่น AT-6C Texan II จำนวน 24 ลำ รถหุ้มเกราะและบอลลูนสอดแนมเฝ้าระวัง มูลค่าหนึ่งพันล้านดอลลาร์ อีกทั้งมีการซื้อกระสุนรถถังรุ่น M1A1 Abrams จำนวน 46000 แม็กซ์

นอกจากนั้นอิรักยังมีการซื้ออาวุธจากรัสเซีย มูลค่า หนึ่งพันล้านดอลลาร์ เพื่อซื้อระบบขีปนาวุธป้องกันรุ่น Pantsir-S1 เครื่องบินทิ้งระเบิด รุ่น Dzhigit และล่าสุดอีรัก ได้รับมอบเครื่องบินรบรุ่น โซโค 25 จากรัสเซียเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

8 คูเวต

คูเวตได้สั่งซื้ออาวุธจากบริษัท Raytheon อเมริกา ในวงเงิน หกร้อยห้าสิบห้าล้านดอลลาร์ เพื่อซื้อ Patriot missiles และยังมีการสั่งซื้ออาวุธทางทหารจำนวนหนึ่งจากเยอรมนีด้วย

 

9 จอร์แดน

ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2014 ฮอนแลนด์เป็นชาติแรกที่ได้ส่งอาวุธชนิดปืนต่อต้านอากาศยาน รุ่น Cheetah มูลค่า ยี่สิบเก้าล้านดอลลาร์ ให้จอร์แดน ในสัญญาดังกล่าว มีการซื้ออาวุธ เช่น กระสุนปืน สามแสนห้าหมืน แม็กซ์ ปืนใหญ่ต่อต้านอากาศยาน รุ่น Bofors 40L70 จำนวน 22 ลำ เรดาร์ Thales Flycatcher 11 ตัว และรถถังหุ้มเกราะรุ่น Leopard 5 คัน
ในช่วงเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา ทางเพนตากอน ได้ตกลงที่จะขายอาวุธรถหุ้มเกราะให้กับจอร์แดน 12 คัน ของบริษัทอุตสาหกรรมทางทหาร Oshkosh
จอร์แดนเป็นชาติแรกที่สั่งซื้อ ขีปนาวุธชั้นสูงชนิดเลเซอร์รุ่นใหม่ APKWS และในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมาจอร์แดนยังได้สั่งซื้อปืนกลจากเยอรมนีอีกด้วย

 

10 บาห์เรน

รัสเซียได้ขายขีปนาวุธป้องกันทางอากาศให้กับบาห์เรนรุ่น Kornet-EM
ทางการมานามา ยังได้ลงนามซื้ออาวุธย่อยๆจากอังกฤษ ในวงเงิน หนึ่งล้านดอลลาร์
เกาหลีใต้ยกเลิกสัญญาขายแก๊สน้ำตา ต่อบาห์เรน ที่มีวงเงิน 28 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากในบาห์เรนมีการฟ้องร้องอย่างหนัก กรณีทางการตำรวจอาลีคอลีฟะห์ใช้แก๊สน้ำตาสลายผู้ชุมนุมเกินเหตุจำเป็นอยู่ตลอดเวลา

 

http://www.farsnews.com/newstext.php?nn=13931022000167