บาห์เรนกำลังเป็นฐานทางทหารของตะวันตกที่ใหญ่สุดในภูมิภาค

1593

 

สถานการณ์ในบาห์เรนภายหลังรัฐบาลอนุญาตให้กองทัพอังกฤษตั้งฐานทัพในอ่าวเปอร์เซีย
ชาวบาห์เรนผู้ถูกกดขี่ ได้ออกมาเดินประท้วงรัฐบาล ที่ลงนามกับกรุงลอนดอน อนุญาตให้กองทัพอังกฤษตั้งฐานทัพในอ่าวเปอร์เซีย

บรรดาผู้ประท้วงที่มีความโกรธแค้นได้ออกมาเดินประท้วง ณ ถนน ซัตรา ซึ่งเป็นจุดใกล้สุดกับการตั้งฐานทัพของอังกฤษ พร้อมกับตะโกนสโลแกนคัดค้านและต่อต้านอังกฤษ

บรรดาผู้ต่อต้านรัฐบาลอาลีคอลีฟะห์ รวมทั้งสมาพันธ์อิสลามอัลวะฟากแห่งชาติ ซึ่งเป็นพรรคแกนหลักในการต่อต้านรัฐบาล ได้ออกมาแสดงความวิตกกังวลต่อการเพิ่มจำนวนทหารของต่างชาติในอ่าวเปอร์เซีย

อัลวะฟาก ชี้แจงว่า ข้อตกลงดังกล่าว จะทำให้ประเทศบาห์เรนกลายเป็นฐานปฏิบัติการทางทหารต่างชาติที่ใหญ่สุดในภูมิภาค

นะบีล รอญับ นักการเมืองฝ่ายค้านและประธานองค์กรสิทธิมนุษย์ชนแห่งชาติบาห์เรน ได้เรียกฐานทัพนี้ว่า “เป็นรางวัลตอบแทนสำหรับรัฐบาลอังกฤษ ที่ได้นิ่งเงียบต่อการละเมิดสิทธิมนุษย์ชนในบาห์เรน และให้การสนับสนุนรัฐบาลอาลีคอลีฟะห์อย่างต่อเนื่องที่ได้สร้างความเสื่อมเสียและการใช้อำนาจแบบเผด็จการในการปกครอง”

ฐานทัพแห่งนี้จะรับผิดชอบในด้านการสนับสนุนกองทัพเรือและเรือพิฆาตของอังกฤษในอ่าวเปอร์เซีย อีกทั้งเพื่อเป็นฐานทัพแห่งใหม่ที่ให้การสนับสนุน เป็นศูนย์กลางแห่งการวางแผนและเป็นสถานที่เก็บยุทโธปกรณ์ที่จำเป็นในการปฏิบัติการทางทะแล และเพื่อเป็นการกระจายสถานที่พักให้กับเจ้าหน้าที่ของกองทัพเรืออังกฤษอีกด้วย

ชัยค์ คอลีด รัฐมนตรีต่างประเทศบาห์เรน ออกมาอ้างว่า ฐานทัพใหม่แห่งนี้เป็นข้อตกลงส่วนหนึ่งของบาห์เรนกับอังกฤษ เพื่อรักษาความปลอดภัยและความมั่นคงในภูมิภาคในการเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่มีความท้าทายต่างๆ

บาห์เรนเกิดเหตุการณ์ลุกขึ้นต่อต้านรัฐบาลเมื่อ ปี 2011 เรือรบของอเมริกาลำที่ห้าก็ตั้งอยู่ในฐานทัพบาห์เรนแถบอ่าวเปอร์เซีย ฐานทัพแห่งนี้เพื่อรักษาบัลลังก์กษัตริย์บาห์เรน และรับผิดชอบดูแลฐานที่มั่นของอเมริกาในการรักษาผลประโยชน์จากบ่อน้ำมันในเขตภูมิภาค

ช่วงสี่ปีล่าสุด ประชาชนบาห์เรนนับพันๆคน ออกมาเดินประท้วงเรียกร้องให้รัฐบาลลาออก

แต่รัฐบาลก็ได้ออกมาปราบปรามประชาชนบาห์เรนที่ประท้วงอย่างสันติวิธี อย่างต่อเนื่อง ด้วยการเข่นฆ่า จับทรมาน และอีกหลายร้อยรายถูกจับและได้รับบาดเจ็บจากการถูกปราบปราม

ขณะเดียวกันอเมริกาและอังกฤษ ก็ยังคงให้การสนับสนุนรัฐบาลอาลีคอลีฟะห์ นิ่งเฉย ไม่แสดงท่าทีใดๆต่อการปราบปรามบรรดาผู้ประท้วงอย่างสันติวิธี

นอกจากนั้นรัฐบาลบาห์เรน ยังได้รับการสนับสนุนกองกำลังทหารจากซาอุดิอาระเบีย และชาติอื่นๆในอ่าวเปอร์เซียอีกด้วย

ในวันที่14 เมษา ปี 2011 ซาอุดิอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ ได้ส่งกองกำลังทหารเข้าบาห์เรนเพื่อช่วยปราบปราบบรรดาผู้ประท้วงอย่างสันติวิธี