บาห์เรน หลังการเลือกตั้ง 22 Nov

715

 

ในการลงคะแนนเสียงตั้งสมาชิกรัฐสภาเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรบาห์เรนอ้างว่ามีการออกลงคะแนนเสียงอย่างไม่เป็นทางการเกือบ 52% ในขณะที่ผู้นำพรรคฝ่ายค้าน al Wefaq กล่าวว่า มีผู้ที่ออกมาลงคะแนนเสียงเลือกตั้งไม่ถึง 30% พรรค al-Wefaq และฝ่ายค้านอื่น ๆได้คว่ำบาตรการเลือกตั้งไม่ลงสนามเลือกตั้ง สำหรับผู้สมัครอิสระหลายร้อยคนที่เข้าสมัครรับเลือกตั้ง

ประชากรมุสลิมชีอะฮ์ส่วนใหญ่เข้าร่วมและสนับสนุนพรรคฝ่ายค้าน Wefaq มีการบอยคอตการเลือกตั้งเป็นจำนวนมาก แม้จะมีคำเตือนจากสื่อท้องถิ่นเกี่ยวกับ “การลงโทษ” สำหรับผู้ที่ไม่ไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ซึ่งอาจรวมถึงการถูกกันออกไปจากงานของภาครัฐซึ่งถือว่า เป็น “กับดักใหญ่” ที่คุกคามและกดดัน เพราะรัฐบาลเป็นผู้ว่าจ้างที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ

บาห์เรนปกครองโดยราชวงศ์อัล-คาลิฟามานานกว่า 200 ปี คณะกรรมการอิสระผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศกล่าวว่า รัฐบาลซึ่งถูกครอบงำโดยราชวงศ์อัล-คอลิฟา ได้ทำการละเมิดสิทธิมนุษยชนจำนวนมาก โดยใช้กำลังปราบปราม ผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยอย่างสันติในปี 2011 ความไม่เป็นธรรม ภายใต้เงื้อมมือของราชวงศ์อัล-คอลิฟา กับคดีต่างๆที่เกิดขึ้นในกลุ่มของการประท้วง แต่กระนั้นก็ตามมุสลิมสุนนีบาห์เรนยังสมทบและร่วมชุมนุมกับมุสลิมชีอะฮ์ในการเรียกร้องการปฏิรูปประชาธิปไตย

การปราบปรามผู้ชุมนุมอย่างรุนแรงที่ตามมา ชาวบาห์เรนหลายสิบคนถูกฆ่าตาย หลายร้อย หลายพันคนถูกจับกุมและถูกไล่ออกจากงาน ส่วนใหญ่ที่ตกเป็นเหยื่อของการปราบปรามคือมุสลิมชีอะฮ์ในบาห์เรน
และการสลายการชุมนุมของกองทัพอย่างรุนแรง บาห์เรนได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจากกลุ่มสิทธิมนุษยชน จากเสียงเรียกร้องนานาชาติ กษัตริย์ฮาหมัด บินอิซาอัลคอลิฟะ ให้คำมั่นสัญญาจะมีการปฏิรูป ซึ่งฝ่ายค้านแสดงความเห็นว่า รัฐบาลยังดำเนินการปฏิรูปไม่เพียงพอ ทั้งนี้เพราะยังมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง และการเจรจาระดับชาติที่มุ่งเป้าไปที่การปรองดองก็ปราศจากความหมาย เพราะรัฐบาลไม่เคยมีความจริงใจ ที่จะนำประเทศไปข้างหน้าสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ด้วยเหตุผลโดยรวมทั้งหมดนี้ พรรคฝ่ายค้านในบาห์เรนนำโดย พรรค Wefaq จึงได้ตัดสินใจคว่ำบาตรการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง

เบื้องหลังของปัญหาที่คุกรุ่นด้วยความเจ็บปวด ความโกรธแค้นที่เปิดเผยสู่สาธารณะ ในการเลือกตั้งที่กำลังลงคะแนนเสียง
การรณรงค์หาเสียงของพรรคการเมือง ช่วงระยะเวลาที่ปราศจากฝ่ายค้าน เห็นได้ชัดในการอภิปรายที่สำคัญเกี่ยวกับวิธีการแก้ไขเกือบ 4 ปีที่ความขัดแย้งเก่าๆได้แบ่งแยกบาห์เรนตามเส้นสายพรรคการเมือง ความเสียหายทางเศรษฐกิจและทำให้เสื่อมเสียภาพลักษณ์ของประเทศ ไม่น่าแปลกใจที่ผู้สมัครเลือกตั้งอิสระ ผู้ไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งมีตัวเลือกดีๆสำหรับเลือก

ความสับสนเกี่ยวกับการที่จะลงคะแนนเสียง สะท้อนให้เห็นความเป็นจริงว่ามีผู้สมัครเพียง 5 คนเท่านั้นที่ได้รับการเลือกตั้งทันทีด้วยคะแนนมากกว่า 50% ของคะแนนเสียง คนหนึ่งรักษาที่นั่งด้วยเสียง ปรบมือสนับสนุน ส่วนคนอื่นๆ อีก 34 ที่นั่งจะต้องลงสมัครเลือกตั้ง และเมื่อผู้สมัครทุกคนได้รับการเลือกตั้ง รัฐสภาก็กลายเป็นสภาอิสระไม่ขึ้นกับพรรคการเมืองใด ๆ

Mansoor al Jamri บรรณาธิการของ al Wasat – นักหนังสือพิมพ์อิสระบาห์เรน – กล่าวว่า”มันจะเป็นรัฐสภาที่ทำอะไรตามใจชอบโดยพลการ สมาชิกส่วนใหญ่ขาดความรู้ไม่มีประสบการณ์ทางการเมือง ”

ในระยะเวลาสั้นๆนี้พวกเขาทำได้ดี โดยการคว่ำบาตรการเลือกตั้ง แสดงความไม่เห็นด้วยกับคำแนะนำและการกดดันจากสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ ฝ่ายค้านพบว่าตัวเองอยู่ภายนอก ตามลำพังอย่างมีประสิทธิภาพ โอกาสที่จะมีอิทธิพลต่อการอภิปรายลดลง
รัฐสภาจะใช้เวลาสำหรับการการจัดประเภทกลุ่มสมาชิกพรรคการเมือง
ที่ปรากฎออกมาในหลายแนวทางเพื่อจะกระตุ้นให้ราชวงศ์ อัล คอลิฟา มีความชัดเจนในการเจรจาเรื่องการปฏิรูป ซึ่งในขณะนี้จะเกิดขึ้นเฉพาะในสภาล่างของรัฐสภาเท่านั้น
นั่นหมายความว่าการเจรจาระหว่าง มกุฎราชกุมารซัลมานและพรรคฝ่ายค้าน มีความขัดแย้งได้เกิดเป็นระยะๆ และเริ่มได้ผลในขณะนี้ ด้านมกุฎราชกุมาร มองได้หลายกรณีว่าเป็นสายกลาง ใช้เวลาหลายเดือนไปๆมาๆ ในการเจรจาหว่างฝ่ายค้านและฝ่ายราชสำนัก ที่ก่อให้เกิดผลกระทบเล็กน้อย

ขณะที่ Ali Alaswad โฆษกชั้นนำของพรรคฝ่ายค้าน Wefaq และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่าหลังจากการลงคะแนนเสียง “จะไม่มีการเจรจาใดๆในระดับชาติ เรื่องมันจบแล้ว ”

แน่นอนว่าการดำเนินการเลือกตั้ง ในสถานการณ์ความขัดแย้ง และการประสบความสำเร็จในสิ่งที่ราชวงศ์ อัล- คอลิฟา เห็นว่าเป็นการเลือกตั้งผลที่น่าพอใจ ก็ไม่ได้หมายความว่าปัญหาที่ต้องเผชิญกับ การวินิจฉัยคดีครอบครัวจะหายไป

ในขณะที่รัฐบาลเล่าเรื่องราวว่า ส่วนใหญ่ของการเลือกตั้งเลือกที่จะออกเสียงลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ซึ่งไม่ตรงกับสิ่งที่พรรคฝ่ายค้าน al-Wefaq ได้ตั้งข้อสังเกตในการเลือกตั้งที่ผ่านมา
ในเขตเลือกตั้งเก่าของ Ali.Alaswad เขาเคยได้รับชัยชนะในปี 2010 ด้วยคะแนนเกือบ 7000 โหวต เขากล่าวว่ามีการปลดคนออกประมาณ 299 คน
ควรหรือที่เรื่องนี้จะเกิดซํ้าซากขึ้นมาอีก ในเขตเลือกตั้งอื่นๆของมุสลิมชีอะฮ์ มีแนวโน้มอย่างมีนัยสำคัญและน่าผิดหวังเป็นอย่างมาก ว่าส่วนของประชากรที่จะได้เลือกจะถูกตัดออกไปจากกระบวนการทางการเมือง
เหมือนกับการตั้งนาฬิกาปลุกในลอนดอน ให้เอกอัครราชทูตอังกฤษ เอียนลินด์เซออกไปข้างนอกบ้านแล้วไปถ่ายรูปที่หน่วยเลือกตั้งในวันเลือกตั้ง – เป็นเรื่องที่น่าแปลกสำหรับการกระทำของทูตคนนี้ – และสถานทูตอังกฤษในกรุงมานามาบาห์เรน ได้โพสต์มุมมองที่เป็นบวกในโซเชี่ยลมีเดีย เกี่ยวกับวิธีการลงคะแนน อย่างไม่น่าเชื่อถือว่าเป็นเรื่องจริง !!!

ราชวงศ์อัล- คอลิฟาและฝ่ายตะวันตกผู้สนับสนุนของพวกเขากำลังพอใจกับช่วงระยะเวลานี้ แต่ในอนาคตพวกเขาไม่สามารถที่จะปฏิเสธความเป็นจริงว่า บาห์เรนยังคงอยู่ในภาวะวิกฤติ แท้จริงแล้วควรจะพูดว่าราชอาณาจักรบาห์เรนอยู่ในภาวะวิกฤติอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน”””

bill-law

BY  Bill Low  middleeastmonitor.com

ถอดความโดย Wanfa JB Villege