วิเคราะห์: 11 กันยา เหตุการณ์ที่เตรียมรากฐานให้แก่การรุกรานต่างประเทศของอเมริกา

152
ในการที่จะค้นหาถึงสาเหตุ ที่ทำไมกลุ่มอนุรักษ์นิยมใหม่แห่งอเมริกา (neoconservative of America)จึงประสบความสำเร็จในการดำเนินการตามแผน และในการก้าวไปสู่เป้าหมายที่ทะเยอทะยานของพวกเขานั้น จำเป็นต้องเข้าใจถึงปัจจัย มูลฐาน และแรงจูงใจเบื้องหลังเหตุการณ์ 11 กันยา (9/11) เพราะเป็นไปได้ว่า หากปราศจากความเข้าใจเช่นว่าตัวเชื่อมโยง ที่จะนำไปสู่การพิจารณาประเด็นสำคัญนี้ ก็จะขาดหายไป..

เมื่อวันที่ 11 กันยายน (9/11) การค้า ศูนย์กลางทางการทหาร และการเมืองของอเมริกาพังทลายลง จากแรงระเบิดที่คลุ้มคลั่งไปด้วยควันไฟ และฝุ่นขนาดมหึมา ในกรณีนี้ เครื่องบินโดยสารสองลำพุ่งชนศูนย์การค้าเวิลด์ เทรดเซนเตอร์ และอีกลำพุ่งเข้าใส่อาคารเพนตากอน หรือสถานที่ทำการของกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ ยังมีเครื่องบินอีกลำหนึ่งตกลง ก่อนที่มันจะไปถึงเป้าหมาย โดยไม่ทราบสาเหตุ

จากสถิติล่าสุด ปฏิบัติการเหล่านี้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บกว่าห้าพันคน มีการประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วทั้งสหรัฐอเมริกาในทันที วอชิงตันและนิวยอร์กถูกปิด การเดินทางของผู้นำฝ่ายเศรษฐกิจ และการเมืองถูกชะงักไว้กลางคัน น่านฟ้าทั่วทั้งอเมริกาถูกประกาศให้เป็นเขตห้ามบิน และกองทัพอเมริกัน ก็ถูกจัดเตรียมด้วยความพร้อมขั้นสูงสุดนอกจากนั้น ประเทศอื่นๆในยุโรป ก็ตกอยู่ในภาวะฉุกเฉินอย่างไม่เป็นทางการ และกองกำลังรักษาความปลอดภัยของพวกเขา ก็ยกระดับปฏิบัติการจารกรรม และข่าวกรองตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

รายการอย่างเป็นทางการของบรรดาสื่อมวลชนในยุโรปตกอยู่ในความยุ่งเหยิง องค์กร กลุ่ม Crisis ผู้เชี่ยวชาญทางการเมืองและการทหารทั้งหลาย ต่างจัดประชุมพิเศษขึ้น ในความพยายามลดความไม่มั่นคง ซึ่งยึดเอาเครื่องมือทางการเมืองทั้งหมด และเพื่อควบคุมความไม่สงบจากเหตุการณ์สังหารหมู่นี้ ด้วยเหตุนี้ ข่าวที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์และที่มาที่ไปของมัน จึงอยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังตำรวจอเมริกันแต่เพียงผู้เดียว และมีการถ่ายทอดข่าว ที่สอดคล้องกับการบริหารของอเมริกา

ไม่กี่ชั่วโมง หลังปฏิบัติการ ประธานาธิบดีสหรัฐในขณะนั้น เรียกเหตุการณ์ดังกล่าวว่า โศกนาฏกรรมระดับชาติของอเมริกา และระบุว่านี่คือสงคราม มันคือสงครามกับอเมริกา เขาเสริมว่า นี่เป็นการโจมตีวิถีชีวิต ประชาธิปไตย และค่านิยมของโลกสมัยใหม่ บุชกล่าวต่อไปว่า อเมริกาได้เข้าสู่สงครามแล้ว สงครามระหว่างความชั่วและความดี และเราจะชนะสงครามครั้งนี้

เหตุการณ์ 9/11 มีผลดังต่อไปนี้ [อันที่จริง เหตุการณ์นี้เป็นพื้นที่ที่จำเป็นสำหรับการดำเนินการตามแนวคิดที่ต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงของนักอนุรักษ์นิยมใหม่แห่งอเมริกา (American neoconservatives)]

1. ในการประกาศสงคราม และนำเครื่องจักรทางการทหารขนาดมหึมาออกมา อเมริกาอ้างถึงมาตราที่ 5 ขององค์กรNATO เป็นครั้งแรกในรอบห้าสิบปี และเตรียมพร้อมที่จะโจมตีเป้าหมายทั่วโลก มาตรการนี้ที่อเมริกาใช้นั้น ถือเป็นก้าวใหม่ในนโยบายและระเบียบระหว่างประเทศ

2. เหตุการณ์ 9/11 ทำให้เกิดสถานการณ์ใหม่ ลัทธิทหารและลัทธิชาตินิยมผสมปนเปกัน และกลุ่มอนุรักษ์นิยมใหม่ก็ได้เข้าสู่ช่วงใหม่ สำหรับการปฏิสัมพันธ์กับโลก ขั้นตอนแรกของการปฏิสัมพันธ์นี้ คือการโจมตีอัฟกานิสถาน

เหตุการณ์ 9/11 ได้ให้พื้นที่ที่จำเป็นสำหรับอนุรักษ์นิยมใหม่ในการตระหนักถึงไอเดียของพวกเขา แม้ว่าการกระทำของผู้ก่อการร้ายจะเกิดจากกองกำลังนอกอเมริกา ที่นำโดยโอซามา บิน ลาเดน อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญหลายคนยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ของอเมริกาต่างหาก ที่ต้องรับผิดชอบเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น ซึ่งมันเป็นไป ตามแผนการที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า เพื่อสร้างโอกาส และปูทางไปสู่การบรรลุวัตถุประสงค์ของพวกเขา

* ทฤษฎีเกี่ยวกับสาเหตุของเหตุการณ์

นักวิจัยบางคน โดยอาศัยหลักฐานจำนวนมาก มีความเชื่อว่า อเมริกาเอง เป็นต้นเหตุเบื้องหลังเหตุการณ์ 9/11 เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่เหตุการณ์ 9/11 จะถูกวางแผนและดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่อเมริกันหัวรุนแรง เพื่อเปิดประตูบานใหม่ ให้กับการวิเคราะห์นโยบายของพวกอนุรักษ์นิยมใหม่ และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพวกเขา ที่จะบรรลุเป้าหมาย สำหรับแนวทางดำเนินนโยบายต่างประเทศในลักษณะเอกภาคีนิยม (American unilateralism) หลักฐานบางส่วนที่เชื่อมโยงอเมริกากังเหตุการณ์ 9/11 จะมีการอ้างอิงโดยสังเขป ดังนี้

มันคุ้มค่าที่จะสังเกตว่า ภายหลังจากเหตุการณ์ 9/11 เครื่องมือของรัฐและสื่อมวลชนในสหรัฐอเมริกา ได้จัดการ หรือควบคุมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ตามความเห็นชอบของพวกเขาอย่างเชี่ยวชาญ ดังนี้ จึงมีการเซ็นเซอร์สื่อเป็นจำนวนมาก แต่ถึงกระนั้น ความคิดเห็นที่ตรงข้ามอย่างมากมาย ก็ถูกแสดงออกมาโดยชนชั้นนำ และนักทฤษฎีที่มีชื่อเสียงในอเมริกา และที่ไม่ใช่ชาวอเมริกันเกี่ยวกับที่มาที่ไปของเหตุการณ์ 9/11 และสิ่งที่ตามมาหลังจากนั้น

  • * LaRouche อดีตผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ และหนึ่งในนักวิเคราะห์ประเด็นทางการเมืองและเศรษฐกิจ แสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาและชัดเจนในเรื่องนี้ ในการให้สัมภาษณ์ เขาอ้างว่าเหตุการณ์9/11 ถูกวางแผนและดำเนินการโดยนักการเมืองชาวอเมริกันผู้มีประสบการณ์ เพื่อที่จะขยายและเปลี่ยนเส้นทางการบริหารของ จอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช ไปสู่แนวทางที่เฉพาะเจาะเจง เขากล่าวว่าเหตุการณ์ 9/11 ไม่สามารถเป็นงานของกลุ่มหรือองค์กรภายนอกได้ เพราะจากการคำนึงถึงวิธีการทำงานของระบบรักษาความปลอดภัยเหตุการณ์เหล่านี้จะสามารถเกิดขึ้นได้ โดยผ่านกลุ่มและองค์กรรักษาความปลอดภัยภายใน และในระดับสูงของหน่วยงานรักษาความปลอดภัยเท่านั้น แน่นอนว่าอาจมีความร่วมมือกับผู้อื่น แต่จะเป็นไปในทางที่จำกัด ทว่าสิ่งที่แน่ชัดในตัวของมันเอง โดยไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ คือความจริงที่ว่า การโจมตีเหล่านี้ โดยหลักแล้ว ถูกควบคุมผ่านหน่วยงานและองค์กรด้านความปลอดภัยระดับสูงของอเมริกา

พวกเขาต้องการทำรัฐประหารบุช อย่างมีประสิทธิภาพ พวกเขาไม่ได้ตั้งใจที่จะล้มล้างรัฐบาล แต่พวกเขาต้องการย้ายการบริหารของบุชไปในทิศทางที่พวกเขาต้องการ

  • ในหนังสือ The Big Lie (โกหกคำโต) ที่เขียนเกี่ยวกับเหตุการณ์ 9/11 นักวิจัยชาวฝรั่งเศสกล่าวว่า การสอบสวนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ถูกดำเนินการ แต่ทว่าคำอธิบายของทางการ กลับยืนยันแนวคิดเรื่องเครื่องบินไอพ่น 2 ลำ เช่นเดียวกับ จำเลย ที่ไม่ต้องยืนยันการมีอยู่ หรือมีส่วนร่วมในเหตุการณ์

มีการเน้นย้ำให้มีการรื้อถอนอาคารที่เสียหาย และรวบรวมเศษซากปรักหักพัง และสิ่งใดก็ตามที่อยู่ในสถานที่นี้ ก็คือถูกจัดวางภายใต้การควบคุมของ FBI และถูกประกาศให้เป็นส่วนหนึ่งของความลับเพื่อการป้องกันประเทศ ในทันที

ความรวดเร็วในการรวบรวมเศษซากปรักหักพัง นำไปสู่ความสงสัยแก่บรรดาเจ้าหน้าที่ดับเพลิงของแผนกดับเพลิงนิวยอร์ก พวกเขาไม่เห็นถึงความน่าเชื่อถือของเจ้าหน้าที่วอชิงตัน และมั่นใจว่า เชื้อเพลิงของเครื่องบินไอพ่นทั้งสองลำไม่เพียงพอต่อการหลอมละลายโครงสร้างเหล็กของหอคอยทั้งสองในระยะเวลาอันสั้น และในทางปฏิบัติ และทางเคมีมันเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดเหตุการณ์เช่นนั้น ด้วยกับสาเหตุดังกล่าว เว้นแต่หอคอยทั้งสองจะทำมาจากกระดาษแข็

ด้วยเหตุผลนี้ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงขอให้มีการสอบสวนเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงว่า เกิดการระเบิดที่ด้านล่างของหอคอยทั้งสองหรือไม่ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ของ FBI ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอแนะนี้ นอกเหนือจากนี้ ยังมีเรื่องน่าสงสัยอีกประการหนึ่งในจุดนี้ เนื่องจากมีเพียงระเบิดเท่านั้นที่สามารถโค่นทำลายอาคารที่สูงขนาดนี้ได้ ในขณะที่ ในกรณีนี้ไม่มีหลักฐานหรือรูปภาพอื่นใด ที่จะแสดงว่าเกิดอะไรขึ้นที่ด้านล่างของหอคอยทั้งสอง

ในการให้สัมภาษณ์กับ France TV — Meyssan ได้เปิดเผยความลับที่ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์การบินและอวกาศเท่านั้นที่เข้าใจได้ เขากล่าวว่า หลังจากการถามตอบกับผู้เชี่ยวชาญในสาขานี้แล้ว เป็นที่ชัดเจนว่า เป็นไปไม่ได้ที่เครื่องบินโดยสาร อย่างเช่น เครื่องบิน ลำที่พุ่งชนตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ จะสามารถดำเนินการตามเป้าหมายอย่างแม่นยำได้ โดยปราศจากเรดาร์ที่กำหนดไว้ล่วงหน้าจากภายในทั้งสองหอคอย อย่างไรก็ตาม นี่กลับเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นสองชั่วโมงก่อนการโจมตี ซึ่งส่งสัญญาณรบกวนวิทยุและโทรทัศน์ภายในขอบเขตของพื้นที่นั้น

ดังนั้น หากไม่มีเรดาร์เหล่านี้ ก็จะไม่สามารถพุ่งชนเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ แม้ว่าจะมีเครื่องบินเจ็ตหลายลำทำภารกิจนี้พร้อมๆ กันก็ตาม นอกจากนี้ ยังมีแง่มุมอื่นๆ ที่สร้างความสงสัยเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของเจ้าหน้าที่ต่างชาติในการระเบิด อันเนื่องจาก เราควรตั้งข้อสังเกตว่า สำหรับงานเขียนภาษาอาหรับ ที่มีเกี่ยวกับวิธีเรียนรู้การบินและการบังคับเครื่องบินนั้น คำศัพท์ต่างๆ ไม่เคยถูกเขียนในภาษาอาหรับ แต่เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดเสมอ

สำหรับการโจมตีอาคารเพนตากอน ฝ่ายบริหารของสหรัฐฯ อ้างว่า ปฏิบัติการเหล่านี้ดำเนินการโดยเครื่องบินโบอิ้ง757 ซึ่งปฏิบัติการพุ่งชน ณ ชั้นหนึ่ง หรือชั้นสอง ในขณะที่เครื่องบินดังกล่าวบินต่ำมาก จนสัมผัสกับหญ้ารอบๆ บริเวณอาคาร

อย่างไรก็ตาม เมื่อเรื่องนี้ถูกตั้งคำถาม ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเครื่องบินสงครามได้ยืนยันว่า การกระทำดังกล่าวไม่สามารถทำได้โดยเครื่องบินที่ไม่ใช่เครื่องบินทางทหาร อย่างเช่น โบอิ้ง 757 นี่เอง เนื่องจากเครื่องบินดังกล่าวมุ่งเป้าไปที่เป้าหมายในแนวตั้งหรือบินต่ำแต่ไม่ใกล้พื้นดิน และจู่ ๆ ก็โจมตีเป้าหมายในแนวนอน และเนื่องจากเพนตากอนไม่สูงมาก แต่มีเพียงสองชั้น มันเป็นไปไม่ได้ที่เครื่องบินไอพ่นที่ไม่ใช่เครื่องบินทหาร จะโจมตีเพนตากอนได้ในแนวนอน เพราะเครื่องบินโบอิ้งไม่สามารถบินต่ำได้ และแม้ว่า สิ่งนี้จะเป็นไปได้ มันก็จะสร้างความเสียหายให้กับต้นไม้ เสาไฟฟ้า และสิ่งอื่น ๆ รอบ ๆ พื้นที่ ซึ่งมันไม่ได้เกิดขึ้น และเราก็ไม่พบเห็นสัญญาณ หรือร่องรอยประเภทนี้ ในที่เกิดเหตุ

สิ่งที่ดึงดูดความสนใจในเรื่องนี้มากยิ่งขึ้น ก็คือการที่ไม่มีใครเห็นโครงสร้างของเครื่องบินในที่เกิดเหตุ และไม่มีภาพที่เล็กที่สุดของมัน มีแต่เพียงกล่องดำที่กล่าวกันว่า พบในที่เกิดเหตุ ขณะที่คำให้การครั้งแรกของเจ้าหน้าที่ กล่าวว่าเหตุการณ์ดังกล่าว เป็นการโจมตีด้วยเฮลิคอปเตอร์

นอกจากนี้ สถานที่ที่เป็นเป้าหมายของการโจมตีนั้น ไม่มีบุคลากรหรือเจ้าหน้าที่ทางการทหารปรากฎ เนื่องจากอาคารอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง และเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายที่มี คือคนงาน และคนที่บังเอิญอยู่ที่นั่น นี่เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจเพราะมีทหารเสียชีวิตเพียงคนเดียว ขณะที่พวกเขาประกาศว่า เหยื่อหลายคนเป็นบุคลากรของเพนตากอน

สิ่งที่น่าแปลกใจอีกประการหนึ่งคือ ไม่มีการติดตามนักบินหรือผู้กระทำความผิดของปฏิบัติการใดๆเลย อีกประเด็นหนึ่งคือ เมื่อเครื่องบินถูกจี้ ข้อมูลจะถูกส่งเป็นรหัสไปยังหอควบคุม และเครื่องบินที่ไม่ใช่เครื่องบินทหาร ก็ใช้หมายเลขประจำเครื่องเช่นกัน ซึ่งมันจะถูกส่งไปยังหอควบคุมโดยจานส่ง และอันที่จริงแล้ว ด้วยวิธีนี้เอง ที่เราสามารถติดตามเครื่องบินดังกล่าวได้

ในทำนองเดียวกัน เมื่อเครื่องบินไม่ส่งสัญญาณ มันก็จะถูกพิจารณาว่า เป็นเครื่องบินของข้าศึก และสัญญาณเตือนก็จะถูกส่งไปยังเครื่องบินลำนั้น ในกรณีของเครื่องบินไอพ่นสองลำที่พุ่งชนหอคอยคู่นั้น มันกลับไม่มีสัญญาณใดๆ

อีกประเด็นหนึ่งที่ควรคำนึงถึงเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวคือ ไม่มีเจ้าหน้าที่ของบริษัท ที่เป็นของอาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์รายใดตกเป็นเหยื่อ ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์ ผู้จัดการส่วนใหญ่ได้รับเชิญให้รับประทานอาหารเช้าอย่างเป็นมิตร ณ ฐานทัพทหารฟอร์ด ซึ่งอยู่ไกลจากนิวยอร์กเป็นมาก และจอร์จ ดับเบิลยู บุชก็เข้าร่วมกับพวกเขาด้วย

โดยรวมแล้ว มีหลักฐานมากมายที่บ่งชี้ว่าเหตุการณ์ 9/11 เกิดขึ้นโดยกลุ่มอนุรักษ์นิยมใหม่อเมริกัน เพื่อสร้างโอกาสในการบรรลุเป้าหมายของพวกเขา เช่น การเสริมสร้างความเข้มแข็งทางทหาร การจู่โจมประเทศอื่นๆ อย่างเช่น อิรักและอัฟกานิสถาน และการเกณฑ์ประเทศอื่นๆ เข้าสู่สงครามต่อต้านการก่อการร้าย นี่แสดงให้เห็นถึงเจตจำนงและความมุ่งมั่นของกลุ่มอนุรักษ์นิยมใหม่ในการรวบรวมอำนาจของอเมริกาไปทั่วโลก ไม่ว่ามันจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม

Source: https://english.khamenei.ir/news/8674/The-event-of-9-11-set-the-stage-for-an-invasion