รายงาน – อัตราเงินเฟ้อในสหรัฐฯ และชาติตะวันตกที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

31
The whole wheat bread sells for $10 per 2-pound loaf at a farmers market in Chicago. (Christopher Dilts / Bloomberg)

จากสถิติล่าสุด ระบุว่า อัตราเงินเฟ้อในสหรัฐอเมริกาสูงถึง 9.1% ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดในรอบสี่ทศวรรษที่ผ่านมา ขณะเดียวกันราคาของขนมปังก็เพิ่มขึ้นมาก โดยราคาของขนมปังแต่ละก้อนมีราคาสูงตั้งแต่ 10 ดอลลาร์ขึ้นไป

โคเฮน หัวหน้าฝ่ายการศึกษาค้าปลีกที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบียกล่าวว่า: “ราคาเหล่านี้สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้บริโภค ในอดีต ไม่มีใครเคยเห็นขนมปังชิ้นหนึ่งราคา 10 ดอลลาร์ และผลกระทบของสิ่งนี้ก็เหมือนกับราคาน้ำมันเบนซินอยู่ที่ 5 ดอลลาร์”

การเพิ่มขึ้นของราคาในสหรัฐฯ ทวีความรุนแรงขึ้นด้วยการแพร่กระจายของโควิด-19 และการพัฒนาทางการเมืองในประเทศนี้ แต่สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนส่งผลให้ราคาพลังงานโลกเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะน้ำมันและการเพิ่มค่าใช้จ่ายทางทหาร และค่าอาวุธและนโยบายของประธานาธิบดีสหรัฐ โจ ไบเดน ทำให้ราคายิ่งพุ่งสูงขึ้น และอัตราเงินเฟ้อได้กลายเป็นประวัติการณ์ในสหรัฐอเมริกา อีกทั้งทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะถดถอยที่อาจเกิดขึ้นในประเทศนี้

ตอนนี้พลเมืองของประเทศนี้ได้ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลงอย่างมาก และความต้องการที่ลดลงได้แพร่กระจายไปยังสินค้าพื้นฐาน ตามรายงานของ Nielsen EQ ระบุว่า ตั้งแต่ต้นปีนี้จนถึงวันที่ 2 กรกฎาคม การซื้อขนมปังในร้านค้าในอเมริกาลดลง 2.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

เจเน็ต เยลเลน รมว.กระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าว โดยอ้างถึงการเพิ่มขึ้นของราคาในด้านต่างๆ เช่น พลังงาน ว่า : “อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นเกือบครึ่งหนึ่งเกิดจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น เราต้องใส่ใจกับผลกระทบของสงครามในยูเครน ผลกระทบของสงครามครั้งนี้ได้เกิดขึ้นแล้วในประเทศต่างๆ ที่เคยเผชิญกับความเปราะบางอย่างรุนแรงมาก่อน”

อัตราเงินเฟ้อได้กลายเป็นวิกฤตที่ร้ายแรง ไม่เพียงแต่ในอเมริกาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงในยุโรปด้วย หลายประเทศในยุโรป เช่น ฝรั่งเศสและเยอรมนี กำลังเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนและภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ดัชนีอัตราเงินเฟ้อในยุโรปแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ใหม่ที่ 8.6% ในเดือนมิถุนายน จากผลการวิจัยเบื้องต้นของสถาบัน Eurostat

นอกจากนั้น ดัชนีเงินเฟ้อในสหราชอาณาจักรซึ่งออกจากสหภาพยุโรปไปแล้วถึงร้อยละ 9.1 ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในช่วงครึ่งศตวรรษหลัง ทำให้ธนาคารกลางอังกฤษได้เตือนถึงความเสี่ยงของภาวะเศรษฐกิจถดถอยในประเทศนี้

ในขณะที่ประเทศตะวันตกกำลังเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อที่ควบคุมไม่ได้และสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ นโยบายแทรกแซงและเป็นปรปักษ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน การสนับสนุนทางการเมืองและการทหารสำหรับยูเครน และการใช้นโยบายต่างๆ เช่น การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจอย่างหนักต่อรัสเซีย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การคว่ำบาตรภาคพลังงานทำให้เศรษฐกิจโลกตกอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างแท้จริง

อันที่จริง ราคาน้ำมันและก๊าซในตลาดโลกที่เพิ่มสูงขึ้น ราคาเชื้อเพลิงได้เพิ่มขึ้นในหลายประเทศตะวันตก ซึ่งทำให้ต้นทุนสินค้าและบริการเพิ่มสูงขึ้นอย่างแท้จริง

ในทางกลับกัน ด้วยการหยุดชะงักของการส่งก๊าซรัสเซียไปยังยุโรป ทำให้ตอนนี้เจ้าหน้าที่ของทวีปสีเขียวมีความกังวลเกี่ยวกับฤดูหนาวที่จะมาถึงในทวีปนี้ ทำให้การจัดหาอาหาร และความกดดันทางสังคมเพิ่มมากขึ้น

“แนนซี่ เฟเซอร์” รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยของเยอรมนี เตือนถึงความเสี่ยงของวิกฤตเศรษฐกิจที่ร้ายแรงอันเนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นของราคาพลังงาน ปัญหาห่วงโซ่อุปทาน และอัตราเงินเฟ้อ

ในอเมริกาเอง เจ้าหน้าที่ของประเทศนี้ก็มีความกังวลเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นและความนิยมของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่ลดลงไป

สถิติขององค์การพลังงานระหว่างประเทศแสดงให้เห็นว่าแม้จะมีความพยายามของชาติตะวันตกในการคว่ำบาตรรัสเซียและลดรายได้ลง แต่มอสโกก็สามารถรักษาและเพิ่มรายได้ด้วยการใช้นโยบายต่างๆ แต่ส่วนแบ่งของอเมริกาและยุโรปกำลังเพิ่มอัตราเงินเฟ้ออย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม ประเทศตะวันตกก็ยังคงดำเนินนโยบายก่อสงครามและได้เปลี่ยนยูเครนให้กลายเป็นสนามรบกับรัสเซีย

“วลาดิเมียร์ ปูติน” ประธานาธิบดีรัสเซีย ประกาศในบริบทนี้ว่าอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นทั่วโลกอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน เป็นผลมาจากนโยบายขาดความรับผิดชอบของประเทศต่างๆ ในยุโรปที่เกินขึ้นมาหลายปีแล้ว

source:

bloomberg

seattletimes

https://farsi.iranpress.com/