ซาอุดิอารเบียสูญเสียเยเมน ลำดับต่อไป คือ บะห์เรน

888

นัก วิเคราะห์อาหรับ เชื่อว่าการปฏิวัติในเยเมนคือจุดจบอำนาจของซาอุดิอารเบียในภูมิภาคนี้  ทิศทางของยุทธศาสตร์ ในด้านต่างๆแม้แต่ การเกษตร และ อุตสหกรรม จะเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในเยเมน และอำนาจของซาอุดิอารเบียในเยเมนจะอ่อนด้อยลงและหมดไปในที่สุด และ คิวต่อไปที่จะมาถึง คือ ประเทศบะห์เรน

นัสเซอร์ กันดิล นักวิเคราะห์เชิงยุทธศาสตร์ในภูมิภาคนี้ได้เขียนบทความหนึ่งใน น.ส.พ. เลบานอน อัลอัมบิยา ว่า “การปฏิวัติในเยเมนอาจเป็นจุดจบอำนาจของซาอุดิอารเบียในภูมิภาคนี้รวมถึง ทะเลแดง และผลกระทบจากการปฏิวัตินี้ คือ ความมั่นคงของอ่าวเปอร์เซียจะสั่นคลอน และอิหร่านจะกลายเป็นประเทศมหาอำนาจในภูมิภาคนี้ และขบวนการอัลเฮาซีย์ก็จะกลายเป็นขบวนการที่ทรงอำนาจและยิ่งใหญ่

นัสเซอร์ กันดิล ยังเชื่ออีกว่า ความขัดแย้งระหว่างพลังนักต่อสู้กับกลุ่มที่อยู่ภายใต้วอชิงตันในภูมิภาคนี้ มี 3 ประเด็นด้วยกัน

(1) ความแตกแยกที่ปรากฏอยู่ในซีเรีย ซึ่งสหรัฐมีแผนการที่จะใช้ปีกทั้งสองของตน คือ ตุรกีและกาต้า ด้วยการช่วยเหลือของอิสราเอลและซาอุดิอารเบีย โค่นล้มรัฐบาลซีเรีย และสร้างอิทธิพลของตนขึ้นมาในภูมิภาคนี้

(2) ในมุมมองเกี่ยวกับการทำลายและการประนีประนอมและการต่อสู้ ซึ่งรวมไปถึงอิรักและเลบานอน พวกเขาอยู่ในสภาพการณ์ของการเรียกร้องให้มีการปฏิรูปในประเทศ

(3) กลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งสหรัฐอ้างว่าพวกเขากำลังพยายามหาทางลดความรุนแรงและความแตกแยกและพวกเขา ไม่ปฏิเสธว่าในภูมิภาคนี้พวกเขามีหน่วยรักษาความปลอดภัยให้แก่ประเทศซาอุดิ อารเบียและที่สำคัญคือน้ำมันของซาอุดี้

นัสเซิร์ กันดิล เน้นว่า รัฐบาลต่างๆที่ลุกขึ้นต่อสู้ในสงครามประเทศซีเรียแสดงให้เห็นถึงการกระตือ รือร้นอย่างหนัก เพื่อต้องการที่จะให้ฝ่ายของตนเป็นฝ่ายชนะเมื่อเสร็จศึกสงคราม เหล่านี้คือบรรดารัฐบาลที่เป็นผู้บุกรุกระดับภูมิภาค ซึ่งพวกเขาต้องการจะจัดระบบของภูมิภาคนี้ใหม่โดยปราศจากประเทศซีเรีย

แต่ซีเรียมีความเข้ม แข็ง เกินคาด ด้วยประธานาธิบดี กองกำลังทหารและภูมิศาสตร์ประเทศที่ดี ได้สร้างความมั่นคงขึ้นจนกลายเป็นตำนานในภูมิภาคนี้ และพันธมิตรของซีเรียเองก็มีการยืนหยัดและมั่นคงในภาระกิจของตน อันเป็นที่ยอมรับถึงจุดเด่นนี้

มีรายงานว่า ได้มีการเคลื่อนไหวในกิจกรรมทางด้านการเมืองทางทิศตะวันตกของซาอุดิอารเบีย เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือรัฐบาลบะห์เรนอย่างต่อเนื่อง และได้มีการเตรียมการสร้างขบวนการต่อสู้เพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงขุมอำนาจและ เพื่อที่จะกำหนดอนาคตของอ่าวเปอร์เซียใหม่

แต่ในเยเมนขบวนการอัล เฮาซีย์ เป็นขบวนการที่มีประวัติศาสตร์ เป็นขบวนการทางการเมือง และเป็นขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อปฏิรูป ซึ่งมีปรากฏการณ์ที่คล้ายกับเหตุการณ์จลาจลในเดือนกุมภาพันธ์ของกรุงเบรุต เลบานอนเมื่อสามสิบหกปีที่ผ่านมา ฉะนั้นการปฏิวัติครั้งนี้จะเปลี่ยนโฉมหน้าของประเทศเยเมนอย่างแน่นอน

ซาอุดิอารเบียได้สูญ เสียเยเมนแล้วและนี้คือจุดเริ่มต้นของสิ่งที่เหล่าประเทศในแถบอ่าวเปอร์เซีย กลัวว่ามันจะเกิดขึ้น การสูญเสียเยเมนนั้นหมายถึง การสูญเสียคลังน้ำมันของตนในอ่าวเปอร์เซีย ปราศจากเยเมนในอ่าวเปอร์เซียไม่ใช่แค่เพียงสูญเสียน้ำมันอย่างเดียว แต่ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ การค้าการเกษตรและอุตสาหกรรมก็จะสูญเสียไปด้วย และลำดับของบะห์เรนก็จะมาถึง

ตามลำดับเหตุการณ์เรา สามารถกล่าวได้ว่า การลุกขึ้นมาต่อสู้จนได้รับชัยชนะในครั้งนี้ เป็นชัยชนะที่เปรียบเสมือนวัยฉกรรจ์ ในขณะฝ่ายตรงกันข้ามเปรียบเหมือนกับชายชรา ซึ่งกำลังเซ็นสนธิสัญญาสงบศึกอยู่ แต่ตัวแทนของขบวนการอัลเฮาซีย์กลับเป็นคนหนุ่มสาววัยยี่สิบเศษที่กำลังลงนาม ในสนธิสัญญาดังกล่าว

อดีตเจ้าหน้าที่ด้าน ความมั่นคงสหรัฐได้กล่าวให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CNN เกี่ยวกับเหตุการณ์ในเยเมนว่า ผลกระทบจากการปฏิวัติในเยเมนจะทำให้ขั้วอำนาจในตะวันออกกลางกลายเป็นของ อิหร่านและกลุ่มขบวนการอัลเฮาซีย์นั้นจะกลายเป็นขบวนการหนึ่งที่ทรงอำนาจใน ภูมิภาคนี้