ซาอุดิอารเบียโกรธจัดจากการลุกขึ้นสู้ของประชาชนชาวเยเมน

497

นสพ ซาอุดิอารเบีย รายงานว่า ซาอุดิอารเบียแสดงความไม่พอใจอย่างมากต่อการดำเนินการตกลงร่วมมือกันของ กลุ่มขบวนการนักรบอันศอรุลลอฮ์กับรัฐบาลเยเมน ซึ่งถือได้ว่าเป็นข่าวดีอีกขั้นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของประชาธิปไตยใน ประเทศนี้

นสพ อัชชารกุล วะสัต (ตะวันออกกลาง) ได้เขียนในบทความที่ตีพิมพ์ในซาอุดิอารเบีย ว่า การถ่ายโอนอำนาจให้กับ นายอับดู รับบีห์ มานซูร ฮาดี ถือเป็นความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากการร่วมมือของคณะมนตรีเหล่าประเทศอาหรับใน อ่าวเปอร์เซีย ซึ่งเขาเป็นผู้ที่ไร้ความสามารถทางการเมืองในการบริหารประเทศ จึงเป็นเหตุของความขัดแย้งที่เกิดขึ้น

อับดุลเราะห์มาน ราชิด นักเขียนหัวรุนแรงที่เขียนบทความนี้ ได้ชี้ให้เห็นถึงความโกรธที่ซาอุดิอารเบียมีต่อชัยชนะของกลุ่มอัลเฮาซีย์ โดยระบุว่า การเข้ายึดครองเมืองหลวงเยเมนของกลุ่มเฮาซีย์ก็เหมือนกับการยึดครองเมือ งมูซุลของดาอิชในอิรัก

ขบวนการอัลศอรุลลอฮ์และอะลี อับดุลเลาะห์ ซอแหละ อดีตประธานาธิบดีคนก่อนของเยเมนกลายเป็นศัตรูที่อันตรายที่สุดสำหรับรัฐบาล ชุดนี้ และ แม้ นายอะลี จะมีซาอุดิอารเบียให้การสนับสนุนในทุกๆสงครามที่เขาเคยทำสงครามกับขบวนการ เฮาซีย์

และในอีกบทความหนึ่งใน นสพ ฉบับดังกล่าว มีนักเขียนนามว่า ซัลมาน อัดดุสรีย์ ได้กล่าวว่า นาย อะลี ซอแหละ ซึ่งเป็นอดีตประธานาธิบดีเยเมนกลับหันมาร่วมมือกับขบวนการอัลเฮาซีย์ และซัลมาน ยังได้วิจารณ์ประเด็นอื่นๆอีกอย่างเผ็ดร้อน   นอกจากนี้เขายังได้แสดงความโกรธที่มีต่อขบวนการอัลกออิดะห์ในเยเมน และ ตัวแทนทางการฑูตของสหประชาชาติที่มีท่าทีนิ่งเฉยและไม่แยแสต่อเหตุการณ์ ต่างๆ กระทั่งความขัดแย้งเกิดขึ้นจนบานปลาย ส่งผลทำให้กลุ่มอัลเฮาซีย์ได้รับชัยชนะในการเริ่มต้นของเกมส์นี้

เขายังได้กล่าวหา ญะมาล บิน อุมัร ซึ่งเป็นตัวแทนของสหประชาชาติ และได้ เรียกกลุ่ม อัลเฮาซีย์ ว่าเป็นกลุ่มกบฏที่ก่อการรัฐประหาร

อัดดุสรีย์ ได้อ้างว่า สิ่งที่สำคัญและน่าเสียใจที่สุดคือ ผู้ที่มีความสำคัญที่สุดในหน้าประวัติศาสสตร์ของประเทศนี้ ซึ่งเป็นลูกหลานของยาวเยเมนเอง  ได้ทรยศต่อประเทศของเขา ชนเผ่าต่างๆที่อยู่ฝ่ายรัฐบาลและเป็นผู้คอยรักษาเสถียรภาพของประเทศ และเป็นศัตรูทำสงครามกับขบวนการเฮาซีย์มาอย่างยาวนาน แต่ต้องกลับกลายมาเป็นมิตรกัน แม้แต่ผู้บัญชาการกองทัพก็เช่นเดียวกันได้ทรยศต่อรัฐบาลของพวกเขา ซ้ำยังคอยปูทางให้กับขบวนการอัลเฮาซีย์ กระทั่งได้ตกลงเซ็นสัญญากับพวกเขาอย่างลับๆ

อัดดุสรีย์ ยังยอมรับอีกว่า บรรดาผู้ที่ได้ออกมาตะโกนสโลแกนที่สวยหรูและได้ออกมาร่วมเดินขบวนต่อต้าน เรียกร้องความสงบสุขกับขบวนการอัลเฮาซีย์ ก็คือประชาชนชาวเยเมนเอง และไม่มีศัตรูภายนอกเข้ามาแทรกแซง แต่มันคือชาวเยเมนเองที่ออกมาประท้วงรัฐบาลตนเอง

ใน นสพ อัลฮายาห์ ซึ่งตีพิมพ์ในลอนดอน ได้ราบงานว่า ซานอา(เมืองหลวงเยเมน) อันตรายกว่าในซีเรีย เนื่องจากว่า ชัยชนะในซานอา คือชัยชนะของฝ่ายอัลเฮาซีย์ อันเป็นการตอบโต้ต่อแผนการต่างๆของซาอุดิอารเบียและพันธมิตของพวกเขา และการเข้ายึดครองเมืองของขบวนการเฮาซีย์ถือเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อผล ประโยชน์และความมั่นคงของประเทศซาอุดิอารเบีย และเยเมน เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นภัยคุกคามทางตอนใต้ของซาอุดิอารเบีย เฉกเช่นเดียวกับภัยคุกคามของดาอิชในทางตอนเหนือของประเทศนี้