นิวยอร์ค ไทม์ ชี้ “ตุรกี” คือฐานหลักของ “ไอเอส”

1266

ในขณะที่เจ้า หน้าที่ตุรกียังคงปฏิเสธถึงการสนับสนุนการก่อการร้ายของขบวนการไอเอส แต่ข้อเท็จจริงชี้ให้เห็นว่า สำนักงานใหญ่ของขบวนการติดอาวุธกลุ่มนี้ตั้งอยู่ในประเทศตุรกี และส่วนมากของนักรบขบวนการไอเอส ล้วนมีเชื้อชาติมาจากประเทศนี้

นสพ นิวยอร์คไทม์ ได้เขียนในรายงานไว้ว่า เด็กหนุ่มติดยาเสพติด คนหนึ่งมีนามสมมุติ ว่า จอห์น ได้บอกเล่าเรื่องราวของการเข้าร่วมในขบวนการไอเส ไว้ว่า หลังจากที่เขาทนผ่านความลำบากทุกข์ยากต่างๆ มาหลายปีในการใช้ชีวิตในเมืองหลวงของตุรกี และสุดท้ายเขาก็ได้มีโอกาสได้เดินทางไปยังประเทศซีเรียพร้อมกับเพื่อนๆ ในสมัยเด็กอีกจำนวน 10 คน เพราะพวกเขาเชื่อว่า ถ้าหากพวกเขาจบชีวิตลงในประเทศซีเรีย เมื่อเปรียบเทียบกับการที่จะต้องกลับไปพบกับความทุกข์ยากลำบากในตุรกี ก็เหมือนดั่งว่าพวกเขาไม่ได้เสียสิ่งใดไปเลย

หลังจากพวกเขาผ่าน เข้าไปยังประเทศซีเรีย 15 วัน เขาอาศัยอยู่ในค่ายฝึกของขบวนการไอเอส ในเมือง ระเกะฮ์ ในขณะที่พวกเขามีอายุแค่เพียง 17 ปี ก็ถูกส่งออกไปรบ

จอห์น กล่าวว่า ฉันลงมือฆ่าชาย 2 คน และได้เข้าร่วมในการลงมือฆ่าหมู่ประชาชน และในขณะที่ฉันกำลังฝังชายคนหนึ่งทั้งเป็น พวกเขาได้บอกกับฉันว่า ฉันมีความพร้อมที่จะเป็นนักรบของขบวนการไอเอสแล้ว

จอห์น ปฏิเสธที่จะเอ่ยชื่อจริงของเขาเพราะกลัวว่าจะถูกฆ่าตาย และเขายังได้กล่าวอีกว่า ในขณะที่เราทำสงครามเรามีความรู้สึกตื่นเต้น ซึ่งทั้งหมดจะตะโกนว่า อัลลอฮุอักบัร ด้วยวิธีการนี้ ทำให้เรารู้สึกได้ว่า เราได้รับอำนาจพิเศษจากพระผู้เป็นเจ้าเพื่อฆ่าศัตรูของพระองค์ จึงทำให้ความรู้สึกที่ไม่มั่นใจ หรือ ขี้ขลาด จะไม่เกิดขึ้นเลยในจิตใจของพวกเรา

สมาชิกหลายร้อยคนจาก สหรัฐและยุโรบได้มาเข้าร่วมกับไอเอส และบางส่วนก็ได้กลายเป็นหัวหน้าในสำนักงานของขบวนก่อการร้ายในอิรักและ ซีเรีย และในขณะที่ผู้ส่งกลุ่มก่อการร้ายข้ามแดนแก่ขบวนการนี้ที่โดดเด่นที่สุด คือ ประเทศตุรกี

ตามคำกล่าวของเจ้า หน้าที่ตุรกี ตามรายงานของสื่อในประเทศนี้ ได้รายงานว่า อย่างน้อยมีนักรบจากประเทศตุรกีที่ได้เข้าร่วมกับขบวนการไอเอส ประมาณ 1,000 คน กลุ่มคนเหล่านี้ได้มาเข้าร่วมกับขบวนการไอเอสเพื่อแลกกับเงินก้อนโต

ซึ่งมีรายงานจาก สำนักงานซีไอเอของสหรัฐ รายงานไว้ว่า จำนวนสมาชิกของขบวนการไอเอสที่ปฏิบัติการในอิรักและซีเรียนั้น มีจำนวนถึง 2 หมื่น ถึง 2 หมื่น 5 พันคน

ล่าสุดในสัปดาห์ที่ ผ่านมา ตุรกี ได้ปฏิเสธที่จะลงนามสนธิสัญญาในการต่อต้านขบวนการก่อการร้ายไอเอส ในขณะที่หลายๆประเทศในแถบบริเวณนั้นได้ลงนามสนธิสัญญากันทั้งสิ้น

ซึ่งการปฏิเสธการลงนามสนธิสัญญาดังกล่าว สร้างความประหลาดใจอย่างมากต่อเจ้าหน้าที่รัฐของสหรัฐ

ตั้งแต่เริ่มเกิดวิกฤต ในซีเรีย ตุรกีได้เปิดพรมแดนของตนแก่กลุ่มขบวนการก่อการร้ายในการใช้เส้นทางไปมาอย่าง อิสระ และด้วยสาเหตุของนโยบายทางการเมืองเช่นนี้ของตุรกี จึงตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงและแพร่หลายทั้งในและนอกประเทศ

ฮัจยี บีราม เป็นอีกหนึ่งของผู้ที่มาจากภูมิภาคที่ยากจนที่สุดในตุรกีและได้เดินทางไปยัง ประเทศซีเรีย และได้มีโอกาสเข้าร่วมกับขบวนการไอเอส เขาได้กล่าวว่า ได้มีผู้คนไม่ต่ำกว่าร้อยคนที่มาจากภูมิภาคเดียวกับเขาที่ได้เดินทางมาเพื่อ รบในประเทศซีเรีย

อาริฟ เกซ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในพื้นที่ของกลุ่มคนยากจนดังกล่าว ได้กล่าวว่า ครั้งแรกเราสังเกตเห็นคนที่อาศัยในพื้นที่นั้นเพียงไม่กี่คนที่ไว้เครายาว หลังจากนั้นไม่กี่วัน เราพบว่ามีคนติดยาเสพติดกลุ่มหนึ่งได้นำยาเสพติดไปยังมัสยิด

อูกูโล หนึ่งในเด็กหนุ่มชาวเติร์กที่อาศัยอยู่ที่นั้น ซึ่งได้เข้าร่วมกับขบวนการไอเอส จนปัจจุบันได้รับฉายาจากเพื่อนๆว่า มูฮัมมัด อัสสะลัฟ เขาได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้บัญชาการในเมืองระเกะฮ์ 3 ปี ตามที่ชาวบ้านท้องถิ่นจะบอกว่า เขาจะมีการเดินทางจากที่อยู่เขาไปอังการา อยู่บ่อยครั้ง และทุกๆครั้งเขาจะมากับคนหน้าใหม่กลุ่มหนึ่งเพื่อพาพวกเขามาร่วมเข้ารบกับ ขบวนการไอเอส