คาร์เตอร์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ เผย  : อเมริกาใกล้จะถึงขอบเหวหายนะ !

213
ในบทความของหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์  ในวาระครบรอบเหตุจลาจลหน้าอาคารรัฐสภาคองแกรส วันที่ 6 มกราคม 2021   นายจิมมี่ คาร์เตอร์เตือนว่า การแพร่กระจายของข้อมูลที่ผิดและการแบ่งแยกทางการเมืองที่ขยายกว้างขึ้นเป็นอันตรายต่อประชาธิปไตยของสหรัฐฯ

จิมมี่ คาร์เตอร์ ประธานาธิบดีคนที่ 39 ของสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันอายุ 97 ปี บอกกับนิวยอร์กไทมส์   ว่า เขาหวังว่าการจลาจลซึ่งกลุ่มผู้สนับสนุนทรัมป์พยายามที่จะทำให้การเลือกตั้งในปี 2020 เป็นโมฆะนั้น  จะทำให้ประเทศชาติกระจ่างและบังคับให้พวกเขาดำเนินการต่อต้าน “การแบ่งขั้วที่เป็นพิษที่คุกคามประชาธิปไตยของอเมริกา”

เขาสรุปข้อแนะนำห้าประการที่ชาวอเมริกันควรเรียกร้องต่อผู้นำทางการเมืองเพื่อ “รักษาอุดมคติแห่งเสรีภาพและยึดมั่นในมาตรฐานระดับสูง” ไว้ดังนี้

1- เพื่อรักษารัฐธรรมนูญและความเป็นธรรม ละเว้นความแตกต่างและความขัดแย้งทางการเมือง

2- การสร้างความมั่นคงและการปฏิรูปการเลือกตั้งที่ดีขึ้น

  1. สร้างวิถีการรื้อฟื้นความแตกแยกทางการเมือง
  2. ขจัดความรุนแรงจากการเมืองด้วยการสร้างหรือแก้ไขกฎหมายที่มีอยู่
  3. ปฏิรูปโซเชียลมีเดียและส่งเสริมการเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้อง

การจลาจลเมื่อวันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2564  สิ้นสุดลงด้วยการเสียชีวิต 5 คนและมีผู้บาดเจ็บอีกหลายร้อยคนรวมถึงเจ้าหน้าที่ประมาณ 140 คน มีผู้ถูกตั้งข้อหาเกี่ยวกับการจลาจลมากกว่า 727 คน สภาผู้แทนราษฎรแห่งสหรัฐอเมริกายังได้จัดตั้งคณะกรรมการสองชุดที่กำลังสืบสวนการก่อความไม่สงบในรัฐสภา รวมถึงการเรียกสมาชิกสภานิติบัญญัติ บุคคลในแวดวงสื่อมวลชน และบุคคลที่ได้รับความไว้วางใจจากอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

คาร์เตอร์กล่าวในช่วงท้ายว่า  “ตอนนี้ประเทศที่ยิ่งใหญ่ของเรากำลังจะล่มสลาย  หากไม่มีการดำเนินการในทันที เราจะตกอยู่ในขอบเหวหายนะอย่างแท้จริงจากความขัดแย้งภายในและการสูญเสียประชาธิปไตยอันล้ำค่าของเรา  ชาวอเมริกันต้องละทิ้งความขัดแย้งและทำงานร่วมกันก่อนที่จะสายเกินไป

source:

https://www.isna.ir/news/