5 ข้อโต้แย้ง ที่คุณสามารถนำไปใช้ สำหรับการอภิปรายประเด็นปาเลสไตน์ ในที่สาธารณะ

264
ดังต่อไปนี้ คือ ข้อเท็จจริงบางประการ ที่คุณสามารถนำไปใช้ได้ เมื่อมีการอภิปราย หรือถกเถียงเกี่ยวกับสภาพการถูกกดขี่ของชาวปาเลสไตน์ ในที่สาธารณะ
  1. การตั้งถิ่นฐานของอิสราเอล เป็นสิ่งผิดกฎหมายภายใต้ กฎหมายระหว่างประเทศ

มติของสหประชาชาติหลายฉบับ (446, 452, 465, 471 และ 476) ระบุอย่างชัดเจนว่า การยึดครองของอิสราเอลเป็นสิ่งผิดกฎหมาย
มติ 446 ซึ่งถูกนำมาใช้เมื่อวันที่ 22 มีนาคม ค.ศ. 1979 ยืนยันว่า การตั้งถิ่นฐานของอิสราเอล ไม่มีความถูกต้องตามกฎหมาย และเป็นอุปสรรคต่อสันติภาพอย่างร้ายแรง มติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่ 2334 ของปี ค.ศ. 2016 ระบุว่า กิจกรรมการตั้งถิ่นฐานของอิสราเอลถือเป็นการ “ละเมิดอย่างโจ่งแจ้ง” ของกฎหมายระหว่างประเทศ และ “ไม่มีความถูกต้องตามกฎหมาย” และเป็นการละเมิดอนุสัญญาเจนีวา ในปี 2004
ความเห็นของที่ปรึกษาโดยหน่วยงานตุลาการหลักของสหประชาชาติ ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ยังพบว่า การตั้งถิ่นฐานเป็นสิ่งผิดกฎหมายภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ

2. การตั้งถิ่นฐานของอิสราเอล เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายภายใต้กฎหมายของอิสราเอลเช่นเดียวกัน

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2020 ศาลฎีกาของอิสราเอลได้ยกเลิกความพยายาม 8 ต่อ 1 ของ Knesset ที่จะทำให้ การตั้งถิ่นฐานแห่งการยึดครอง ที่สร้างขึ้นบนที่ดินที่ไม่ได้รับอนุญาต และเป็นของเอกชน ในเขตเวสต์แบงก์ (กรณี HCJ 1308/17 กรณี Seluad กับ the Knesset) ถูกต้องตามกฎหมาย โดยผู้ร้องทุกข์ กล่าวร้องเรียนว่า Knesset ไม่ได้รับอนุญาตให้นำกฎหมายมาใช้ เนื่องจากมันมี ‘การเตรียมการ’ ที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และไม่สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ (ย่อหน้าที่ 22. )

3. นโยบายของอิสราเอล ได้รับการยอมรับว่าเป็นรูปแบบของการแบ่งแยกเชื้อชาติ (APARTHEID)

ในรายงานปี ค.ศ. 2007 ผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติประจำปาเลสไตน์ จอห์น ดูการ์ด (John Dugard) กล่าวว่า ‘องค์ประกอบของการยึดครองโดยอิสราเอลนั้น เป็นรูปแบบของลัทธิล่าอาณานิคมและการแบ่งแยกเชื้อชาติ’
ในปี ค.ศ. 2009 สภาวิจัยด้านวิทยาศาสตร์มนุษย์ (HSRC) ทางตอนใต้ รายงานว่า การปฏิบัติของอิสราเอลในดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครอง มีความสัมพันธ์ ไปยังนิยามของการแบ่งแยกเชื้อชาติ ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 2 ของอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการปราบปรามและการลงโทษอาชญากรรมการแบ่งแยกเชื้อชาติ ในปี 2021 ฮิวแมนไรท์วอทช์องค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ได้เผยแพร่รายงานที่สรุปว่า “ทางการอิสราเอลกำลังก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ จากการแบ่งแยกเชื้อชาติ และการข่มเหง”

4. รัฐบาลอิสราเอล ไม่ต่อต้าน หรือเอาผิดกับนโยบายเหยียดเชื้อชาติ

อิสราเอลมีรัฐบาลปีกขวา ที่พัวพันกับผู้นำขวาจัด และได้เปิดใช้นโยบาย รวมถึงทัศนคติที่เหยียดเชื้อชาติในสังคม นายกรัฐมนตรีอิสราเอลคนปัจจุบันมีความสัมพันธ์ฉันมิตรกับผู้นำขวาจัด เช่น Orban, Kaczynski หรือ โดนัลด์ ทรัมป์ เจ้าหน้าที่พรรค National Rally ของฝรั่งเศสยังมีการจัดประชุมในอิสราเอลเป็นประจำ นอกจากนี้ สำนักข่าวหลายแห่งยังกล่าวถึง การเลือกปฏิบัติต่อชาวยิวผิวดำที่ตั้งรกรากในอิสราเอลมานานหลายทศวรรษ ในปี 2564 ครอบครัวชาวยิวผิวดำ 46 ครอบครัว ต้องเผชิญกับการถูกเนรเทศ แม้จะมีกฎหมาย “สิทธิในการคืนถิ่น” ที่อนุญาตให้คนยิวได้รับสัญชาติโดยอัตโนมัติก็ตาม

5. กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ยอมรับเองว่าทหาร ทหารของตนก่ออาชญากรรมต่อชาวปาเลสไตน์

หลายต่อหลายครั้ง โดยเฉพาะ ในปี 2013, 2017, 2019, 2021 ทหาร IDF (กองกำลังป้องกันอิสราเอล) ถูกตัดสิน / จำคุก ในข้อหาฆ่าชาวปาเลสไตน์ ขโมยของจากร้านค้าของชาวปาเลสไตน์ หรือ ทำร้ายชาวปาเลสไตน์ซ้ำเติม กองกำลัง (ก่อการร้าย) IDF มีชื่อเสียงในเรื่องปัญหาระเบียบวินัยภายใน: ในปี 2018 ทหาร IDF 1 ใน 15 คนถูกจำคุก (ประมาณ 10,000 คน) เพราะอาชญากรรมที่ก่อขึ้น
____
โดย William Barylo