ปธน. อัฟกานิสถาน: สงครามคร่าชีวิตชาวอเมริกัน 98 คน ทว่าสังหารชาวอัฟกันกว่า 40,000 ชีวิต ใน 5 ปี

44

ประธานาธิบดี Ashraf Ghani กล่าวว่าสงครามในอัฟกานิสถานได้คร่าชีวิตชาวอเมริกันไปเพียง 98 คน ตั้งแต่ปี 2558 ในขณะที่พลเรือนและกองกำลังของอัฟกานิสถานกว่า 40,000 คนถูกสังหารในช่วงเวลาเดียวกัน

“ตั้งแต่ผมดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี – นับจากปี 2015 จำนวนชาวอเมริกันที่เสียชีวิตคือ 98 คน ในขณะที่พวกเรา ชาวอัฟกานิสถานได้สูญเสียพลเรือนและทหา รไปกว่า 40,000 คน เราอยู่ในแนวหน้าของการรักษาความปลอดภัยของคุณ” ประธาน Ghani กล่าวกับ Christiane Amanpour ของ CNN

“ประเด็นสำคัญไม่ใช่การกุศล หรือความรับผิดชอบที่มีต่อเรา” ประธานาธิบดีอัฟกานิสถานกล่าว

“เรามีความรับผิดชอบต่ออนาคตของเรา ดังนั้น หากสหรัฐฯต้องการถอนตัว ทั้งหมดที่เราเรีกยร้อง คือ กระบวนการที่สามารถคาดเดาได้ ซึ่งตกลงร่วมกัน ” เขากล่าว

Ghani เรียกร้องให้ Joe Biden ประธานาธิบดี ผู้ได้รับการเลือกตั้งของสหรัฐฯ ตัดสินใจ และ “จากนั้นเราจะร่วมกันสร้างแนวทาง เพื่อให้แน่ใจว่าผลประโยชน์ร่วมกันของเราจะเกิดขึ้น”

ฝ่ายบริหาร Biden ต้อง “กำหนดว่าผลประโยชน์ด้านความมั่นคงของสหรัฐฯในอัฟกานิสถาน และภูมิภาคคืออะไร ไม่มีใครต้องการย้อนกลับไปย่ำบนรอยเท้าเดิมที่หนักหน่วง” Ghani กล่าว

“ต้องมีการกำหนดขนาดและขอบเขตของการปรากฏตัวของสหรัฐฯในอัฟกานิสถาน ประเด็นที่สำคัญที่สุด คือการจับเข้าคู่กัน ระหว่างวิธีการตามสภาพเงื่อนไข (condition-based approach) และวิธีการตามเวลา (time-based approach)” เขากล่าวเสริม

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ฝ่ายบริหารของโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศว่า สหรัฐฯจะลดจำนวนทหารอเมริกันในอัฟกานิสถานในปัจจุบัน จาก จำนวน 5,000 นาย กลายเป็น 2,500 นาย ภายในวันที่ 15 มกราคม 2564

ในข้อตกลงครั้งประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และกลุ่มก่อการร้ายตอลิบานในอัฟกานิสถาน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์สหรัฐฯสัญญาว่าจะดึงทหารทั้งหมดออกภายในกลางปี 2564 เพื่อเป็นการตอบแทนกลุ่มตอลิบาน ในการหยุดการโจมตีกองกำลังต่างชาติที่นำโดยสหรัฐฯ ในอัฟกานิสถาน

กลุ่มตอลิบานตกลงที่จะเจรจาหยุดยิงถาวร และหลักเกณฑ์แบ่งปันอำนาจ กับรัฐบาลอัฟกานิสถาน อย่างไรก็ตาม กลุ่มก่อการร้ายยังไม่ปฏิบัติตามข้อผูกพันใด ๆ

เมื่ออ้างถึงข้อตกลงสหรัฐฯ – ตอลิบาน และการเจรจาสันติภาพ Ghani บอกกับ CNN ว่า “กระบวนการดำเนินไปอย่างช้าๆเพราะใช้เวลากว่าสี่เดือนในการจัดการตามขั้นตอน”

อย่างไรก็ตาม เขากล่าวเสริมว่า สาส์นของการเริ่มต้นการเจรจารอบที่สองคือ “เราสามารถตกลงกันได้หรือไม่ว่าเป้าหมายที่ประชาคมระหว่างประเทศและภูมิภาคได้ตกลงกับเรา คือ อัฟกานิสถานที่เป็นอธิปไตย เป็นประชาธิปไตย และเป็นเอกภาพ ซึ่งสงบสันติกับตนเอง และภูมิภาค .”

“ หากเป้าหมายนั้นได้รับการยอมรับ เราจะก้าวไปข้างหน้าได้ แต่หากเป้าหมายของกลุ่มตอลิบาน คือการครอบงำ และมอบความสันติในหลุมฝังศพ นั่นจะส่งผลเชิงลบอย่างมาก สังคมของเราเป็นปึกแผ่น และแสวงหาความสงบสันติ แต่เราต้องการมีความสงบสันติในเชิงบวก” เขากล่าวอย่างชัดเจน

Ghani ยังกล่าวกับชาวอเมริกัน และเน้นว่ากระบวนการสันติภาพจะต้องเป็นของรัฐบาลคาบูล

“ผมเป็นผู้นำกระบวนการสันติภาพ; เป็นเจ้าของมัน; ผมทำให้มั่นคง ซึ่งการหยุดยิงครั้งแรกในปี 2018 ในประวัติศาสตร์ของเรา กระบวนการนี้จะต้องเป็นของรัฐบาลอัฟกานิสถาน และประชาชนชาวอัฟกานิสถานอย่างแท้จริง” เขากล่าว

เขาตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า “เป้าหมายพื้นฐานของเขา คือสามารถส่งมอบอำนาจผ่านเจตจำนงของประชาชนให้กับผู้สืบทอดที่มาจากการเลือกตั้งของเขา”

“นี่เป็นสิ่งสำคัญมาก ที่จะช่วยให้เราทั้งสอง สามารถให้เกียรติกับการเสียสละของพลเรือน นักเคลื่อนไหวของเราและคนอื่น ๆ ” เขากล่าว

“สิ่งหนึ่งที่ต้องชัดเจน; สังคมอัฟกานิสถานไม่เต็มใจที่จะย้อนกลับไป และเราไม่ใช่สังคมประเภทที่ตอลิบานในอดีตสามารถกำหนดให้เราได้ นั่นคือความสงบสันติในสุสาน เราต้องการสันติภาพในเชิงบวกที่พวกเราทุกคนร่วมกันก้าวข้ามผ่านอดีตของเรา โอบกอดซึ่งกันและกัน และร่วมกันสร้างอัฟกานิสถานขึ้นมาใหม่ ซึ่งผมเรียกว่า เป็นวงเวียน ที่อารยธรรมทั้งหมด ผู้คนทั้หมด กิจกรรมทั้งหมด สามารถมีปฏิสัมพันธ์กันได้” เขากล่าวเสริม

Ghani ยังชี้ถึงความสัมพันธ์ของประเทศของเขากับอิหร่าน และกล่าวว่ามาตรการคว่ำบาตรของสหรั ฐฯได้บดบังความสัมพันธ์ระหว่างเตหะราน – คาบูล

รัฐบาลอัฟกานิสถานต้องมีความสัมพันธ์ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวกับอิหร่าน เขากล่าว

ชาวอัฟกานิสถานสองล้านคน อาศัยอยู่ในอิหร่าน และความสัมพันธ์ของเราต้องอยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกันประธานาธิบดี Ghani กล่าว พร้อมเสริมว่า เขาหวังว่าการเริ่มการเจรจาอีกครั้งระหว่างสหรัฐฯและอิหร่าน จะส่งผลดีต่ออัฟกานิสถาน

 

Source: presstv