10 ปีหลังเหตุการณ์อาหรับสปริง

75

วันที่ 17 ธันวาคม 2020 ถือเป็นวันครบรอบ 10 ปีของการตื่นตัวอิสลามในโลกอาหรับ

การจุดไฟเผาตัวเอง ของบูอะซีซีและการล่มสลายของเผด็จการ

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2010 Mohamed Bouazizi นักขายผักชาวตูนิเซียหนุ่มที่มีการศึกษาได้จุดไฟเผาตัวเองเพื่อประท้วงความรุนแรงของเจ้าหน้าที่เทศบาล การเคลื่อนไหวของ Bouazizi จุดประกายการประท้วงที่ได้รับความนิยมในตูนิเซียซึ่งนำไปสู่การขับไล่เบนอาลี( Zine El Abidine Ben Ali )หลังจากสามทศวรรษที่อยู่ในอำนาจ ด้วยการขับไล่เบนอาลี อียิปต์ ลิเบีย เยเมน บาห์เรนและประเทศอาหรับอื่น ๆ บางประเทศก็เผชิญกับการประท้วงที่เป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางในเวลาต่อมา

ฮุสนี มุบารัก (Hosni Mubarak )แห่งอียิปต์ถูกขับไล่ออกจากตำแหน่ง มุฮัมมัด กัดดาฟี ( Muammar Gaddafi )ทำสงครามกลางเมืองนานถึง 9 เดือนในลิเบียซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายหมื่นคน แต่ในที่สุดกัดดาฟีก็ถูกบรรดานักฏิวัติลิเบียสังหาร ในที่สุด อาลีอับดุลลอฮ์ซาเลห์ (Ali Abdullah Saleh )ก็ถูกขับไล่แม้จะได้รับการสนับสนุนจากสภาความร่วมมืออ่าวเปอร์เซียและสหรัฐอเมริกา ในประเทศอาหรับอื่น ๆ ฐานรากของอำนาจเผด็จการก็อ่อนแอลงและหนึ่งทศวรรษหลังจากการเริ่มต้นของการตื่นตัวของอิสลาม การประท้วงก็ยังคงดำเนินต่อไปในประเทศต่างๆเช่นบาห์เรน

เป้าหมายที่สำคัญที่สุดของการตื่นขึ้นอิสลาม

คำถามคือหลังจากหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมาเป้าหมายของการตื่นตัวอิสลามบรรลุผลสำเร็จหรือไม่?

เป้าหมายที่สำคัญที่สุดของการเริ่มต้นการประท้วงที่ได้รับความนิยมในโลกอาหรับคือการขับไล่เผด็จการออกจากอำนาจและกอบกู้ศักดิ์ศรีของอิสลาม อย่างไรก็ตามผู้นำเผด็จการ 4 คน ได้แก่ เบ็นอาลี มูบารัค กัดดาฟีและอับดุลลาห์ซาเลห์ถูกขับไล่และเป้าหมายของการปฏิวัติก็บรรลุผลในตอนแรก แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่จะสร้างความพึงพอใจให้กับกลุ่มเผด็จการอาหรับที่นำโดยอาลิซาอดและผู้สนับสนุนตะวันตกโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ดังนั้นการหันเหกระแสการตื่นตัวอิสลามโดยเฉพาะจากซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอเมริกาจึงอยู่ในวาระการประชุม

การแทรกแซงและการเบี่ยงเบนในการตื่นตัวอิสลาม

วามเบี่ยงเบนในการตื่นตัวอิสลามส่วนใหญ่เกิดขึ้นในรูปแบบของการแทรกแซงของผู้ต่อต้านการปฏิวัติโดยเฉพาะอย่างยิ่งซาอุดิอาระเบียโดยการสนับสนุนของสหรัฐอเมริกา

กลยุทธ์ในการแทรกแซงการตื่นตัวอิสลามนั้นดำเนินไปในรูปแบบที่แตกต่างกัน ป้องกันการปฏิบัติตามข้อเรียกร้องที่เป็นที่นิยมโดยเฉพาะในเยเมนซึ่งครั้งแรกได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากสภาความร่วมมืออ่าวเปอร์เซียที่นำโดยซาอุดีอาระเบียต่ออาลีอับดุลลาห์ซาเลห์ จากนั้นจัดการเลือกตั้งแบบจัดฉากด้ายลงผู้สมัครเพียงคนเดียวซึ่งนำไปสู่การเป็นประธานาธิบดีของอับดูราห์มันมันซูร์ฮาดี ผู้ช่วยของซาเลห์ และนี่เป็นการแทรกแซงครั้งแรก

การนำกลุ่มผู้ก่อการร้ายเข้ามาในประเทศอาหรับและก่อสงครามระหว่างระบบการเมืองของประเทศต่างๆและกลุ่มก่อการร้ายโดยเฉพาะในซีเรีย ถือเป็นการแทรกแซงที่สำคัญอีกรูปแบบหนึ่ง กล่าวได้ว่าการแทรกแซงในลักษณะนี้มีความสำคัญมากกว่าการแทรกแซงรูปแบบอื่น ๆ เพราะมันทำให้ภูมิภาคนี้เข้าสู่สงครามก่อการร้าย ความคลั่งไคล้และความรุนแรงที่ทวีความรุนแรงและถูกวางแผนมาอย่างดี จนผู้คนในประเทศอาหรับอื่น ๆ เห็นความหายนะที่เกิดจากกลุ่มก่อการร้ายในซีเรียและ อิรัก จึงไม่ต้องการดำเนินการประท้วงต่อต้านรัฐบาล

การสนับสนุนให้ทหารเข้ามามีอำนาจและปูทางไปสู่ความต่อเนื่องของระเบียบทางการเมืองแบบเก่ากับตัวแสดงใหม่ แต่ด้วยลักษณะทางศีลธรรมและทางการเมืองเหมือนเผด็จการก่อนหน้านี้ถือเป็นการแทรกแซงอีกรูปแบบหนึ่งเพื่อเบี่ยงเบนการตื่นตัวอิสลามโดยเฉพาะในอียิปต์ และในลิเบียปัจจุบันป็นต้นแบบของรัฐบาล การแทรกแซงในลักษณะนี้ทำให้กลุ่มอิควานมุสลิม(ภราดรภาพมุสลิม)ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มการเมืองที่สำคัญที่สุดที่สนับสนุนการตื่นตัวอิสลามถูกปลดออกจากอำนาจและได้รับการแนะนำให้เป็นองค์กรก่อการร้าย

สงครามเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการแทรกแซงที่จับต้องได้ในกระบวนการตื่นตัวอิสลามที่เกิดขึ้นในเยเมน และซาอุดีอาระเบียเริ่มทำสงครามกับเยเมนในเดือนมีนาคม 2015 เพื่อป้องกันไม่ให้ขบวนการอันซรุลเลาะห์ เข้ามามีอำนาจและบรรลุประชาธิปไตยสงครามครั้งนี้นำไปสู่ความหายนะด้านมนุษยธรรมครั้งใหญ่ที่สุดของระบบโลกในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา แต่ปัจจุบันอันซรุลเลาะห์เป็นนักแสดงที่มีระเบียบและมีอำนาจมากที่สุดของเยเมนที่อยู่ใกล้ชายแดนซาอุดีอาระเบีย

สถานการณ์ที่เปลี่ยนไปในเอเชียตะวันตก หนึ่งทศวรรษหลังจากที่บูอะซีซี( Bouazizi ) จุดไฟเผาตัวเอง

ม้ว่าฝ่ายตรงข้ามของการตื่นตัวอิสลามจะพยายามเบี่ยงเบนความสนใจโดยการแทรกแซงในเหตุการณ์ใหญ่นี้ แต่ความจริงก็คือระบบในเอเชียตะวันตกในปัจจุบันเทียบไม่ได้กับทศวรรษที่ผ่านมา ความโกลาหลในภูมิภาคเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดอันเป็นผลมาจากการแทรกแซง นี่เป็นสิ่งที่ดีสำหรับอิสราเอล จุดยืนของขบวนการต่อสู้(มุกอวิมัต)ในภูมิภาคได้รับความเข้มแข็งเนื่องจากบทบาทที่ปฏิเสธไม่ได้ในการต่อสู้กับการก่อการร้าย อันเนื่องจากกลยุทธ์ของซาอุดีอาระเบียและแนวทางที่เป็นเครื่องมือของรัฐบาลสหรัฐ ทำให้ภูมิภาคเอเชียตะวันตกกำลังพบเห็นการแข่งขันทางอาวุธที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจของประเทศต่างๆและเพิ่มความท้าทายทางเศรษฐกิจ ในขณะเดียวกันฐานอำนาจของเผด็จการโดยเฉพาะในบาห์เรนและซาอุดิอาระเบียก็อ่อนแอลงกว่าเดิม

source: farsi