“ดีลแห่งศตวรรษ” ชนวนสู่ความรุนแรงในเอเชียตะวันตก

104

ในที่สุดแผนข้อตกลงต่อต้านชาวปาเลสไตน์ ที่ถูกรู้จักในนาม “ดีลแห่งศตวรรษ” ได้รับการเปิดเผยอย่างเป็นทางการโดยประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ และการเข้าร่วมของนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู และเอกอัครราชทูตของประเทศอาหรับบางประเทศ

คำถามที่สำคัญคือ แผนการนี้จะมีผลกระทบอย่างไรต่อกฎระเบียบความปลอดภัยของภูมิภาคเอเชียตะวันตก? ผลกระทบที่สำคัญที่สุดของแผนการนี้คือ จะเพิ่มความไม่มั่นคงไร้เสถียรภาพและความรุนแรงในภูมิภาคเอเชียตะวันตกมากขึ้น ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในวันนี้มันไปถึงจุดหนึ่งที่ว่าคนๆ หนึ่งสามารถตัดสินใจแทนประเทศอื่นในภูมิภาคหนึ่งและบุคคลอื่นๆจำเป็นต้องปฏิบัติตาม วันนี้เป็นยุคของการตื่นตัวของมนุษยชาติและการตื่นตัวครั้งนี้มันชัดเจนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุการณ์ในภูมิภาคเอเชียตะวันตกในทศวรรษที่ผ่านมาสหรัฐฯสร้างกลุ่มผู้ก่อการร้ายอย่าง ISIL และการต่อสู้ของกลุ่มขบวนการต่อสู้กับกลุ่มผู้ก่อการร้ายเหล่านี้ มันเป็นสัญญาณที่ชัดเจนของการตื่นตัวในเอเชียตะวันตก แม้ว่าในข้อตกลงอันเหยียดผิวแห่งศตวรรษนั้นจะตอกย้ำประเด็นการจำกัดอาวุธของกลุ่มขบวนการต่อสู้ชาวปาเลสไตน์

แต่ไม่อาจรับประกันได้ว่ากลุ่มขบวนการต่อสู้ในปาเลสไตน์จะยอมปฏิบัติตามแผนดังกล่าวด้วยแต่อย่างไรก็ตามแผนนี้ได้นำไปสู่การเป็นเอกภาพและการรวมตัวของกลุ่มปาเลสไตน์ต่างๆเพื่อคัดค้านและต่อต้านดีลแห่งศตวรรษ
แม้ว่า Jared Kouchner ที่ปรึกษาและลูกเขยของทรัมป์อ้างว่าแผนทรัมป์ “ดีลแห่งศตวรรษ”
จะทำให้อิสราเอลมีความมั่นคงมากขึ้นในภูมิภาค แต่ในความเป็นจริงแล้วแผนดังกล่าวจะยิ่งเพิ่มความไม่ปลอดภัย
และไม่มั่นคงสำหรับอิสราเอลมากยิ่งขึ้น

ในเรื่องนี้ ขบวนการในการตอบสนองต่อแผนดังกล่าว ประกาศว่าการเปิดตัวดีลแห่งศตวรรษจะนำไปสู่ชนวนระเบิดและสถานการณ์ที่วุ่นวายในดินแดนที่ถูกยึดครอง และผลสืบเนื่องของแผน“ดีลแห่งศตวรรษ” ครั้งนี้
จะเป็นข้อพิสูจน์อีกครั้งว่าระบอบการปกครองอิสราเอลและสหรัฐอเมริกาเป็นแกนแห่งความชั่วร้ายที่แท้จริง
ในภูมิภาคเอเชียตะวันตก ข้อตกลงแห่งศตวรรษนี้จะไม่มีอะไรนอกจากความชั่วร้ายที่มากขึ้น สำหรับเอเชียตะวันตกและความชั่วร้ายนี้เป็น ผลผลิตทางการเมืองของอเมริกันและระบอบการปกครองอิสราเอลสำหรับเอเชียตะวันตก

ผลประการที่สามคือ การปรากฏตัวของเอกอัครราชทูตชาวอาหรับบางคนในการเปิดตัวข้อตกลงที่น่าอับอายแห่งศตวรรษและการสนับสนุนของประเทศอาหรับอื่น ๆ รวมถึงซาอุดิอาระเบียหลังจากการเปิดตัวแผน “ดีลแห่งศตวรรษ” มันแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าแกนของการปรองดองในภูมิภาคเอเชียตะวันตกที่นำโดยซาอุดิอาระเบีย ไม่เพียงแต่จะไม่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนปาเลสไตน์เลย แต่ยังเคลื่อนไหวในทิศทางของผลประโยชน์และการรับใช้ระบอบอิสราเอลอย่างชัดเจนอีกด้วย ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเหมือนที่ฮิซบุลเลาะห์ประกาศในแถลงการณ์หลังจากมีการเปิดเผยดีลแห่งศตวรรษ ว่า หากไม่ใช่เพราะการสมรู้ร่วมคิดและการทรยศของกองทัพทหารอาหรับบางคนแล้ว แผน “ดีลแห่งศตวรรษ” ก็จะไม่มีวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เช่นเดียวกัน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าประเทศมุสลิมจะไม่มีวันลืม การทรยศของรัฐอาหรับที่ให้การสนับสนุนดีลแห่งศตวรรษประเด็นสุดท้ายในที่นี้คือ ประธานาธิบดีสหรัฐ
ก่อนเปิดตัวดีลแห่งศตวรรษและหลังจากเปิดตัวได้อ้างว่ามีความกังวลเกี่ยวกับชะตากรรมของชาวปาเลสไตน์และความทุกข์ทรมานของพวกเขา แต่กลับไม่มีคำพูดใด ๆ เกี่ยวกับแผนดีลแห่งศตวรรษ

ที่ได้กล่าวถึงประเด็นการยุติการปิดล้อมฉนวนกาซาเลยแม้แต่นิดตั้งแต่ปี 2006 ฉนวนกาซาถูกอิสราเอลปิดล้อมรอบด้านและผลที่ตามมาในเรื่องนี้ ได้กลายเป็นเรือนจำเปิดที่ใหญ่ที่สุดในโลกสำหรับชาวฉนวนกาซาและภัยพิบัติด้านมนุษยธรรมและทรัมป์เองก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้เลยเพียงแต่อ้างว่าชาวปาเลสไตน์ควรอยู่อย่างสงบสุขและปลอดภัย.

source: parstoday