อิหร่าน“ตบหน้า”อเมริกาแห่งศตวรรษ

438

ในบันทึกของหนังสือพิมพ์ raialyoum  เขียนประเด็นหัวข้อ “การตบหน้าแห่งศตวรรษในอิรัก: การฆ่าตัวตายทางการเมือง” ซึ่งได้วิเคราะห์สถานการณ์ในภูมิภาคหลังจากที่ทรัมป์ได้ทำการลอบสังหารนายพลกอเซ็มสุไลมานี และอิทธิพลที่ลดลงของสหรัฐในภูมิภาค

เนื้อหาบันทึกดังกล่าวมีดังนี้:

เส้นทางที่สหรัฐฯ กำลังเดินอยู่จะนำไปสู่การออกไปจากตะวันออกกลางของสหรัฐอเมริกา และการลอบสังหารนายพลกอเซ็ม สุไลมานี ยังได้ลดอิทธิพลของสหรัฐในภูมิภาคนี้อย่างเห็นได้ชัด  สิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้นหากไม่มี “ความช่วยเหลือ” โดยตรงจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และหน่วยสืบราชการลับของอิสราเอล  อเมริกากำลังจะแพ้พ่ายและสูญเสียตะวันออกกลางไปเพราะคนที่ไม่มีประสบการณ์เหล่านี้  และด้วยน้ำมือของบุคคลที่เป็นนักธุรกิจ (ไม่ใช่ประธานาธิบดี) ที่ขาดทักษะทางการทูตและใช้แต่การข่มขู่และคุกคามเท่านั้น

ข้อผิดพลาดเหล่านี้ของทรัมป์ทำให้เป็นการเปิดช่องทางสำหรับรัสเซียและจีนมากยิ่งขึ้น ซึ่งทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์กับอิหร่านอย่างแน่นแฟ้น  ด้วยการกระทำนี้ (โจมตีฐานทัพอเมริกันในอิรัก) อิหร่านได้ส่งข้อความที่แข็งแกร่งและตรงไปยังประเทศที่ที่เป็นมหาอำนาจที่สุดในโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งระบอบการปกครองยิวไซออนิสต์และเป็นการทำลายเกียรติศักดิ์ศรีและการครอบงำของอเมริกัน

สามารถกล่าวได้ว่าว่าการกำหนดเป้าหมายฐานทัพที่มีพลทหารอเมริกันหลายพันคนรวมถึงพันธมิตรของพวกเขา และการหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บล้มตายของมนุษย์อย่างเจตนานั้นแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจของอิหร่านในการสร้างขีปนาวุธที่แม่นยำ

พวกเขาเหล่านี้เป็นผู้ที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถและศักยภาพทางเทคนิคของอิหร่านในการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในอิรักด้วยขีปนาวุธที่แม่นยำ

ครั้งแรกในปี 2019 อิหร่านหลีกเลี่ยงและไม่ต้องการยิงเครื่องบินสอดแนมของสหรัฐที่มีเจ้าหน้าที่ 38 นายอยู่บนเครื่องที่ได้ละเมิดน่านฟ้าอิหร่านและได้เตือนให้ออกจากน่านฟ้าอิหร่านในสงคราม “เรือบรรทุกน้ำมัน” และครั้งที่สองคือเมื่ออิหร่านตั้งใจจะไม่โจมตีที่พักของนายทหารและกองกำลังต่างชาติที่อยู่ในฐานทัพอเมริกา “อัยนุลอะซัด”  ซึ่งรวมถึงเจ้าหน้าที่ของอเมริกา อังกฤษ แคนาดา นอร์เวย์ เนเธอร์แลนด์และชาติอื่น ๆ

การโจมตีของอิหร่านเมื่อเร็วๆ นี้ไปยังฐานทัพอัยนุลอัล-อัสซาดได้แสดงให้เห็นถึงการไร้ประสิทธิภาพของระบบป้องกันภัยขีปนาวุธของกองทัพสหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทรัมป์ได้พร่ำโฆษณาและอวดโชว์ศักยภาพทางทหารของสหรัฐฯ ตลอดมาและความสำคัญของการซื้ออาวุธหลายพันล้านดอลลาร์จากประเทศต่างๆ ในภูมิภาคโดยเฉพาะซาอุดิอาระเบียที่ต้องจ่ายเงินให้กับทรัมป์อย่างมหาศาลเพื่อแลกกับการคุ้มครองพวกเขา

ขณะเดียวกันบรรดาผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าทรัมป์จะไม่สามารถคุกคามกิจกรรมนิวเคลียร์ของอิหร่านได้อีกต่อไปหลังจากเหตุการณ์โจมตีฐานทัพ Ein al-Assad  และทรัมป์ต้องทำงานอย่างหนักขึ้นด้วยความผิดพลาดเหล่านี้  ด้วยการลอบสังหารนายพลกอเซ็มสุไลมานี ทำให้ชาวอิหร่านนับล้านคนผนึกกำลังและรวมตัวเป็นหนึ่งเดียวกันและด้วยความเฉลียวฉลาดของระบอบอิหร่านจึงสามารถนำผู้คนมารวมกันภายใต้ธงเดียวอย่างสมบูรณ์

jamnews