ทรัมป์-ทวิตเตอร์-และการตอบโต้ของอิหร่าน

271

เมื่อวันที่ 1 มกราคม 63  ประธานาธิบดีสหรัฐฯได้โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ว่า “อิหร่านจะต้องรับผิดชอบต่อทุกชีวิตที่สูญเสีย และทุกความเสียที่เกิดขึ้นกับอาคารของเรา พวกเขาจะจ่ายด้วยราคาใหญ่มาก นี่ไม่ใช่คำเตือน แต่มันคือการขู่ สวัสดีปีใหม่”

หลังจากนั้น  อยาตุลลอฮ ซัยยิด อาลี คาเมเนอีย์ ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ก็ได้กล่าวตอบโต้ถึงข้อกล่าวหา ที่ โดนัล ทรัมป์พาดพิงอิหร่านว่า ถึงเรื่องที่ทรัมป์ได้ทวิตว่า อิหร่านต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์จลาจลสถานทูตอเมริกา ณ กรุงแบกแดด และเรา(สหรัฐ)จะตอบโต้อิหร่านอย่างแน่นอน

“ประการแรก พวกคุณไม่สามารถทำอะไรได้อย่างแน่นอน ประการที่สอง ถ้าพวกคุณมีเหตุผล ซึ่งพวกคุณไม่มี พวกคุณจะเห็นได้ว่าการก่ออาชญากรรมต่างๆของพวกคุณในอิรัก,อัฟกานิสถานและประเทศอื่นๆอีกหลายประเทศนั่นแหละ คือ สิ่งที่ทำให้ประชาชนในประเทศเหล่านั้นรังเกียจพวกคุณเอง!!!!

คำกล่าวนี้จึงเป็นเหมือนการตอกกลับ และตบหน้าทรัมป์แบบฉับพลัน เพราะดูเหมือนทรัมป์จะโทษทุกอย่าง แม้แต่ความล้มเหลวในเชิงยุทธศาสตร์ของตนเองว่า เป็นฝีมืออิหร่านไปเสียทั้งหมด รอบล่าสุดที่เราเห็นกันอย่างชัดเจนก็คือ การกล่าวโทษว่าอิหร่านเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีแหล่งผลิตน้ำมัน ทั้งๆที่ไม่มีหลักฐาน ซึ่งในภายหลังก็กลายเป็นว่า แม้แต่ UN เองก็ไม่ยืนยันแบบเดียวกับสหรัฐ และหากจะมองในข้อเท็จจริง ปัญหาการลุกฮือและการออกมาประท้วงของประชาชนชาวอิรัก มันไม่ได้เป็นเพราะอิหร่านไปสั่งประชาชนให้ออกมาประท้วง แต่มันเป็นเพราะสหรัฐดันไปทิ้งระเบิดใส่กลุ่มนักรบที่รวมตัวกันเพื่อปกป้องประชาชนชาวอิรัก กลุ่มที่สหรัฐฯใช้โดรนโจมตี คือ กองกำลังอาสาสมัครประชาชนของอิรัก มีชื่อว่า “ฮัชดุชชะบี” หรือ PMF (Popular Mobilization Forces)[1] การโจมตีดังกล่าวมีผลทำให้ ผู้บัญชาการ และทหารอาสาจำนวนหลายสิบนายเสียชีวิต และนั่นคือ เหตุผลที่ทำให้ประชาชนชาวอิรักออกมาประท้วง แต่ที่น่าแปลกใจคือ แทนที่กองทัพ US จะแสดงความรับผิดชอบต่อความผิดพลาดในครั้งนี้ พวกเขากลับเสนอให้ดูเหมือนว่า พวกเขาไม่ได้สังหารหมู่ใคร แล้วอยู่ๆก็กลายเป็นโยนความผิดให้อิหร่าน แล้วประกาศกับโลกว่า ที่พวกอิรักประท้วงเพราะอิหร่านอยู่เบื้องหลัง อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทรัมป์ควรทำในมุมมองของชาวอิรักคือ การรับผิดชอบต่อการโจมตีทหารอาสา มากกว่า การกล่าวโทษผู้อื่น ในสิ่งตนเองได้ทำลงไป

source:

[1] https://en.wikipedia.org

https://www.bostonherald.com