ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ชี้! การปรากฏตัวของสหรัฐฯในภูมิภาคเป็นภัยร้ายต่อประเทศมุสลิมทั้งหมด

69

อาวุธหลักของสหรัฐฯวันนี้ สำหรับภูมิภาคของเรา (ตะวันออกกลาง) คือ การแทรกซึมในศูนย์กลางต่างๆที่สำคัญและการตัดสินใจของประเทศ การสร้างความแตกแยกและการสั่นสะเทือนในเจตนามุ่งมั่นของประชาชาติทั้งหลาย       

บรรดาเจ้าหน้าที่รัฐ และบรรดาแขกผู้เข้าร่วมในการสัมมนาสัปดาห์แห่งเอกภาพอิสลาม ทูตานุทูตประเทศอิสลามและประชาชนในทุกภาคส่วนจำนวนหนึ่งได้เข้าพบปะกับอยาตุลลอฮ์ คาเมเนอี  ผู้สูงสุดแห่งการปฏิวัติอิสลาม โดยผู้นำสูงสุดถือว่า สาเหตุของความโศกเศร้าของโลกอิสลามในวันนี้ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่เลวร้ายในปาเลสไตน์ เนื่องจากความอ่อนแอในการสร้างเอกภาพระหว่างอิสลามด้วยกัน และได้เน้นย้ำว่า การกำจัดอิสราเอล หมายถึง การกำจัดระบอบการปกครองจอมปลอมของรัฐอิสราเอลและการจัดตั้งรัฐบาลที่ประชาชนชาวปาเลสไตน์เป็นผู้เลือกด้วยตัวของพวกเขาเอง ไม่ว่า เขาจะเป็นชาวมุสลิม คริสต์ หรือชาวยิวก็ตาม

ผู้นำสูงสุดได้ตั้งข้อสังเกตว่า “เหล่าศัตรูของอิสลาม โดยมีแกนนำหลัก คือ สหรัฐฯนั้นได้ต่อต้านกับหลักการอิสลามและประเทศทั้งหมดของอิสลาม ซึ่งอาวุธหลักของพวกเขาในภูมิภาคของเรา(ตะวันออกกลาง)   ก็คือ การแทรกซึมในศูนย์กลางต่างๆที่มีความสำคัญในการตัดสินใจ การสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นกับประชาชาติทั้งหลาย และการเสนอให้ยอมรับต่อสหรัฐฯ ถือว่าเป็นวิธีการแก้ไขปัญหาต่างๆ ซึ่งวิธีการเยียวยาในแผนการเหล่านี้ คือ การสร้างความกระจ่างชัดและการยืนหยัดในแนวทางที่เป็นสัจธรรม”

อยาตุลลอฮ์ คาเมเนอี ถือว่า ความโศกเศร้าที่เกิดขึ้นในโลกอิสลาม เช่น ประเด็นปัญหาปาเลสไตน์ การทำสงครามหลั่งเลือดในเยเมน เอเชียตะวันตก และแอฟริกาเหนือล้วนเกิดขึ้นมาจาการไม่ยึดมั่นต่อหลักการในการหลีกเลี่ยงจากความขัดแย้งและการสร้างความเป็นเอกภาพในการเผชิญหน้ากับเหล่าศัตรูร่วมกัน โดยท่านผู้นำได้ตั้งข้อสังเกตว่า “ความโศกเศร้าระทมที่ใหญ่ที่สุดของโลกอิสลามในวันนี้ คือ ประเด็นที่ประชาชาติปาเลสไตน์ต้องเร่ร่อนลี้ภัยออกจากภูมิลำเนาและบ้านเกิดของพวกเขา”

 

ผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ยังได้ชี้ถึงจุดยืนของท่านอิมามโคมัยนี ผู้ทรงสูงส่ง ในช่วงแรกของขบวนการเคลื่อนไหวแห่งอิสลาม โดยการประกาศถึงอันตรายจากการแทรกซึม การแทรกแซงและความฉ้อฉลของรัฐเถื่อนไซออนิสต์ และถือว่า จุดยืนสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน ในประเด็นปาเลสไตน์ คือ จุดยืนที่แน่วแน่และมีหลักการ โดยท่านผู้นำกล่าวว่า “นับจากช่วงแรกของการปฏิวัติอิสลาม จนกระทั่งถึงวันนี้ ยังคงมีจุดยืนเหมือนเดิม หมายความว่า เราได้ช่วยเหลือประเด็นปาเลสไตน์และชาวปาเลสไตน์อย่างไม่มีเงื่อนไขและจะช่วยเหลือต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งเราถือว่านี่คือหน้าที่ของโลกอิสลามทั้งหมด”

ผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ยังได้ชี้ถึงความพยายามของเหล่าศัตรูในการดัดแปลงความหมายที่เน้นย้ำของท่านอิมามโคมัยนีและบรรดาเจ้าหน้าที่รัฐฯที่เกี่ยวกับการกำจัดและการลบอิสราเอลออกจากแผนที่โลก โดยท่านผู้นำ กล่าวว่า “เรานั้นยืนเคียงข้างฝ่ายสนับสนุนปาเลสไตน์ อิสรภาพและการปล่อยปล่อยพวกเขา และการกำจัดอิสราเอล มิได้หมายถึงการกำจัดประชาชนชาวยิว เพระว่า เรานั้นไม่มีการกระทำใดๆกับพวกเขา ดังเช่นที่ประเทศของเรา ก็มีชาวยิวจำนวนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในประเทศอย่างปลอดภัยที่สุด”

ความหมายของการ “การกำจัดอิสราเอล”

อยาตุลลอฮ์ คาเมเนอี ถือว่า การกำจัดอิสราเอล หมายถึง การล้มสลายของระบอบการปกครองจอมปลอมของรัฐอิสราเอล และท่านผู้นำได้เน้นว่า “ชาวปาเลสไตน์ ไม่ว่าจะเป็นชาวมุสลิม คริสต์ และชาวยิว พวกเขาเหล่านั้นคือ เจ้าของแผ่นดินที่แท้จริง และพวกเขาก็จะต้องมีความสามารถที่จะเลือกรัฐบาลด้วยตัวของพวกเขาเองและทำให้พวกต่างชาติและผู้ที่สร้างความเสียหาย เช่น นายเนทันยาฮูนั้นไม่มีสิทธิในการบริหารจัดประเทศของพวกเขา ซึ่งเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน”

สหรัฐฯเป็นศัตรูกับประเทศอิสลามทั้งหมด

ผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ยังกล่าวต่อโดยถือว่า ความเป็นปฏิปักษ์ของสหรัฐฯและรัฐอิสราเอลและเหล่าศัตรูของเอกภาพอิสลาม นั้นพุ่งเป้ายังประเทศทั้งหมดของอิสลาม โดยท่านผู้นำกล่าวเสริมว่า “อัตลักษณ์ของอิสลาม คือ การปฏิเสธความฉ้อฉล ความอหังการและการยึดครอง ด้วยเหตุนี้เอง พวกเขาจึงทำการต่อต้านกับหลักการของอิสลามและประเทศทั้งหมดของอิสลาม และภาพลักษณ์ที่ว่าความเป็นศัตรูของพวกเขา เฉพาะกับสาธารณรัฐอิสลามนั้นถือว่าไม่ถูกต้อง”

ผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ยังได้ชี้คำพูดที่เหยียดหยามของพวกสหรัฐเกี่ยวกับชาวซาอุดิอาระเบีย โดยท่านกล่าวว่า “พวกเขาได้พูดอย่างชัดเจนว่า ชาวซาอุฯนั้น นอกจากเงินแล้วไม่มีสิ่งใดเลย หมายความว่า เราจะต้องเข้าไปครอบงำมัน และนี่คือ ความเป็นศัตรูที่ชัดเจนต่อประเทศและประชาชาติหนึ่ง ขณะที่ฝ่ายตรงข้ามกับพวกเขาก็จะต้องเข้าใจด้วยว่าในทางตรงกันข้ามกับการเหยียดหยามเช่นนี้ที่มีต่อความกระดากอายของชาวอาหรับและเกียรติยศของอิสลามนั้นมีหน้าที่อะไรบ้าง?

อยาตุลลอฮ์ คาเมเนอี ถือว่า การปรากฏตัวของสหรัฐในภูมิภาค เป็นสาเหตุในการสร้างความชั่วร้าย ความเลวร้าย ความไม่ปลอดภัยและการเกิดขึ้นของกลุ่มต่างๆ เช่นกลุ่มดาอิช (ไอซิส) และท่านผู้นำยังเน้นถึงความจำเป็นของประชาชาติทั้งหลายของอิสลามที่จะต้องทำความรู้จักโฉมหน้าที่แท้จริงและผู้กลับกลอกของสหรัฐ โดยท่านกล่าวเสริมว่า “อาวุธหลักของสหรัฐในวันนี้ ในภูมิภาคของเรา (ตะวันออกกลาง) คือ การแทรกซึมในศูนย์กลางต่างๆที่สำคัญและการตัดสินใจของประเทศ การสร้างความแตกแยกและการสั่นสะเทือนในเจตนามุ่งมั่นของประชาชาติทั้งหลาย การสร้างความไม่ไว้วางใจระหว่างประชาชาติและรัฐบาลต่างๆ การยุ่งเกี่ยวในการคำนวณของผู้ตัดสินและการทำให้ประเด็นเหล่านี้กลายเป็นวิธีการแก้ไขปัญหาต่างๆ การยอมรับสหรัฐและการยอมอยู่ใต้ธงของสหรัฐ คือ อาวุธที่อันตรายอย่างมาก”

วิธีการในการเผชิญหน้ากับเหล่าศัตรู

ผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ถือว่า วิธีการในการเผชิญหน้ากับเหล่าศัตรู คือ การปฏิบัติตามพระบัญชาของพระเจ้า กล่าวคือ การยืนหยัดบนเส้นทางแห่งสัจธรรม โดยท่านผู้นำได้กล่าวเสริมว่า “แต่ทว่าในการยืนหยัดนี้ก็มีความยากลำบากด้วยเช่นกัน แต่การมีความอดทนต่อความยากลำบากเหล่านี้ คือ การปฏิบัติการกระทำที่ดีและแน่นอนว่า พระเจ้าทรงประทานรางวัลตอบแทนให้อย่างแน่นอน ขณะเดียวกัน การยอมรับศัตรูก็จะเกิดความยากลำบากที่มากกว่าอีก และพระองค์ก็จะทรงลงโทษต่อผู้ที่ยอมรับในความฉ้อฉลอีกด้วย”

พลังงานนิวเคลียร์อย่างสันตินั้นเป็นสิ่งที่ประชาชาติทั้งหลายนั้นมีความต้องการ

ผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ถือว่า การขับเคลื่อนและการดำเนินการของโลกอิสลามบนทิศทางของความเป็นอิสรภาพทางการเมือง วัฒนธรรม เศรษฐกิจของประชาชาติอิสลาม การสร้างเอกภาพและการมีอำนาจของประชาชาติอาลาม การช่วยเหลือประชาชน และบรรดาผู้ที่ด้อยโอกาส การเผยแพร่ความจริงและการต่อสู้กับการมโนภาพ การส่งเสริมความรู้และการวิจัย เช่น พลังงานนิวเคลียร์ เป็นต้น ทั้งหมดนี้คือ การกระทำที่ดีงามอย่างยิ่ง และ ยังได้กล่าวว่า “ พลังงานนิวเคลียร์อย่างสันตินั้นเป็นสิ่งที่ประชาชาติทั้งหลายนั้นมีความต้องการ แต่พวกตะวันตกกับต้องการที่จะผูกขาดพลังงานเหล่านี้เพียงผู้เดียว  และในทางตรงข้าม เกียรติยศ ศักดิ์ศรี และอิสรภาพของประชาชาติทั้งหลายที่จะให้กับพวกเขาเพียงทีละน้อย”

อยาตุลลอฮ์ คาเมเนอี ยังกล่าวเสริมว่า “พวกตะวันตกนั้นรู้ดีว่า เราไม่แสวงหาอาวุธนิวเคลียร์ ทั้งทางด้านหลักการพื้นฐานและด้วยหลักศรัทธา ดังนั้น สาเหตุที่พวกเขาต่อต้านในการขับเคลื่อนของสาธารณรัฐอิสลาม คือ การยับยั้งอิหร่านไม่มีความก้าวหน้าทั้งทางความรู้ อุตสาหกรรมและการมีศักยภาพทางนิวเคลียร์”

ผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ถือว่า หน้าที่ของบรรดาปัญญาชนและนักวิชาการของโลกอิสลาม นั้นมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยได้เน้นว่า “พวกท่านนั้น จะต้องปกป้องสิทธิอันชอบธรรมของพวกท่านและอย่าได้หวาดกลัวต่อศัตรูเป็นอันขาด และจงรู้ไว้เถิดว่า พวกท่านจะเห็นโลกอิสลามที่เต็มไปด้วยกับความหวังอันสว่างไสว ซึ่งด้วยกับพระมหากรุณาธิคุณของพระผู้เป็นเจ้า ในอนาคตที่ไม่ไกลไปจากนี้อย่างแน่นอน

 

source: https://fa.alalamtv.net