ปธน.อัฟกัน โวย อเมริกาและพันธมิตร ก่อสงครามในอัฟกานิสถาน

470

ฮาเหม็ด คาไซ ประธานาธิบดี อัฟกานิสถาน กล่าวว่า “ อเมริกาและพันธมิตรชาติตะวันตก ก่อสงครามในอัฟกานิสถานก็เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง”

เพรสทีวี- คาไซ ได้เจรจากับวอชิงตัน ซึ่งหลังจาก วันที่ ๒ มีนาคมได้มีการเผยแพร่ การสนทนาของเขา โดยเขากล่าวว่า “ ชาวอัฟกันต้องถูกฆ่าตายในสงครามจำนวนมาก ทั้งๆที่ไม่ได้เป็นสงครามของเรา”

เขายังกล่าวอีกว่า “สงคราม ๑๒ ปี ที่ผ่านมานี้เกิดขึ้นก็เพราะความมั่นคงของอเมริกา และผลประโยชน์ของตะวันตก” เช่นเดียวกัน เขายังได้เรียกร้องให้ อเมริกา ยุติการโจมตีทางอากาศในอัฟกานิสถาน โดยกล่าวว่า “ ในการโจมตีทางอากาศของอเมริกาทำให้ประชาชนผู้บริสุทธ์ ต้องเสียชีวิตไปมากมาย แทนนักรบตอลิบัน”

ประธานาธิบดีอัฟกานิสถาน ยังได้ยืนยันอีกว่า เขาจะไม่เซ็นสัญญาให้ความร่วมมือ ทางด้านความมั่นคง กับวอชิงตันและการที่เขาได้มอบอำนาจการตัดสินใจครั้งนี้ ให้แก่ตัวแทนของเขา เพื่อรับการเลือกตั้งประธานาธิบดีอัฟกานิสถาน ที่จะมีขึ้น ในเดือนเมษายนเร็วๆนี้

นอกจากนี้ ฮาเหม็ด คาไซ ยังได้กล่าวอีกว่า “ การตัดสินใจของข้าพเจ้ามันจะเป็นเช่นนี้  ข้าพเจ้าไม่อาจเริ่มต้นการเซ็นสัญญา ระหว่างสองฝ่ายเพื่อการสงบศึกกับอเมริกา  ซึ่งบารัคโอบามา กล่าวว่า “ดี”  อเมริกาก็จะต้องรอประธานาธิบดีคนต่อไปแทน”

คาไซ ยังได้ ชี้แจงอีกว่า ก่อนที่วอชิงตัน จะร้องขอให้ชาวอัฟกันเซ็นสัญญา พวกเขาจะต้องเริ่มเจรจากับตอลิบันเป็นอันดับแรกและจะต้องยุติการโจมตี หมู่บ้านของประชาชนชาวอัฟกันให้ได้เสียก่อน

ประธานาธิบดี อเมริกา ก็ได้กล่าวข่มขู่ คาไซ ที่ไม่ยอมเซ็นสัญญาระหว่างสองฝ่าย เมื่อ ๒๕ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานี้ สาเหตุเพราะ  อเมริกา และอัฟกานิสถาน ได้มีข้อขัดแย้งต่อกัน

๑)ในกรณี ผลกระโยชน์จากการทำสัญญา ๒) การปกป้องทหารอเมริกาให้อยู่เหนือกระบวนการศาล ๓) และการโจมตีหมู่บ้านและที่อยู่อาศัยของประชาชนชาวอัฟกานิสถานอเมริกา และพันธมิตร ได้เขาแทรกแซง และโจมตี อัฟกานิสถาน ตั้งแต่ปี ๒๐๐๑

ด้วยเหตุผล ในการทำสงครามกับผู้ก่อการร้าย ซึ่งถึงแม้ว่าการบุกจู่โจมของอเมริกา จะทำให้กลุ่มตอลีบัน ต้องสูญเสียอำนาจ แต่ทว่าประเทศอัฟกานิสถานกลับต้องเผชิญกับความไม่สงบอย่างยาวนาน  อนึ่งสงครามภายใต้การชี้นำของอเมริกา ได้คร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์และนักรบตอลีบัน ไว้อย่างมากมาย  นั้นหมายถึงว่า อเมริกามีความพร้อมที่จะรักษาอิทธิพลของตนเองด้วยกองกำลังทัพที่มีทหาร จำนวน ๔๓,๐๐๐ คน ให้คงอยู่ในประเทศนี้