กองทัพอาหรับร่วมหารือ ‘ศัตรูโลกอิสลาม’- ประเด็น ‘นาโต้อาหรับ’ ณ กรุงวอชิงตัน ?!?

278

กองทัพอาหรับในบ้านของศัตรู …!

สหรัฐอเมริกาและพันธมิตรในภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ทรัมป์เยือนริยาด กำลังพยายามจะจัดตั้งพันธมิตรขึ้นมา ซึ่งตามคำอ้างของพวกเขา เรียกกองกำลังพันธมิตรนี้ว่า นาโต้อาหรับ เพื่อเผชิญหน้ากับกลุ่มมุกอวิมัต (กองกำลังต้านทาน)ในภูมิภาคและรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน

อย่างไรก็ตามปัญหากาตาร์ทำให้แผนการนี้แย่ลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงระหว่างประเทศอาหรับ อย่างไรก็ดี พวกเขาจึงได้ใข้การประชุมขึ้นมา ทั้งที่เป็นไปในการพยายามที่จะสร้างพันธมิตรนี้ขึ้นมาอีกครั้ง

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผู้นำทหารชาติอาหรับ นาโต้และอิสราเอลได้พบปะพูดคุยกันในกรุงวอชิงตัน ซึ่งการสนทนาเริ่มขึ้นในวันอาทิตย์ และดำเนินต่อไปจนถึงวันพุธ กล่าวกันว่าพวกเขากำลังพูดถึงเรื่องความมั่นคงและการก่อการร้ายในตะวันออกกลาง มีประเด็นสำคัญหลายประการที่น่าสนใจดังนี้ :

  1. หากพวกเขารวมตัวกันเพื่อเจรจาและหารือเพื่อความมั่นคงและต่อต้านการก่อการร้ายในภูมิภาค

คำถามคือ ประเทศใดและใครที่เป็นตัวการก่อความไม่สงบ และเป็นผู้สร้างผู้ก่อการร้ายขึ้นมาในภูมิภาคนี้?  วันนี้ชาวมุสลิมทุกคนในตะวันออก และตะวันตก ยอมรับว่าประเทศตะวันตกเหล่านี้ และกลุ่มพันธมิตรอาหรับของพวกเขา ในภูมิภาคนี้คือตัวการหลักที่ก่อให้เกิดและสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย และยังคงให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

ประเด็นนี้ได้ถูกเปิดเผยสำหรับทุกคน แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญและเจ้าหน้าที่ คณะบริหารแห่งชาติตะวันตก รวมถึง นางฮิลารี คลินตัน ( Hillary Clinton ) เองยังออกมายอมรับว่า พวกเขาคือ ผู้สร้างไอซิส  ( ISIS )ขึ้นมา ในสื่อต่างๆ มีเอกสารมากมายที่บ่งชี้และแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ตะวันตกให้การสนับสนุน โดยเฉพาะอเมริกาในการจัดเตรียมช่วยเหลือหรือช่วยผู้ก่อการร้ายและไอซิส  แผนการเหล่านี้ไม่ได้เป็นไป เพื่อแสวงหาความมั่นคงในภูมิภาค และต่อสู้กับการก่อการร้ายแต่อย่างใด

2. วัตถุประสงค์ของการประชุมดังกล่าวคือ เพื่อจัดการกับเจตจำนงของประชาชน และกลุ่มมุกอวิมัต (กองกำลังต้านทาน) ของประเทศต่างๆในภูมิภาค

ในเรื่องนี้ มีสองด้านของประเด็นปัญหาที่ชัดเจน หนึ่ง คือระบบปกครองเผด็จการ ซึ่งเป็นพันธมิตรระดับภูมิภาคของประเทศตะวันตก และรัฐบาลอาหรับที่เป็นข้าสมุน หรือเบี้ยล่างรับใช้ผลประโยชน์ของตะวันตก อีกด้านหนึ่งคือ ประชาชาติมุสลิมและกลุ่มมุกอวิมัตต่างๆในตะวันออกกลาง ผู้ซึ่งความปรารถนาที่แท้จริงของพวกเขาคือ การเป็นอิสระจากการถูกครอบงำ และการกดขี่ของตะวันตก และรัฐบาลที่ทุจริต ซึ่งเป็นเบี้ยล้างของอำนาจตะวันตก

ด้วยเหตุนี้ประชาชนหลายภาคส่วน จึงจัดอยู่ในแนวร่วมเดียวกันกับกลุ่มมุกอวิมัต ดังนั้นบรรดาสมาชิกของการประชุมในศูนย์กลางของระบบปกครองเผด็จการดังที่ว่ามา จึงพยายามที่จะทำให้บรรลุซึ่งวัตถุประสงค์ในการนี้ เพื่อที่พวกเขาจะได้มีศักยภาพทำลายความปรารถนาของประชาชนของพวกเขา และความปรารถนาของกลุ่มมุกอวิมัตและสร้างกระบวนการที่ตนต้องการสำหรับระบบการปกครองในภูมิภาค

สหรัฐอเมริกาและพันธมิตรในภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ทรัมป์เยือนริยาด ซาอุดิอาระเบียกำลังพยายามจะจัดตั้งพันธมิตรขึ้นมา ซึ่งตามคำอ้างของพวกเขา เรียกกองกำลังพันธมิตรนี้ว่า นาโต้อาหรับ เพื่อเผชิญหน้ากับกลุ่มมุกอวิมัต (กองกำลังต้านทาน)ในภูมิภาค และกับรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน

ในอีกมุมหนึ่ง การมีส่วนร่วมของเสนาธิการกองทัพของระบอบไซออนิสต์อิสราเอล ในการประชุมครั้งนี้ ถือเป็นการผลักดันแผนการดำเนินการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างรัฐอาหรับกับอิสราเอลต่อไป ซึ่งเป็นกระบวนการที่ได้รับการเปิดตัวเมื่อไม่นานนี้เอง

3. เมื่อคำนึงถึงข้อเท็จจริงที่ผู้ก่อการร้ายได้รับความเกลียดชังอย่างรุนแรงจากทุกคนและในความคิดเห็นของสาธารณชนทั่วโลก เนื่องจากลักษณะของการปฏิบัติการ และการก่ออาชญากรรมของพวกเขา การประชุมดังกล่าวจึงมีไว้สำหรับผู้สนับสนุนการมีอยู่ของกลุ่มก่อการร้าย โดยมีเป้าหมาย เพื่อหาหนทางป้องกันไม่ให้เกิดการเสียชื่อเสียงและศักดิ์ศรีของพวกเขา และในความเป็นจริง มันเป็นการหนีความผิดของตัวเอง เหมือนกับโจรขโมย ยามเห็นฝูงชนวิ่งไล่ต้อน และร้องตะโกน เพื่อจับเขา ตัวของเขาจึงต้องหลบซ่อนหัวซุก หัวซุน ในฝูงชนดังกล่าวและทำทีอำพรางตน พร้อมกับส่งเสียงตะโกนจับโจร ให้กลมกลืนเหมือนกับฝูงด้วย

4. องค์ประกอบของสมาชิกในการประชุมครั้งนี้ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่น่าจับตามอง โดยประการแรก คือ การที่เสนาธิการใหญ่ของกองทัพอิสราเอลนั่งโต๊ะประชุมร่วมกับเหล่าผู้นำชาติอาหรับ ประการที่สอง คือ หัวหน้าหน่วยบัญชาการกองทัพอาหรับ ซึ่งเคยเป็นศัตรูกับอิสราเอล แต่วันนี้เราเห็นว่าพวกเขาได้กลายเป็นเพื่อนกันและวางแผนในการทำลายและเผชิญหน้ากับอิสลามและชาวมุสลิมด้วยกัน กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ผู้นำทหารอาหรับได้นั่งร่วมกับตัวแทนของรัฐเถื่อนในสายตาของชาวมุสลิมอย่างน่าอับอาย ซึ่งทำการต่อสู้กับพวกเขาชาวมุสลิมมานับตั้งแต่ที่ก่อตั้งรัฐขึ้นมาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตั้งแต่ปี 1948

ในความเป็นจริง กองทัพของบางประเทศอาหรับในปัจจุบันไม่ได้ทำหน้าที่เพื่ออิสลาม หรือประชาชาติของตัวเอง และความภาคภูมิใจของชาวอาหรับอย่างที่พวกเขากล่าวอ้าง  พวกเขาไม่แยแสและไม่ได้ให้ความสำคัญใดๆต่อศาสนา ประชาชน และความเป็นชาตินิยมของอาหรับ ความจริงคือ พวกเขาทั้งหมดล้วนรับใช้เหล่าผู้ปกครองผู้อธรรม ที่มีความมุ่งมั่นเพียงเพื่อรักษาอำนาจและรัฐบาลของตน แม้จะต้องแลกมาด้วยความจงรักภักดี ที่มีต่อศัตรูของศาสนาและชาวมุสลิมก็ตาม

Source: alwaght