สื่อออสเตรเลียแพร่บทความ “วิกฤติเยเมน : ความร่วมมือของตะวันตกในภัยพิบัติด้านมนุษยธรรม”

191

Green Left Weekly นิตยสารรายสัปดาห์ออสเตรเลีย แพร่บทความเรื่อง “เยเมน: ความร่วมมือของตะวันตกในภัยพิบัติของมนุษย์” โดย รูเพ็น ซูลิน ศาสตราจารย์ประจำภาควิชาวิเทศสัมพันธ์แห่งมหาวิทยาลัยออตตาวา

ทั้งนี้เขาได้ชี้ว่า สื่อโลกต่างให้ความสนใจกับวิกฤติพายุเฮอร์ริเคนในทะเลแคริบเบียนและภูมิภาคต่างๆของสหรัฐอเมริกา ทว่า The New York Times ฉบับเดือนสิงหาคมได้ออกมาให้การยอมรับว่า  “ภัยพิบัติด้านมนุษยธรรมเลวร้ายที่สุดในโลก” เกิดขึ้นที่เยเมน…!

ภัยพิบัติปัจจุบันในเยเมนถูกสร้างขึ้นโดยมนุษย์และเป็นผลมาจากนโยบายของอเมริกันและอังกฤษ

ตามที่ The New York Times ชี้ให้เห็นว่า สถานการณ์เยเมนเริ่มแย่ลงเมื่อเดือนมีนาคม 2015  ( พ.ศ. 2558) โดยมีเหตุโจมตีกองกำลังสัมพันธมิตรของซาอุดีอาระเบีย การระเบิดอย่างต่อเนื่องทำลายสะพาน โรงพยาบาลและโรงงาน แพทย์และพลเรือนจำนวนมากยังตกค้าง ไม่ได้รับเงินเดือนมานานกว่าหนึ่งปี

ภาวะทุพโภชนาการและภาวะสุขภาพที่รุนแรงของประเทศในตะวันออกกลางนี้ กำลังนำไปสู่การติดเชื้อโรคต่างๆที่น่ากลัว ซึ่งผู้คนในโลกวันนี้ได้เพียงอ่านชื่อของพวกเขาตามหน้าหนังสือประวัติศาสตร์เท่านั้น

ในเวลาเพียง 3 เดือนอหิวาตกโรคได้ฆ่าคนราว 2,000 รายและติดเชื้อมากกว่าครึ่งล้านคนซึ่งเป็นหนึ่งในการระบาดที่ใหญ่ที่สุดในโลกในรอบ 50 ปีที่ผ่านมา

คณะกรรมการระหว่างประเทศของสภากาชาด (ICRC) รายงานว่า มีผู้ตกอยู่ในภาวะเสี่ยงเป็นโรคอหิวาตกโรคในเยเมนประมาณ 750,000 คนและราว 2119 คนเสียชีวิต

นี่แสดงถึงความไม่เต็มใจทางการเมืองที่จำต้องเผชิญกับอำนาจทางการเมืองของมหาอำนาจตะวันตก ซึ่งนำไปสู่วิกฤติในเยเมน  ด้วยความร่วมมือของสื่อตะวันตกได้พยายามสร้างภาพที่คลุมเครือในบทบาทของอเมริกาและอังกฤษ ขณะอำนวยความสะดวกด้านต่างๆให้ซาอุดีอาระเบียบุกเยเมน

ไม่มีผู้แสดงความรับผิดชอบต่อการโจมตีทางอากาศที่นำไปสู่การเสียชีวิตของชาวเยเมน โศกนาฏกรรมมีความคลุมเครือ เพื่อไม่ให้สามารถตำหนิกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดได้

ผลของวิธีนี้คือการวางกองทัพซาอุดีอาระเบียและนักรบอัลเฮาซีในสถานภาพที่เท่าเทียมกัน ข้อผิดพลาดนี้ทำให้การลงโทษซาอุดิอาระเบียที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกาและอังกฤษในการฆ่าคนเยเมนนั้นอยู่ในความคลุมเครือ

ทว่าข้อเท็จจริงมิได้เป็นเช่นนั้น สงครามที่ทำลายล้างเยเมนไม่ใช่สงครามที่เท่าเทียมกัน ไม่มีความเท่าเทียมทางศีลธรรมระหว่างผู้บุกรุกและผู้ที่ถูกโจมตี เพราะกองทัพซาอุดิอาระเบียระเบิดโรงพยาบาล โรงเรียน คลินิกสุขภาพ สถานีไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน โดยก่อให้เกิดความผิดทางอาญาในการสร้างภัยพิบัติด้านมนุษยธรรม  เครื่องบินรบของซาอุดิอาระเบียทำการโจมตีอย่างต่อเนื่องด้วยความช่วยเหลือโดยตรงจากสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ ซาอุดิอาระเบียใช้กระสุนที่ทำโดยสหรัฐอเมริกาและอังกฤษเพื่อฆ่าพลเรือนชาวเยเมน

เหล่าผู้สนับสนุนซาอุดิอาระเบียในสงครามเยเมนอ้างว่ากลุ่มอัลเฮาซี (Houthis)  เป็นหุ่นเชิดของอิหร่าน แต่ทว่าการอ้างดังกล่าวถือเป็นความเท็จอย่างสมบูรณ์ นี่ไม่ใช่ความผูกพันทางศาสนาที่ทำให้อิหร่านและกลุ่มอัลเฮาซีได้ผนวกรวมตัวเข้าด้วยกัน แต่เกิดจากความไม่พอใจทางการเมืองกับสถานการณ์ปัจจุบันของภูมิภาคนี้ต่างหาก ที่ทำให้เกิดการการร่วมมือกันของทั้งสองฝ่าย

ด้วยเหตุนี้ การแนะนำว่ากลุ่มอัลเฮาซี (Houthis) เป็นตัวแทนของอิหร่าน และการตีความสงครามเยเมนให้เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งของชีอะฮ์และซุนนี่ คือความผิดพลาดครั้งยิ่งใหญ่ วิธีนี้ทำให้การกดขี่ทางการเมืองและเศรษฐกิจของสงครามครั้งนี้ถูกซ่อนเร้นและมองข้าม

หลายหน่วยจากกองทัพของเยเมนที่ภักดีต่ออดีตเผด็จการ อาลี อับดุลลาห์ซาเลห์ ก็กำลังต่อสู้เคียงข้างกับอัลเฮาซี ( Houthis ) ในการสู้รับกับรัฐบาลของมันศูร ฮาดี (Mansour Hadi) ผู้ซึ่งได้เข้ารับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบีย

อัลเฮาซี  (Houthis )ที่กำลังต่อสู้นั้นไม่ได้เป็นส่วนขยายอิทธิพลของอิหร่าน แต่พวกเขาจะต่อต้านการขาดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่มีความหมายตั้งแต่ที่ซาและห์ ลาออกในปี 2011 ซึ่งพวกเขาเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงที่ทำขึ้นมาตั้งแต่ปี 2011  เป็นเพียงแค่การจัดฉากและไม่ส่งผลต่อความไม่พอใจทางการเมืองและเศรษฐกิจ

ในความเป็นจริงการลากออกของซาเลห์ และรองขึ้นมาทำหน้าที่แทน ถือเป็นความคิดริเริ่มของซาอุดิอาระเบียและสมาชิกอื่น ๆ ของชาติอ่าวอาหรับเปอร์เซีย เพื่อมุ่งเป้าไปที่การจำกัด การปฏิรูปประชาธิปไตยและรักษาหลักของระบอบการปกครองเยเมนให้คงไว้ในอำนาจ

การยุติความสัมพันธ์ทางการทหารและการค้าระหว่างรัฐบาลจักรวรรดินิยมและซาอุดีอาระเบียไม่เพียงแต่จะเผยให้เห็นใบหน้าของบรรดาผู้ที่ได้รับประโยชน์จากสงครามและการค้าอาวุธ แต่ยังช่วยลดความไร้ความสามารถของซาอุดีอาระเบียในการโจมตีเยเมนต่อไป

เราจำเป็นต้องเปิดเผยการสนับสนุนเงียบจากอเมริกาและอังกฤษ (และตามมาด้วยออสเตรเลีย) ที่มีต่อการก่อสงครามของซาอุดีอาระเบียในเยเมน และชี้แจงข้อบกพร่องซ้ำซ้อน และความผิดทางอาญาที่นำไปสู่ภัยพิบัติด้านมนุษยธรรมนี้ ความเงียบทางอาญาต่อหน้าโศกนาฏกรรมของมนุษย์ที่ได้ก่อขึ้นในเยเมนนั้นต้องถูกทำลาย

Source: fa.shafaqna