อะไรคือ’ประเด็นร่วม’ ซาอุดิอาระเบีย – สหรัฐฯ – อิสราเอล? ในกรณีความไม่มั่นคงของภูมิภาคตะวันออกกลาง

215

สหรัฐอเมริกากำลังดิ้นรนเพื่อให้นโยบายและการแสวงหาผลประโยชน์ใดๆสอดคล้องกับความต้องการของระบอบการปกครองที่คอยสร้างความไม่มั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลาง ในการเผชิญหน้ากับสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน

การเคลื่อนไหวนี้มีสีสันที่เพิ่มมากขึ้น หลังจากการเดินทางครั้งที่สามของเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง

อเดล อัล-จูเบอีร์ (Adel Al Jubeir) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศซาอุดิอาระเบีย กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันอาทิตย์ ในการแถลงข่าวร่วมกับคู่สัญญาอเมริกันของเขา  ซึ่งเขาได้พูดถึงสิ่งที่เขาเรียกว่า “ความเสี่ยงของอิหร่าน” และกล่าวว่า “เราได้ทำการพูดคุยกับเร็กซ์ ทิลเลอร์สันแล้ว”

ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศอิหร่าน มุฮัมมัด ญะวาด ซารีฟ (Mohammad Javad Zarif) ได้ออกมาโต้ ทิลเลอร์สัน ผ่านทางทวิตเตอร์ว่า “มันแสดงให้เห็นอย่างแจ่มชัดว่าประเทศนี้เป็นเช่นใด เมื่อประชาชนอิรักได้ลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องบ้านของพวกเขาต่อกลุ่มไอซิส” และกล่าวต่อว่า “ช่างน่าละอายในนโยบายการต่างประเทศสหรัฐฯที่ถูกบอกบทด้วยดอลลาร์น้ำมัน”

รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน กล่าวกับผู้สื่อข่าวในพริทอเรียเกี่ยวกับการเยือนภูมิภาคครั้งนี้ของทิลเลอร์สัน ว่า  “แต่น่าเสียดายที่อเมริกาไม่ต้องการแก้ไขมุมมองและท่าทีของตนเองหลังจากหลายปีแห่งความผิดพลาด และยอมรับว่าอิหร่านเป็นประเทศที่ให้ความมั่นคงและสันติภาพในภูมิภาค และเป็นประเทศที่มีความเด็ดเดี่ยวในการต่อสู้กับการก่อการร้าย

ถ้าไม่มีการเสียสละของสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเสียสละของผู้พิทักษ์ฮะรัมแล้ว ในวันนี้เราต้องเห็นไอซิสสร้างรัฐปกครองของตนในดามัสกัส แบกแดดและอิรบิล ( Erbil)

พร้อมๆกับแถลงการณ์ของ  อเดล อัล-จูเบอีร์ และ ทิลเลอร์สัน ในริยาด  เจ้าชายตุรกี อัลฟัยซอลแห่งซาอุดิอาระเบียซึ่งเป็นผู้สนับสนุนทางการเงินในการประชุมกลุ่มผู้ก่อการร้าย MKO ในกรุงปารีสเมื่อสองปีก่อน ได้กล่าวแสดงความพึงพอใจในที่ประชุมของอิสราเอลต่อท่าทีล่าสุดของทรัมป์ในการต่อต้านอิหร่าน

เจ้าชายตุรกี อัลฟัยซอลแห่งซาอุดิอาระเบีย อดีตหัวหน้าองค์กรรักษาความปลอดภัยของซาอุดีอาระเบียกล่าวในการแถลงข่าวร่วมกับเอฟราอิม ฮัลลิ อดีตหัวหน้าหน่วยสืบราชการลับของอิสราเอล (มอสซาด) ว่า ริยาดเห็นด้วยกับแนวทางใหม่ของสหรัฐฯที่มีต่ออิหร่าน

นโยบายระดับภูมิภาคโดยรวมของซาอุดิอาระเบียในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สามารถประเมิน โดยชี้ว่า ซาอุฯมุ่งเน้นไปที่สามเป้าหมายดังนี้ :

1 – เพื่อสร้างความไม่มั่นคงในภูมิภาค และกล่าวหาว่าอิหร่านมีส่วนร่วมในโปรเจ็คสร้างความไม่มั่นคงของภูมิภาคนี้

2- สร้างความแตกต่างทางศาสนา ด้วยการส่งเสริมกระแสกลุ่มตักฟีรีย์และกล่าวหาว่าอิหร่านว่าทำการแทรกแซงในภูมิภาคนี้

  1. เพิ่มการซื้อขายอาวุธ เพื่อดำเนินการสงครามตัวแทนและเชิญชวนชาวต่างชาติเข้ามาเพิ่มกำลังทหารในภูมิภาคนี้

ภายใต้กรอบเป้าหมายดังกล่าว ราชวงศ์ซาอุฯกำลังพยายามที่จะใช้กลยุทธ์ในการแยกอิหร่านในภูมิภาคนี้ ในรูปแบบดั้งเดิมเพื่อจ่ายเงินให้กับสหรัฐฯและเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของทรัมป์ ตามที่เจ้าชายซาอุดิอาระเบียเรียกว่า “โคนม” ให้สามารถสามารถดำเนินยุทธ์ศาสตร์นี้ในการโดดเดียวอิหร่านในภูมิภาค

แต่นโยบายนี้ได้รับความพ่ายแพ้ไปแล้ว เนื่องจากสหรัฐอเมริกาได้ใช้ขีดความสามารถทั้งหมดของตนในการเผชิญกับความท้าทายอย่างมากกับอิหร่าน และยังไม่สามารถกลับคืนสู่ตำแหน่งที่ผ่านมาโดยพันธมิตรถาวรของตนในการต่อต้านอิหร่านได้

ตามคำพูดของซารีฟ รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ถือว่า ซาอุดิอาระเบีย แม้ว่าจะให้สินบนนับพันล้านกับอเมริกาก็ จะไม่ไปถึงความสำเร็จนี้ได้

Lorenzo Nardo ผู้เชี่ยวชาญด้านการต่างประเทศของฝรั่งเศส จากสถาบันฟรานซ์ฟรังโก  กล่าวกับ AFP เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า ”

“… การก่อการร้ายที่โลกกำลังเผชิญอยู่  ไม่ได้อยู่ภายใต้การคุ้มครองของอิหร่าน แต่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของกษัตริย์แห่งอ่าวเปอร์เซีย… หากสหรัฐอเมริกาจะยังคงปฏิบัติตามระบอบเผด็จการและวิธีการของพวกเขา ดังนั้นโฆษณาชวนเชื่อใดๆก็ตามของพวกเขา ก็จะไม่ถูกรับซื้อโดยประชาคมโลกอีกต่อไป (จะไม่มีใครให้ราคาและสนใจอีกต่อไป)”

Source: parstoday