S-400 อาวุธของรัสเซียเพื่อป้องกันอิทธิพลของอเมริกาในตะวันออกกลาง   

608

การขายระบบขีปนาวุธ S- 400  สามารถช่วยเพิ่มจุดยืนของรัสเซียในตลาดอาวุธโลกมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคที่ร่ำรวย เช่นตะวันออกกลาง  หากตุรกีในฐานะสมาชิกนาโต และซาอุดิอาระเบียที่เป็นพันธมิตรของนาโต้สามารถซื้อระบบขีปนาวุธ S-400 ของรัสเซียได้  บรรดากษัตริย์แห่งชาติอ่าวเปอร์เซียก็จะทำสิ่งนี้เช่นเดียวกัน

ซาอุดิอาระเบียกำลังจะซื้อระบบขีปนาวุธ S-400 ของรัสเซีย  สำนักข่าว Interfax รัสเซีย อ้างจากหนึ่งในผู้ช่วยของประธานาธิบดีปูติน ว่ารัสเซียและซาอุดีอาระเบียกำลังจะลงนามในสัญญาซื้ออาวุธขีปนาวุธ S-400  ในระหว่างการเยือนรัสเซียของกษัตริย์ซาอุดิอาระเบียในช่วงที่ผ่านมา  ซึ่งมีรายงานระบุเกี่ยวกับความพร้อมของรัสเซียในการขายอาวุธป้องกันอากาศยานขั้นสูงนี้ให้กับซาอุดิอาระเบีย  โดยก่อนหน้านี้ มันมีความเป็นไปได้ที่รัสเซียจะขายระบบขีปนาวุธให้กับตุรกี นอกจากนี้ยังมีการหารือกับอียิปต์ เกี่ยวกับการซื้อระบบป้องกันของรัสเซียนี้อย่างต่อเนื่อง ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่า รัสเซียพยายามที่จะเพิ่มอิทธิพลของพวกเขาในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือด้วยเครื่องมือใหม่ S- 400

การซื้อขายกับซาอุดีอาระเบีย

ข้อตกลงในการขายระบบขีปนาวุธ  S-400 ไปยังซาอุดิอาระเบีย เกิดจากผลพวงข้อตกลงของตุรกีในมูลค่า 2.5 พันล้านเหรียญเพื่อซื้อ S-400 และต่อมามีการเจรจาซื้อขาย S-400  กับอียิปต์   ระบบขีปนาวุธ S-400 มีความสามารถสูงในการต่อต้านขีปนาวุธ Ballistic ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของซาอุดิอาระเบีย

ทั้งนี้ระบบขีปนาวุธ Ballistic จะมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริงหรือไม่นั้นยังไม่ชัดเจน และไม่มีใครล่วงรู้เรื่องนี้อย่างแน่ชัด แต่ทว่าชาวอียิปต์ได้ซื้อระบบ S- 300 (บางครั้งเรียกว่า ante  2500) จากรัสเซีย ซึ่งสามารถจัดการกับขีปนาวุธ Ballistic  ขีปนาวุธระยะสั้นและกลาง ขีปนาวุธล่องเรือ อาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีความแม่นยำสูงและเครื่องบินยุทธศาสตร์และยุทธวิธี

จากบรรดาประเทศอื่น ๆ ที่ซื้อระบบ S- 300 ได้แก่กรีซ ซึ่งเป็นประเทศสมาชิกของนาโต้ และซื้อมาจากรัสเซียในช่วงที่เกิดความตึงเครียดกับตุรกีในประเด็น ไซปรัส  ประเทศอื่น ๆ เช่นจีน อินเดีย ยูเครน เวเนซุเอลาและบัลแกเรียก็ได้ซื้อระบบนี้มานานก่อนแล้วจากรัสเซีย อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าจะมี S- 400 ที่เป็นเกมใหม่ที่กำลังมีชื่อในขณะนี้

S- 400 และการประยุกต์ใช้งาน

ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารกล่าวว่า S-400 มีขีดความสามารถในการทำลายเครื่องบินสมัยใหม่ได้  ระบบขีปนาวุธ S-400 เป็นระบบที่มีประสิทธิภาพ ที่ใช้ในการทำลายและกำหนดเป้าหมายสำคัญและเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์  ระบบขีปนาวุธนี้ถูกแนะนำว่า มีขีดความสามารถในหลายด้าน ทั้งในด้านการสกัดจรวดขีปนาวุธเป้าหมาย จรวดเหนือเสียง เป้าหมายคงที่และเคลื่อนที่บนพื้นดิน และความสามารถอื่น ๆ  ขีปนาวุธเหล่านี้เป็นขีปนาวุธนำวิถีและมีความสามารถในการติดตามเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ

S-400 เป็นระบบบูรณาการขั้นสูง ที่สามารถติดตามเป้าหมายได้ ซึ่งสามารถติดตามไปยัง 300 เป้าหมาย  ในเวลาเดียวกัน และสามารถเปลี่ยนเส้นทางเป้าหมายออกไกลถึง 250 ไมล์   รัสเซียได้ส่งระบบนี้ไปยังประเทศจีนในปี 2015   ภายใต้สัญญามูลค่า 3 พันล้านเหรียญ ในขณะเดียวกันอินเดียเป็นพันธมิตรที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของรัสเซีย ก็ได้แสดงความสนใจที่จะได้รับระบบนี้

สร้างความสูญเสียต่ออเมริกา

ข้อตกลงกับซาอุดีอาระเบียในการซื้อระบบป้องกันขีปนาวุธ S- 400 จากรัสเซียถือเป็นการตบหน้าครั้งสำคัญไปยังสหรัฐฯและสหภาพยุโรป  แน่นอนว่า การที่รัสเซียจะขายอาวุธให้กับประเทศสมาชิกนาโต้บางประเทศที่มีอนาคตที่ไม่แน่นอน (เช่นกรีซ ตุรกี) และประเทศอื่น ๆที่เป็นลูกค้าซื้ออาวุธที่สำคัญของอเมริกา  เช่นซาอุดิอาระเบียและประเทศในอ่าวอื่น ๆ เช่นสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์   ถือเป็นก้าวสำคัญของรัสเซียที่จะเข้าไปมีอิทธิพลในตลาดอาวุธในภูมิภาคเอเชียตะวันตก   ทั้งนี้นอกเหนือจากอิทธิพลที่รัสเซียสามารถเข้าไปมีบทบาทในตะวันออกกลางด้วยขีปนาวุธเหล่านี้แล้ว ยังเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์กับประเทศในภูมิภาคนี้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

ตามสถาบันวิจัยสันติภาพระหว่างประเทศสตอกโฮล์ม (SIPRI) ในช่วงปี 2010-2014  สหรัฐฯถือหุ้น 31% ของการถ่ายโอนอาวุธทั่วโลก และรัสเซียเป็นอันดับสองด้วย 27%  ขณะที่ประเทศอื่น ๆ ไม่สามารถเข้าถึงได้มากกว่า 5 เปอร์เซ็นต์  สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า กรุงมอสโกและกรุงวอชิงตันได้ผูกขาดและยึดตลาดอาวุธโลก และประเทศในเอเชียตะวันตกและแอฟริกาเหนือที่เผชิญกับวิกฤตที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จำต้องสั่งซื้ออาวุธจากรัสเซียและสหรัฐอเมริกาเสียส่วนใหญ่  .

ความพยายามของรัสเซียในการมีบทบาทที่ยิ่งใหญ่ขึ้นในเอเชียตะวันตกและแอฟริกาเหนือ รวมไปถึงวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นในภูมิภาคนี้ ทำให้รัสเซียสามารถส่งอาวุธไปยังประเทศเหล่านี้ได้  รัสเซียเหมือนกับ สหภาพโวเวียตในอดีต เคยใช้การส่งออกอาวุธเป็นวิธีหนึ่งในการปรับปรุงความสัมพันธ์กับรัฐอื่น ๆ  มอสโกพยายามที่จะส่งอาวุธออกไปยังภูมิภาคเอเชียตะวันตกและแอฟริกาเหนือ อย่างเช่น บราซิลและอินเดีย  แม้ว่าความต้องการที่สำคัญของชาติอาหรับในภูมิภาคนี้ล้วนมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ด้วยความโลภมาก ประเทศเหล่านี้ยังคงต้องการได้รับอาวุธยุทโธปกรณ์มากขึ้น  นโยบายการกระจายการนำเข้าอาวุธจากผู้นำของพวกเขาทำให้รัสเซียมองเห็นประโยชน์ของตนในขณะนี้  หลักฐานในเรื่องนี้ คือประเทศอียิปต์และอิรัก นอกเหนือจากการได้รับอาวุธจากสหรัฐฯแล้วยังได้ลงนามข้อตกลงกับรัสเซีย เพื่อความร่วมมือทางทหารและการซื้ออุปกรณ์ทางทหาร และซาอุดิอาระเบียก็ได้ลงนามข้อตกลงทางทหารกับรัสเซีย

วิสัยทัศน์ในการเพิ่มอิทธิพลของรัสเซียในตะวันออกกลาง

การขายระบบขีปนาวุธ S- 400 ช่วยปรับปรุงจุดยืนของรัสเซียในตลาดอาวุธโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคที่มั่งคั่ง เช่นตะวันออกกลาง หากตุรกีในฐานะสมาชิกนาโต้และซาอุดิอาระเบียเป็นพันธมิตรของนาโต้สามารถซื้อระบบ S-400 ของรัสเซียได้  บรรดากษัตริย์ของชาติอ่าวก็จะทำเช่นเดียวกัน

ควบคู่กับความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมเรดาร์ (ซึ่งอาจไม่สามารถส่งมอบให้กับลูกค้าต่างชาติได้) รัสเซียมีระบบป้องกันอากาศที่ดีเยี่ยม แม้ว่าจำนวนของเครื่องบินที่ทันสมัยจริงๆมีน้อยกว่ามาก เมื่อเปรียบเทียบกับสหรัฐอเมริกาและนาโต้  รัสเซียแม้ว่าจะมีปัญหาทางเศรษฐกิจในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ก็มีความพยายามที่จะเพิ่มการพัฒนามากขึ้นอีกเป็นสองเท่าตัว  ในเรื่องนี้ทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านตะวันตกบางคน ได้ตอกย้ำว่ารัฐบาลสหรัฐฯและสภาคองเกรสควรให้ความสำคัญกับความสามารถเชิงรุกของรัสเซีย เพราะความก้าวหน้าของรัสเซียในแง่ของเทคโนโลยีนั้นมีความอ่อนไหวเป็นอย่างมาก สหรัฐอเมริกาไม่มีคู่แข่งที่แท้จริงสำหรับระบบ S -400 และพวกเขาตระหนักดีว่าพวกเขาสูญเสียเวลาในเรื่องนี้

ภูมิภาคเอเชียตะวันตกอยู่ท่ามกลางวิกฤตทางการเมืองที่ละเอียดอ่อน ในขณะที่รัสเซียได้รับการพิสูจน์แล้วว่าอิทธิพลของมอสโกในช่วงที่มีความขัดแย้งและจุดสูงสุดของวิกฤตินั้นยิ่งแข็งแกร่งขึ้น  เมื่อกษัตริย์แห่งซาอุดีอาระเบียเดินทางมายังกรุงมอสโกเพื่อพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ของรัสเซีย ทุกคนเห็นได้ชัดว่า อิทธิพลของเครมลินในตะวันออกกลางกำลังเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และแม้แต่ริยาดเองก็ได้ตระหนักถึงเรื่องนี้ ถึงแม้ว่ารัสเซียจะเป็นประเทศที่มีอำนาจมากในตะวันออกกลาง แต่ซาอุดิอาระเบียก็มีทัศนคติเชิงลบต่อประเทศนี้  อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าตอนนี้ ริยาดกำลังมองประเด็นนี้ในมุมที่แตกต่างออกไป

การรุกรานอิรักของสหรัฐฯในปี  2003 ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในภูมิภาคเอเชียตะวันตก  ซึ่งรัสเซียกล่าวโทษวอชิงตันที่เป็นต้นเหตุให้เกิดความไม่สงบและไม่มั่นคงในห้วงเวลานั้น  อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจแบบอเมริกันและความไม่มั่นคงในปัจจุบันของภูมิภาคนี้ เป็นการปูทางให้รัสเซียมีบทบาทต่อสถานการณ์และการตัดสินใจในระดับภูมิภาคมากยิ่งขึ้น…..!

Source: akharinkhabar